ฉันผู้ยินดีอย่างยิ่งต่อความเดียวดาย
มา ปิเยหิ สมาคญฺฉิ
อปฺปิเยหิ กุทาจนํ
ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ
อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ

อย่าติดอยู่ในสิ่งที่เรารัก หรือไม่รัก
การพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก เป็นทุกข์
การพบเห็นแต่สิ่งที่ไม่รัก ก็เป็นทุกข์
...
12:00 pm ฉันเสิร์ชหาอ่านแง่คิดคติธรรม
หรือคำคมอะไรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความรัก
ฉันไม่ได้จะหาแคปชั่นหรือะไรหรอกนะ
เพียงแต่...

ฉันนอนอยู่ในห้องมืดๆ และเปิดเพลงที่ไม่มีเนื้อร้องให้วนเล่นซ้ำอยู่อย่างนั้น

ฉันนอนหลับตา และภาพในหัวก็วนมาฉายซ้ำอีกครั้ง
...สัมผัสของเธอ...
...กลิ่นของเธอ...
...แววตาคู่นั้น...
...ไออุ่นจากอ้อมกอด...
...เสียงลมหายใจที่ประสานกับจังหวะการเต้นของหัวใจเธอ...

ฉันหลับตาจินตนาการ ไม่รู้กี่คืนวัน ทุกสัมผัส ทุกกลิ่นเสียง
..มันชัดเจนเหลือเกินในความทรงจำ 
แม้ว่าใบหน้าของเธอในจินตนาการของฉัน 
มันไม่เคยชัดเจนเลยสักครั้งก็ตาม...

บางวันฉันคิดถึงเธอคนนี้ บางคืนฉันคิดถึงเธอคนนั้น
บางครั้งฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองรู้สึกอะไร
หรือคิดถึงใครอยู่กันแน่
แต่ทุกครั้งฉันมั่นใจเสมอว่ามันคือความคิดถึง
ความคิดถึงต่อใครสักคนที่มากเหลือเกิน...

แต่แม้ว่าฉันจะคิดถึงเธอมากเท่าไหร่
หรือแม้ว่ามันจะมีหนทางใดที่ทำให้วงโคจรของเราวนกลับมาอีกครั้ง ...ฉันก็คงไม่วนกลับไปอีกแล้ว

เพราะความรักอิสระของฉันมันอาจทำร้ายเธอ
และแม้ว่าความจริงฉันอยากครอบครองเธอมากแค่ไหน 
ฉันก็คงได้แค่คิด เพราะเธอก็รักอิสระไม่ต่างกัน
จริงๆเราเป็นคู่ที่เหมาะสมกันนะ ช่างเลวร้ายพอกันให้ตายเถอะ

เธอคนนึงเคยถามฉันว่าทำไมต้องกุหลาบแดง
มันอยู่ในรูปที่วาด มันอยู่ในดิสไลน์ มันอยู่ในสิ่งที่โพสลงเฟส
มันอยู่ในทุกสิ่งที่สามารถแฝงตัวได้ 

สำหรับฉันแล้วกุหลาบแดงมันคือราชินีของมวลดอกไม้
สวยงามที่สุด กลิ่นหอมเย้ายวน และแฝงไปด้วยอันตราย
กลีบบอบบาง ก้านอ้อนแอ้น แต่มีหนามแหลมคม
มันคือการบอกเป็นนัยว่า อย่าแตะ อย่ายุ่ง เพียงเชยชมพอ
ดอกไม้จะงามที่สุดถ้ามันอยู่กับต้น ไม่ใช่ตัดเอามาใส่แจกัน
และฉันอยากเป็นแบบนั้น มันคือมายาคติที่ฉันอุปโลกน์ขึ้นเอง
...และฉันก็หวัง
หวังให้ความรักของฉันเป็นอย่างดอกกุหลาบแดงเหมือนกัน...

และในทุกครั้งที่ผ่าน ฉันเชื่อในลางสังหรณ์ของฉัน
ฉันสัมผัสได้ว่าเธอคือคนที่ตามหา ที่ฉันรอคอย
ฉันหลงใหลในบรรยากาศที่เราสร้างด้วยกัน
ทัศนคติของเธอ การกระทำของเธอ ทุกสิ่งที่เธอแบ่งปัน
ฉันชอบมันเหลือเกิน

 ...ขณะเดียวกันฉันกลัว 
เธอเข้ามาใกล้ จนจะเคาะประตูหัวใจแล้ว
ฉันกลัวว่าฉันจะพลั้งมือเปิดประตูแล้วให้เธอเข้ามา
ไม่ใช่ว่าฉันไม่ต้อนรับ เพียงแต่ฉันอับอายเกินไป
ที่จะเผยให้เธอเห็นว่าภายในใจมันยุ่งเหยิงแค่ไหน
หลายครั้งที่ฉันปล่อยให้พวกเธอเคาะประตูอยู่อย่างนั้น
แล้วฉันก็นั่งกอดเข่าเอาหลังพิงประตูฟังเสียงเคาะประตู
จนเสียงสุดท้ายลับหายไป...

ช่างเป็นเรื่องเศร้าที่คู่ควรกับการหลั่งน้ำตา
แต่เปล่าเลย ฉันเพียงยิ้มและอวยพรให้เธอไปเจอคนที่ดี
ที่เขามีความกล้ามากกว่าฉัน พร้อมเปิดประตูต้อนรับเธอเข้าไป

...แล้วฉันก็เลยต้องเหงาคนเดียวอยู่แบบนี้เสมอ
และเฝ้าแต่คิดถึงเธอ เธอและเธอและเธอและเธอ
แบบนี้เสมอ ทุกคืนวัน 
ช่างน่าเบื่อ ความรู้สึกเดิมๆ เหตุการณ์เดิมๆ
แต่ฉันก็ไม่เคยเข็ดเลยสักครั้ง ให้ตายสิ่หน่า
ฉันคงหลงใหลอยู่กับการพบคนแปลกหน้า
ที่ผ่านเข้ามาร่วมทางกันเสียแล้ว

ฉันอยากหลุดพ้นนะ 
ฉันอยากเป็นบัวที่พ้นน้ำ
หลุดจากวงโคจรที่แสนน่าเบื่อนี้
ฉันเลยเสิร์ชหาแง่คิดคติธรรม แล้วฉันก็เจอพุทธสุภาษิตนี้
มา ปิเยหิ สมาคญฺฉิ
อปฺปิเยหิ กุทาจนํ
ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ
อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ

อย่าติดอยู่ในสิ่งที่เรารัก หรือไม่รัก
การพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก เป็นทุกข์
การพบเห็นแต่สิ่งที่ไม่รัก ก็เป็นทุกข์

ฉันก็เลยฉุกคิดว่า แม้ฉันจะตัดความรู้สึกคิดถึงที่มีต่อเธอได้
ฉันก็คงไม่สุขหรอก เพราะการได้คิดถึงเธอ
มันกลายเป็นความสุขอย่างนึงของฉันไปแล้ว
ฉันเสพติดความคิดถึงในความเดียวดาย...

แม้ว่าฉันจะต้องทุกข์เพราะคิดถึงเธออยู่อย่างนี้
ฉันยินดี...
แม้ว่าฉันจะต้องเดียวดายขอเพียงได้เฝ้ามองเธอห่างๆ
เธอมีความสุขดี ฉันก็พอใจแล้ว
ภาพจำของพวกเธอจะงดงามเสมอ
ฉันจะเก็บเธอไว้ทุกคนในความทรงจำ 
และมันจะเป็นแบบนี้เสมอ ตลอดไป...

//dear my stranger//
🥀 ...
hope you happy to meet me too
...











SHARE
Written in this book
Rose
เรื่องของฉัน ฉันที่อาจเป็นเธอ
Writer
my_dear
loser
I'm freaky girl & I'm living by music

Comments