Love at first sight. 🎨
..ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อ ว่าความประทับใจในวัยเด็กคราวนั้น มันจะส่งผลมายังชีวิตของฉันตอนนี้...

ณ หาดทรายทะเลบางเสร่

ครอบครัวของฉัน พ่อ แม่ พี่ชาย เเละตัวฉัน ไปเที่ยวกับครอบครัวของเพื่อนเเม่ ที่มีลูกชายถึงสามคน โดยที่ฉันเองเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว..

เราทุกคนสนิทกันมาก เวลาทานข้าวทุกคนก็จะผลัดกันตักโน่นนี่ให้ฉัน เพียงเพราะฉันเป็นน้องผู้หญิง มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ที่มีคนคอยดูแล แต่ความพิเศษของมันอยู่ตรงที่.. จะมีเพียงหนึ่งคนที่เวลาเล่นบางอย่างที่ฉันไม่สามารถเล่นเเบบผู้ชายได้ เค้าก็จะคอยมานั่งเป็นเพืี่อน มาอยู่ข้างๆฉัน เค้าคนนั้น เป็นลูกคนกลางของเพื่อนเเม่..
    มันเป็นความรู้สึกดีดีในวัยเด็กที่เมื่อเวลาไปกับเเม่ทีไร หัวใจฉันจะเต้นเเรงและดีใจอยู่ทุกครั้งไป

เมื่อเราโตขึ้น เราหายไปจากชีวิตของกันและกัน รับรู้เรื่องราวผ่านทางเเม่เล่าบ้าง แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยย..

จนวันที่ facebook เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิต วันที่เราดีใจสุดขีด คือวันที่เราได้เจอ facebook ของเค้า เราแอดไป เเค่เค้ากดรับ เราก็ดีใจมากแล้ว เเต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะทักไป..

จนมีโอกาสได้เห็นกิจกรรมที่เค้าชอบ นั่นคือการวิ่งมาราธอน มันทำให้เราเริ่มหลงรักการวิ่ง ไปวิ่งแบบเขา เพื่อจะได้มีข้ออ้างในการทักหา 
ทุกครั้งที่เราไปวิ่ง เค้าจะมากดไลค์ หัวใจของเราเต้นรัวเหลือเกิน เราดีใจเหลือเกิน เเค่เห็นชื่อfacebookของเค้าในช่องโพสเราคือโคตรดีใจ
  
11 ก.ค. เมื่อวันเกิดเค้ามาถึง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เราทักหา  เราคุยกันใน messenger อย่างยาวนานราว 2 ชม เราเริ่มทักหาเค้าบ่อยขึ้น ชวนคุยเรื่องราวต่างๆ เล่าเรื่องตัวเองให้ฟัง จนถึงวันที่เราเริ่มไม่รู้จะคุยอะไร เเต่ก็ยังอยากคุย เราพยามเข้าหา เเต่เราเริ่มรู้สึกเค้าตอบน้อยลง เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง เราเลยเริ่มลดการทักหาเหลือเพียงอาทิตย์ล่ะครั้ง โดยใช้วันเดิม เวลาเดิมในการทักไป
  

ทุกครั้งที่จุดเขียวบน facebook ขึ้นเป็นชื่อเค้า
 เราเเม่งโคตรหัวใจเต้นเเรง

ใจนึง. เราเเม่งโคตรอยากจะบอกความในใจ
แต่อีกใจนึง. เราก็แม่งโคตรกลัวเค้าไม่เหมือนเดิม

พอมาคิดๆดู ถ้าเราพยามทำขนาดนี้ เค้าก็น่าจะมีเซ้นท์รู้บ้างว่าเราชอบ เเต่เพราะเค้าอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยนิ่งๆเเละคงไม่อยากให้เเม่ๆของเราลำบากใจ 
 จากวันนั้นเราพยามมาสองเดือนเต็มๆที่เข้าหานาย ความพยามของเราไม่เป็นผล นายเริ่มนิ่ง เริ่มไม่ถาม เริ่มไม่ต่อบทสนทนา เราก็เลยคิดว่า เราจะพอแล้วแหละ 

..เราไม่อยากให้นายอึดอัดใจกับเรา
เรายังเห็นกันผ่าน facebook มันก็ดีมากแล้ว

ขอบคุณที่ยังมากดไลค์ทุกครั้งที่เราไปวิ่ง
อย่างน้อย คุณก็รู้แหละว่าคุณเป็นแรงบันดาลใจในการวิ่งของเรา 
เราหัวใจเต้นเเรงทุกครั้งที่เห็นโพสของคุณ

คุณยังคงเป็น “รักเดียว” ที่อยู่ในใจเสมอ             แม้ว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเลยก็ตาม.. 
 และในปีนี้ ในวันเกิดคุณ เราก็เลือกที่จะทักคุณไปอีก หลังจากที่ห่างหายไป คุณยังน่ารักเหมือนเดิม หัวใจของฉันยังคงเต้นเเรงเมื่อได้คุยกับคุณ
แต่..
แต่ฉันก็รู้.. ว่ามันก็ได้เเค่นั้น
ไม่มีสิทธิ์คิดอะไร มากไปกว่าเพื่อนกัน.. ;)

ขอโทษที่เราไม่กล้าบอกชอบคุณ เราอยากเสี่ยงเเต่มันไม่คุ้มเลยถ้าเราจะเสียคุณไปแบบถาวร... 

ยังคงคิดถึงเสมอนะคุณ 🎨








SHARE

Comments