เรื่องแบบนี้มันถูกต้องแล้วหรอ??

ก่อนอื่นเลยผมขอบอกก่อนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมานี้ผมคิดอยู่นานพอสมควรว่าจะเขียนเรื่องแบบนี้ดีมั้ย แต่วันนี้ผมตัดสินใจแล้วเพราะผมคิดว่าถ้าเราไม่ออกความคิดใดๆแล้วนั่งอยู่เฉยๆในมุมมึดเราก็ทำได้แค่ดูแค่นั้นเองผมจึงเขียนเรื่องนี้ขึ้น

อยากจะให้รับรู้เอาไว้ว่าเหตุการที่เกิดและที่จะนำมาเล่าในครั้งนี้นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่หลายเดือนที่แล้วแต่ปัจจุบันนี้มันกลับไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย

เรื่องมีอยู่ว่า

ผมกับเพื่อนคนนึงชื่อ A (นามสมมติ)เพื่อนผมเป็นคนที่eqค่อนข้างต่ำ(มาก) เป็นพวกที่ทำอะไรตัดสินใจไม่ค่อยเป็น เหตุผลกำปั้นทุบดิน อะไรที่ไม่ไหวจะพอละก็ล้มเลิกไป และเป็นคนที่ค่อนข้างจะเก็บความเครียดไว้และระบายออกโดยการที่เททุกอย่าแล้วไปตายดาบหน้า เย็นวันนั้นผมติดต่อเพื่อนไม่ได้ พอผมกับ A ได้มาพบกันหลังเลิกเรียน ผมสงสัยจึงถามไป

"โทสับแบตหมดหรอ"

"ไม่ใช่"


"แล้วทำไมไม่อ่านข้อความ"

"โดนครูยึด"

ซึ่งขอบอกก่อนว่าโรงเรียนของผมเดิมทีไม่อนุญาติให้นำโทรศัพท์มาใช้ในโรงเรียนอยู่แล้วแต่ถ้าจะเอามาต้องดูแลและรักษาด้วยตัวเองโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบถ้าหายหรือพัง และ"ห้ามเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียน" มิฉนั้นจะถูกยึด

ตอนแรกผมก็พอเดาได้ว่าทำไมไม่ตอบเพราะเพื่อนคนนี้มีนิสัยที่ชอบเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียน (แค่บางคาบ) ผมจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก และบอกไปว่า

 "ก็ไปเล่นในคาบเรียนเองช่วยไม่ได้"

ผมพูดไปแบบนั้นเพื่อนผมทำหน้าเศร้ากว่าเดิมพร้อมกับบอกว่าไม่ใช่แบบนั้นผมสงสัยว่าเหตุการณ์เป็นยังไงกันแน่จึงให้เพื่อนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดมาให้

เหตุเกิดที่ว่า..

เช้าวันนั้นเพื่อนผมมาโรงเรียนในเวลาปกติ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีจนถึงคาบเรียน ฟิสิกส์ ซึ่งเป็นคาบเรียน2ชม. ติดกันและครูผู้เป็นครูที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงอย่างมากในกลุ่มนักเรียน ซึ่งครูเค้าเป็นที่ครูปรึกษาห้องของเพื่อนผมเอง ในคาบนั้นระหว่างเรียนเพื่อนผมโดนครูคนนั้นสั่งให้ถอดถุงเท้าเนื่องจากเหตุถุงเท้าสั้น โดยที่เพื่อนผมใส่ถุงเท้ายาวเกือบถึงครึ่งของขาซึ่งไม่ผิดกฎโรงเรียนด้วยซ้ำแต่โดนครูยึด(ไม่รู้ว่าด้วยเหตุอะไร..หมั่นไส้หรอ??) ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์นี้มาแล้ว แต่เป็นกรณีที่เพื่อนใส่ถุงเท้าad****ซึ่งเป็นถุงเท้านอกที่โรงเรียนห้ามใส่มาโรงเรียน แล้วโดนครูคนนี้ยึด แล้วครูก็บอกว่าให้ไปซื้อถุงเท้าที่ถูกระเบียบมาใส่ให้ดูก่อนจึงจะคืนถุงเท้าที่ยึดมาให้ เพื่อนผมเข้าใจและรู้ดีว่าตัวเองทำผิดจึงนำเงินไปซื้อถุงเท้าที่ถูกระเบียบมาใส่และไปหาครูเพื่อรับถุงเท้าคืน แต่ดันกลายเป็นว่าครูได้ทิ้งถุงเท้าคู่นั้นไปแล้วซึ่งคู่นึงตกอยู่ที่ราคา 300-500 บาท ทิ้งเลยหรอมันเกินไปมั้ย และในตอนนี้ที่เพื่อนใส่ถุงเท้ามาถูกระเบียบแท้ๆแต่ดันถูกยึดนั้น เพราะอะไร..แต่เพื่อนผมก็ถอดมันออกและก็โดนครูยึดไป เพื่อนผมใช้โอกาศที่ครูหันหลังไปเขียนกระดานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายให้แม่ดูว่าตนโดนยึดถุงเท้าทั้งๆที่ใส่ถูกต้องตามกฎระเบียบ และเพื่อนก็รีบเก็บโทรศัพท์ลงทันทีในเวลาไม่ถึง10วินาที ทันใดนั้นแม่ก็ติดต่อกลับมาเพื่อนจึงหาโอกาศหยิบโทรศัพท์มาดูอีกแต่ดันโดนครูจับได้และยึดในที่สุด (ซึ่งเรื่องนี้เพื่อนผิดและยอมรับที่เเอบเล่นโทรศัพท์)

"ทำอะไร"

"คุยกับผู้ปกครองครับ"

(ผมก็ไม่แน่ใจเพราะจำที่พูดกันไม่หมด)

ครูจึงหยิบโทรศัพท์ไปอ่านซักพักละก็พูดออกมาว่า

"ยึด30วันนะ"

เพื่อนผมจึงตกใจและสตั้นไปซักพัก ครูก็กลับมาสอนต่อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ซึ่งพอหลังจากนั้น(น่าจะตอนจบคาบผมก็ไม่แน่ใจ)เพื่อนได้ไปตามขอโทรศัพท์คืนจากคุณครูคนนั้นแต่คำตอบที่คุณครูให้กลับมาคือ

"มาเอาอีก30วันหลังจากนี้ค่ะ"

เพื่อนผมเศร้าและทำอะไรไม่ถูกและทันใดนั้นครูก็ให้ข้อเสนอมาว่า..

"ถ้าเธอจะเอาคืนไปก่อนครบ30วันเธอก็มาเอาไปได้แต่..แลกกับโดนหักคะแนนวิชา ฟิสิกส์30คะแนน"

30คะแนน!!บ้าไปแล้วนี่คือสิ่งที่ผมคิดตอนได้ยิน แล้วยิ่งเป็นวิชาที่กดเกรดอยู่แล้วด้วยเพื่อนจึงยอมทนรอ และใช้โทรศัพท์ผมติดต่อกับผู้ปกครองเพื่อแจ้งให้ท่านทราบ 

ไม่กี่วันหลังจากนั้นเพื่อนของผมได้คุยกับผู้ปกครองของเขาแล้วได้ข้อสรุปมาว่า ผู้ปกครองจะส่งโทรศัพท์ใหม่มาให้ แต่ให้ลองไปขอครูดูอีกรอบก่อน ด้วยความที่เพื่อนทำตามที่ผู้ปกครองสั่งเพื่อนก็ไปที่ห้องพักครูเพื่อขอครูในเช้าวันถัดมา แต่คุณครูนั้นก็ยังยืนยันคำเดิมว่าให้รอ 30 วัน เพื่อนผมกับครูเข้าไปคุยกันซักพักใหญ่ ทันใดนั้นเพื่อนก็ออกมาจากห้องพักครูพร้อมโทรศัพท์ในมือพร้อมบอกว่า ติด0แน่ๆ ผมก็จึงถามว่าเกิดอะไรขึ้นเพื่อนจึงเล่ามาว่า

เพื่อนไปลองขอโทรศัพท์คืนจากครู แต่คุณครูไม่ให้เพื่อนจึงบอกไปว่าผู้ปกครองให้ลองมาขอ ทันใดนั้นครูก็หยิบโทรศัพท์เพื่อนขึ้นมาละนำมายัดใส่มือละคืนให้พร้อมกับบอกว่า หัก30คะแนน เพื่อนผมบอกไม่เป็นไรคับครูผมแค่มาลองถามเฉยๆเพราะผู้ปกครองให้มาถามแต่ครูก็ยัดใส่มือเพื่อนผมและบอกว่าหัก30คะแนน หลังจากนั้นครูก็เปิดใบรายชื่อและหักคะแนนเพื่อนผม30คะแนนทันทีโดยที่เพื่อนไม่ได้มีเจตนาที่จะอยากได้โทรศัพท์คืนอยู่แล้วแต่ผู้ปกครองแค่ให้มาลองขอเฉยๆ แต่ผลลัพท์ดันกลายเป็นว่าครูจับโทรศัพท์ยัดใส่มือแล้วหัก 30 คะแนนโดบที่นักเรียนไม่เต็มใจ...มันใช่หรอเรื่องแบบนี้ 

เพื่อนออกมาจากห้องแล้วจึงโทรให้ผู้ปกครองทราบและเพื่อนก็มานั่งยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ทำให้ผมคิดว่าครูทำเกินไปรึป่าว 30 คะแนนมันเกินไปมั้ยครูทำเพราะอะไร ความสะใจส่วนตัวรึป่าว?? 

ยังไม่รวมถึงเรื่องที่โรงเรียนต้องมีการให้ที่ปรึกษาส่งรูปบ้านของนักเรียนแต่ละคนซึ่งต้องเห็นลักษณะบ้านทั้งหลังใน1รูป เพื่อนผมส่งไปหลายครั้งมากแต่คำตอบที่ได้มาจากครูคนนั้งคือ "ไม่ผ่านไปถ่ายใหม่" และเพื่อนยอมโดนทำโทษทุกวันจนกระทั้งวันดีคืนดีเพื่อนส่งรูปแรกสุดที่เคยส่งให้ครูไปแล้วไม่ผ่าน แต่ครั้งนี้ดันผ่านเฉย ครูตั้งใจรึป่าว??หรือเป็นเหตุบังเอิญ??

สุดท้ายนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องแบบนี้เรื่องเดียวที่เกิด นี่เป็นแค่ส่วนนึงจากทั้งหมด และไม่ใช่เพื่อนผมคนนี้คนเดียวที่โดนเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้ มันทำให้ผมเริ่มคิดว่า ครูที่ทำโทษเด็กแบบนี้เพราะความสะใจหรือป่าว มันเกินไปไหมที่ตัดอนาคตเด็กเพราะเรื่องแค่นี้ ประเทศไทยก็ขึ้นชื่อเรื่องเกรดคือตัววัดผลการเรียนอยู่แล้ว ยิ่งเป็นวิชาฟิสิกส์ซึ่ง 2.0 หน่วยกิตอีกต่างหาก มาตัดคะแนน30คะแนนไปแบบนี้เหมือนดับอนาคตเด็ก ครูทำเพื่ออะไร สะใจหรอ?? ยิ่งพูดถึงเรื่องการทำโทษที่ไร้เหตุผล มันใช่หรอ...ถ้าครูสนุกแต่เด็กไม่ขำด้วยก็ไม่ใช่นะผมว่า...

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นการฟังความข้างเดียว ถึงจะมีพยานถึง2คนก็ตาม

ผู้อ่านอาจจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะเพื่อนผมก็มีส่วนผิดจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นคนเรามีความคิดที่แตกต่างกันอยู่แล้ว จะมีความเห็นต่างกันจึงไม่แปลก..

ก็อยากให้กลับเอาไปคิดนะครับว่า การที่เราทนอยู่แบบนี้ต่อไปมันเป็นการถูกบังคับให้เป็นผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวรึป่าว ปัญหาแบบนี้ควรแก้ไขมั้ย (เริ่มแก้ไขจากเพื่อนผมก่อนเลย) มีครูแบบนี้ในโรงเรียนนักเรียนจะอยากเรียนหรอ เหมือนตกอยู่ในสภาพที่โดนบังคับกดขี่มากกว่า..มันถูกต้องแล้วหรอ


ทั้งนี้ทั้งนั้นหากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคับ
มีความคิดเห็นกันแบบไหนก็เม้นไว้ได้นะคับ

ข่อมคับ

     

SHARE
Writer
PPoPPoP
shut the f*ck up pls~
revolution start now...

Comments