butterflyache
คุณหมอทำหน้าเครียดขณะที่มองผลอัลตร้าซาวน์ที่ปรากฎฉายชัดบนจอ ผมไม่ได้มองไปทางเดียวกับเขา ท้ายที่สุดผมก็หันไปจ้องแจกันดอกไม้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะใกล้กับประตูแทน 

"เป็นยังไงบ้างครับหมอ"

"ไม่ดีเลย" เขาพูดทั้งๆ ที่ไม่ได้หันมามองหน้าผม "หมอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน"

คงเป็นสักประโยคนึงที่สะกิดใจผมให้ละสายตาจากกลีบดอกสีชมพูหวานไปจ้องมองหน้าจอด้วยอีกคน สิ่งอัศจรรย์ฉายอยู่บนหน้าจอนั่น เค้าโครงร่างของสิ่งที่เคลื่อนไหวบนจอมาจากในท้องผม ขยับปีกเหมือนผีเสื้อเริงระบำ

และมันก็เป็นผีเสื้อจริงๆ บินวนเวียนอยู่ในท้องผมสองสามตัว

"คุณกินผีเสื้อเข้าไปเหรอ"

ผมทอดสายตาอ่อนแรงไปมองเขา พร้อมทั้งส่ายหัว 

"ผมแค่เผลอไปชอบใครคนนึง"




น่าเศร้า ที่อาการมีผีเสื้อกระพือปีกอยู่ในท้องไม่ได้ทำให้มันเป็นอาการโรแมนติกมากขึ้นสำหรับผม ยิ่งทรมานเสียมากกว่า ผมอยู่นิ่งไม่ได้ด้วยซ้ำ ใบหน้าเห่อร้อน อยากจะผ่าท้องเอาเจ้าพวกนี้ออกไป แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น ยิ่งมีเขาอยู่ใกล้ๆ ด้วยแบบนี้

"โอ้ย"ผมโอดครวญ หลังจากพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ผมก็ยังลุกไม่ไหว

"เธอโอเคไหม"คุณหมอเดินมาช่วยประคองให้ผมเอนตัวกลับไปนั่งพิงหัวเตียงอย่างเชื่องช้า ผมยิ้มให้เขาแทนคำขอบคุณก่อนจะหยิบแก้วน้ำเย็นขึ้นมาจ่อปาก ตอนนั้นเองที่ผมชะงัก

ถ้าผมกินน้ำผีเสื้อพวกนี้จะยังบินได้อยู่ไหม

ของเหลวเย็นเฉียบไหลลงคอ มันช่วยให้ผมผ่อนคลาย เหมือนกับผีเสื้อพวกนั้นจมน้ำไปหมดแล้ว

แต่ผมรู้ พวกมันจะยังไม่ไปไหน 

"จนกว่าเธอจะไม่รักเขาแล้ว มันถึงจะหายไป หมอว่าเธอน่าจะต้องใช้เวลาสักหน่อย ที่ว่าไปเป็นแค่ทฤษฏีนะ"คุณหมอจดบางอย่างลงบนกระดาษ พร้อมกับถามผมไปด้วย

"ชอบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่"

"ตั้งแต่วันแรก เขาเป็นคนแบบที่ใครได้คุยด้วยสักนาทีก็ต้องชอบ"



ผมพูดเบาราวกับเสียงกระซิบ
หรืออาจเป็นแค่กับผมก็ได้ แค่กับผมที่ชอบเขาน่ะ

คุณหมอทำหน้าเคร่งเครียด ดูจริงจังกับผลการตรวจร่างกายของผมกับภาพอัลตร้าซาวน์เมื่อครู่ด้วย ผมมองเขาตาไม่กะพริบจนกระทั่งถูกจับได้ ผมค่อยๆ เบนสายตาไปทางอื่น


'รู้สึกเหมือนมีผีเสื้ออยู่ในท้อง แต่จำไม่ได้ว่ากินมันเข้าไปเมื่อไหร่'

สิ่งที่ผมเห็นในกระดาษแผ่นนั้นที่วางบนโต๊ะข้างๆ ทำให้ผมหลุดหัวเราะ มันดูตลกชะมัด คุณหมอเหมือนหลุดจากภวังค์ เริ่มคลายยิ้มตอนที่เห็นผมหัวเราะกับตัวเอง

"คุณหมอยิ้มอะไรเหรอครับ"

"เห็นคนไข้ยังหัวเราะได้แบบนี้มันก็รู้สึกดีน่ะ เหมือนเป็นแรงใจให้คนทำงานด้านนี้เลยละมั้ง" เขาเอื้อมมือมาขยี้หัวผม ไม่ว่าจะด้วยความเอ็นดูหรืออะไรก็ตาม ผมชอบมันนะ

"อ่า ชีพจรเต้นรัวเลย"

ผมไม่พูดอะไรพร้อมกับหลบหน้าไปอีกทาง ตอนนั้นเองที่ประตูเปิดออก พยาบาลหน้าตาน่ารักเดินเข้ามาส่งยิ้มให้

"ขอเวลาสักครู่ได้ไหมคะคุณหมอ"

"ได้สิ"เขารับปากทันควันพร้อมกับหันมามองผม"รอหมอสักครู่นะ"

ผมพยักหน้า มองตามแผ่นหลังที่ปิดประตูตามเบาๆ แต่ยังไม่ปิดสนิท ใบหน้าคุณหมอยิ้มแย้มมากกว่าตอนที่ยิ้มให้ผมมากทีเดียว เสียงพูดคุยดังมารบกวนผมเบาๆ สายตายังจับอยู่นอกประตูกระจก ตอนที่ร่างสูงยิ้มกว้างกว่าเดิมก่อนจะโน้มตัวไปหาพยาบาลสาวนั้นเอง ผมจึงเริ่มไอ









"ทานข้าวด้วยนะครับ"คุณหมอจูบขมับพยาบาลสาวที่บิดตัวม้วนอย่างอายๆ 
"คุณหมอนั่นแหละค่ะ ห่วงตัวเองบ้างเถอะ ปล่อยให้เราห่วงอยู่ได้""
"อยากมีคุณคอยดูแลนี่ครับ"
"ไม่ต้องมาทำปากหวานเลยนะ เราไปก่อนล่ะ"
ทั้งสองจูบลากันเพียงแค่เสี้ยววิก่อนพยาบาลสาวจะผละตัวออกไปก่อน คุณหมอมองตามหลังเธอไปลับตาก่อนจะผลัักประตูเข้ามาในห้อง 

คนไข้ของเขานอนนิ่งอยู่บนเตียง สภาพคล้ายหลับใหล ผิวซีดๆ นั่นซีดไปกว่าเก่า เห็นทีว่าต้องสั่งให้ออกไปรับแดดบ้างแล้วกระมัง เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำข้างนอกนั่น คุณหมอนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับจัดการรวบกองเอกสารบนโต๊ะให้มากองรวมกัน ก่อนจะหันไปมองร่างคนไข้อีกครั้งนึง

คุณหมอชะงัก ผีเสื้อตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ปลายจมูกก่อนจะบินอย่างอ้อยอิ่งไปที่ดอกไม้ที่ชูความงามในแจกันข้างประตู เขาขมวดคิ้ว สำรวจไปโดยรอบ เขาไม่เคยสังเกตเห็นผีเสื้อนับสิบตัวที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัวเขา บนเครื่องมือการแพทย์หรือบนตัวคนไข้มาก่อนหน้านี้ สายตาตกตะลึงทอดมองโดยรอบ ปีกผีเสื้อกระพือเมื่อคุณหมอพยายามเขย่าร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง 

ทุกคำพูด ทุกสัมผัส ผีเสื้อรับรู้ 
และไม่มีสิ่งใดที่ผีเสื้อจะทำนอกเหนือจากนั้นได้อีก

















SHARE
Written in this book
วิเวกวาฬน้ำเงิน
เปิดมันอ่านเมื่อคุณรู้สึกโดดเดี่ยว
Writer
grumpyboy
writer
รู้สึกเหมือนมีผีเสื้ออยู่ในท้อง แต่จำไม่ได้ว่ากินมันเข้าไปเมื่อไหร่

Comments