กลบ
 เรา นั่งเงียบๆ ฟังเพลงแล้วก็ร้องไห้
เปิดเพลงให้ดังที่สุดหวังว่าทั้ง "เสียงเพลง" "เสียงฝน" จะช่วยกลบเสียงร้องไห้ 
ใช่มันกลบเสียงร้องไห้ของเราจากคนอื่น ๆ ได้ และกลบเสียงร้องต่อตัวเราเองได้ชั่วคราว
ตอนที่ฝนเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง เช่นเดียวกับน้ำตาของเราที่มันไหลออกมาอย่างบ้าคลั่ง
  
เสียงของมันดังจนทำให้ไม่ได้ยินเสียงอื่น นอกจากเสียงฝน 
แต่แล้วไม่นาน ฝนก็หยุดตก แต่น้ำตาและตัวเราเองยังไม่ยอมหยุดร้องไปพร้อมกับฝน
นั่นหมายความว่าเราไม่สามารถกลบความเศร้าความเสียใจของตัวเองได้ตลอดไป


มันเป็นความเศร้าที่เศร้าที่สุดตั้งแต่เราเคยเจอมา
ไม่มีอะไรที่เดายาก ก็ตามสูตรนั่นแหละ เรากำลังอกหัก อยู่ในขั้น
มันเกิดจากเรามีความรักต่อคนคนนึง และรู้สึกว่ามันกำลังเป็นไปได้ดี
แต่ก็ บู๊ม พังลง ผิดคาด อันที่จริงแล้วมีแค่เราคนเดียวที่คิดว่ามันเป็นความรัก

เราไม่เคยเชื่อเลยว่าที่เห็นในหนังที่เขาเฮิร์ทๆ
กันต้องเล่นใหญ่ขนาดนั้นเลยหรอ จนวันหนึ่งเราได้ประสบกับตัวเอง 
รู้สึกว่าฉากอกหักในหนังต่างๆที่เคยดูมันสมจริงขึ้นมาทันที
 
ความรู้สึกตอนนั้นมันเจ็บยิ่งกว่าในหนังอีก มันทรมานจนเราไม่รู้จะอธิบายว่ายังไงดี

ฉากเปิดฟักบัวร้องไห้ในห้องน้ำ ฉากนั่งอยู่เฉยๆแล้วน้ำตาไหลบนรถเมล์
ฉากร้องไห้ฟูมฟายเสียงดังจนกระทั่งหมดแรงจะร้องต่อเราก็ทำมาแล้ว 
แต่เราเลือกที่จะแสดงฉากเหล่านั้นกับตัวเองลำพัง เพราะเราอยากจะกลบมันจากคนอื่นๆ

เราไม่อยากให้ใครเห็นเราเวลาที่เรากำลังอ่อนแอและเป็นบ้าที่สุดอย่างนี้
ไม่เข้าใจทุกครั้งว่าทำไมถึงต้องนึกถึงเรื่องราวเหล่านั้นตลอดเวลา
ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหน ก็ไม่สามารถหยุดคิดถึงเราเหล่านั้นได้เลย 
ทำไมน้ำตามันถึงได้ไหลมารวมกันบนหน้าตลอด 
และเราได้แต่ปาดน้ำตาให้หายไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า


 
เราพยายามกลบความรู้สึกแย่ๆนั้นโดยการแกล้ง ทำตัวเองว่ายังมีความสุข ถึงแม้จะไม่
 
เรายิ้มทักทายคนรอบข้างพูดคุยกับเขาอย่างที่เคยทำมาตลอด

พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกเศร้าและเสียใจที่เป็นอยู่

เราตบตาคนบางคนได้ แต่ก็ไม่ทุกคน ยังมีคนที่เดินเข้ามาทักเราว่า 

"เป็นอะไร ทำไมดูเศร้าจัง"

ก็แปลกใจนะว่ารังสีความเศร้ามันแผ่ออกมาขนาดนั้นเลยหรอ

และที่กลบไม่ได้เลยก็คือความรู้สึกของเราเอง มันรู้อยู่ตลอดว่าไม่ได้มีความสุขจริงๆ

เรากลบมันจนกระทั่งเราทนไม่ไหว สุดท้ายเราก็ต้องแสดงมันออกมา

เราร้องไห้และเล่าเรื่องราวระบายความรู้สึกของเราออกมาต่อคนที่เราไว้ใจจะคุยด้วย

เพื่อนสนิท ครอบครัว อันที่จริงเราก็ไม่อยากให้ใครเห็นเราเป็นแบบนี้หรอก

ไม่อยากแสดงความรู้สึกเสียใจให้ใครรับรู้ทั้งนั้น 

แต่ในเมื่อมันเกินที่จะรับไหวเราก็เลยปล่อยออกมา

จากนั้น มันก็รู้สึกโล่งขึ้นนะ ถึงแม้ว่าการที่ฉันร้องไห้ออกมาให้ใครๆเห็น 
เล่าเรื่องอกหักห่วยๆของเราให้ใครๆ ฟังมันจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น 
เราก็ยังอกหักเหมือนเดิม แต่มันรู้สึกโล่งขึ้นเยอะ 
พอเราได้ระบายแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องระบายอีก 
 


หลังจากนั้น เราเหมือนถูกใส่ฟิลเตอร์เศร้าอยู่เป็นเวลานานพอสมควร

คลุมโทนชีวิตเศร้า ตั้งแต่ตื่นจนนอน ไม่เว้นแม้กระทั่งในฝัน

ถึงแม้เราอยากที่จะเปลี่ยนฟิลเตอร์ขนาดไหนก็ไม่สามารถทำได้

แต่ อยู่ๆ ฟิลเตอร์สีเทาเหล่านั้นก็ค่อยๆ จางหายไปเอง

เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหายไปหมดเมื่อไหร่หายไปได้ยังไง

ส่วนหนึ่งอาจเพราะความพยายามที่จะเปลี่ยนฟิลเตอร์ของเราเอง
 
อีกส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการที่ฉันได้ระบายความรู้สึกแย่ๆ ออกไปแล้ว 

รวมถึง เ ว ล า นี่แหละ ที่เยียวยาให้ความเศร้ามันหายไปได้เอง

เมื่อเราเศร้าเป็นเวลานานๆ เราจะรู้ได้เองว่ามันอาจจะนานเกินไปจนเสียเวลาแล้ว

เราจะคิดได้เองว่า "เฮ้ย เลิกเศร้าได้แล้ว"  

เราอาจแก้ไขหรือบังคับอะไรที่มันผ่านไปแล้ว
ให้เป็นแบบที่เราต้องการไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเรียนรู้จากมันได้ 
 


เราเชื่อว่าคนเราทุกคนต้องเคยพบกับความเศร้า

เราไม่สามารถจินตนาการได้ว่า
มันหน้าตาเป็นไง?จะมากมายขนาดไหน?เจ็บปวดเพียงใด?
จนกว่าจะได้พบมันด้วยตัวเอง
 

เราอาจจะกลบมันด้วยการลองมีความสุขปลอมๆ 

แต่สุดท้ายแล้วเราต้องยอมรับมันให้ได้ 

เราไม่รู้ว่าความเศร้าจะอยู่กับเรานานแค่ไหน อาจจะแค่แวบเดียว 1วัน เดือน ปี หรือตลอดชีวิต 
ทางที่ดีที่สุดสำหรับเราที่เราเลือก ก็คือไม่ต้องไปหาวิธีกลบมัน 
เพราะสุดท้ายเราเองที่รู้ว่ากลบยังไงก็ไม่มิด 
การยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเศร้าได้เป็นสิ่งที่ควรทำ 
ยังไงในไม่ช้า ความเศร้าก็จะเดินจากเราไปเอง


เราหนีความรู้สึกตัวเองไม่ได้หรอก เราต้องเรียนรู้จะอยู่กับมันให้ได้
ถึงจะอยากหนีไปแค่ไหน ก็หนีไม่ได้ หนีไม่พ้นอยู่ดี 


 
เราคิดถึงตอนที่ เสียงฝนเริ่มเบาลงเป็นสัญญาณว่าฝนกำลังจะหยุด
เราปิดเพลง 
เราเริ่มฟังเสียงความเศร้าของตัวเองและเข้าใจมัน

ฝนมันก็เหมือนกับน้ำตาเรานี่แหละ
มีช่วงเวลาที่เทลงมามากมาย
และก็มีช่วงเวลาที่ต้องหยุด

ความเศร้าและอาการอกหักในครั้งนี้เราคงจะจดจำมันไว้อย่างไม่มีวันลืม
และเราจะปล่อยให้มันผ่านไปจนกลายเป็นเรื่องของอดีต

ตอนนี้เรายิ้มได้อีกครั้ง
(แบบไม่ได้แกล้งยิ้ม) 
 
SHARE

Comments

jongjiw
4 months ago
เราก็เคยเป็นแบบนี้เหมือนกัน พอมาอ่านดูก็นึกถึงตัวเอง มันจริงแฮะ แต่วันหนึ่งมันก็จะผ่านไปนี่แหละ เนอะ
Reply
HelianthusHimawari
4 months ago
ความเศร้าจะทำให้เราเรียนรู้ที่จะเข้มแข็งขึ้น เวลาเจอเรื่องแย่ๆก็ท่องไว้ว่าเดี๋ยววันนึงมันก็ผ่านไปเนอะ 
Pixy_P_Paruda
4 months ago
ขณะอ่าน น้ำตาก็ไหลตาม เเต่ที่สุดเเล้วมันก็เเห้งไป เป็นกำลังใจให้นะ
Reply
HelianthusHimawari
4 months ago
55555ตอนนี้เราหายเศร้าแล้ว  ขอบคุณมากนะคะ
Hawaii_Rose
4 months ago
เคยเป็นเหมือนกันค่ะ เมื่อหายแล้ว เราจะเข้มแข็งขึ้น แม้จะอกหักอีกก็จะหายเร็วขึ้นค่ะ เหมือนกับวัคซีน ช่วงแรกอาจทำให้เราไม่สบาย แต่หลังจากนั้นวัคซีนจะเป็นภูมิต้านทานโรคให้เราเองค่ะ ☺️
Reply
HelianthusHimawari
4 months ago
ชอบคำนี้ :) วัคซีนจะเป็นภูมิต้านทานโรคให้เรา สักวันนึงเราก็จะนึกขอบคุณที่เราเคยผ่านเรื่องแย่ๆมา เป็นประสบการณ์ รู้สึกมีภูมิคุ้มกัน 
Reply