My Dream
   ห่างหายจากแป้นพิมพ์ story log ไปพักใหญ่ บทความสุดท้ายแทบจำไม่ได้ว่าเขียนอะไรไป แต่ดีที่ยังย้อนดูได้อยู่เสมอ "Story log" จึงมีความหมายกับเราเสมอ ในวันที่เราเกือบลืมความฝัน
   พูดถึงความฝัน ใครบ้างที่ไม่เคยฝัน ไม่เคยเลยที่จะรู้สึกอยากเป็นคนนั้นคนนี้ ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต เราคิดว่าไม่มีหรอกมั้ง อย่างแย่ก็เป็นคนที่มีความฝันไม่แน่นอนเหมือนเรา
   จำได้ตอนนั้นอุลตร้าแมนเป็นยอดมนุษย์ที่ปลื้มที่สุด ท่าไขว้มือเป็นเครื่องหมายบวก ปล่อยแสงสีแดงทีฟ้าทีพุ่งใส่ตัวประหลาดจนพลังตัวเองเกือบหมดแทบทุกตอน(แต่ไม่เคยหมดสักครั้ง) จนเราวิ่งเข้าห้องนอนเพื่อหาเบาะนุ่มๆ บรรจงตีลังกาให้เหมือนยอดมนุษย์ที่สุด แม้พยายามแปลงร่างเป็นร้อยครั้งก็ยังเหมือนเดิม
   ด้วยความที่เป็นเด็กช่างพูดช่างเจรจา กลับมาจากศูนย์เด็กเล็กก็เล่าให้แม่ฟังตลอด "คุณลุงตำรวจเขาขยันทำงานจริงๆ นอกจากจะจับผู้ร้ายในละครยังมาช่วยครูปิดประตูหน้าต่างที่โรงเรียนด้วย" ซึ่งขณะนั้นแม่ก็รู้ดีว่าเราหมายถึงลุงยาม แต่ด้วยความที่รู้ว่าเราอยากเป็นตำรวจ ก็ไม่เคยเล่าความจริงจนกระทั่งเราแยกแยะมันได้เองเมื่อเวลาผ่านพ้นมา
   มาถึงวันแตกหักระหว่างวัยเด็กและวัยรุ่นปลายๆ ม.3 พี่ลีซอและพี่สุเชาเป็นขวัญใจของแฟนบอลทั้งประเทศ หนึ่งในนั้นก็มีเราอยู่หนึ่งคนละ ฝึกสับขาหลอกฝึกฟรีคิกทั้งๆที่เล่นฟุตบอลได้โคตรห่วยก็ยังจะโชว์ให้เพื่อนดูจนได้ เรียกว่าฝีมือไม่เท่าไหร่แต่จินตนาการในฟุตบอลมันคว้าแชมป์โลกไปแล้ว
   ปลายๆของวัยมัธยม เจ้าคารมยกให้เราเลยจ้า จีบสาวทีกลอนยาวเป็นหางว่าว ใส่ไว้ใต้โต๊ะเรียนเธอบ้าง ในสมุดการบ้านเธอบ้าง เอาซ่ะทุกวิถีทาง แต่เมื่อเพลงรักกับกีต้าโปร่งเป็นสิ่งที่สาวประทับใจที่สุดในวัยนี้ เรามักฝันว่าอยากมีเพลงดีๆสักเพลงที่แต่งให้เธอ อย่าถามถึงทักษะการเล่น ขนาดกีต้าตัวเป็นๆเด็กต่างจังหวัดอย่างเรายังไม่เคยพบเจอ แต่ทำไงได้ เพลงพี่ๆวงไอน้ำมันร้องจีบสาวได้ดีทีเดียว เราก็อยากเล่นเป็นกับเขาบ้างนี่น่า
    พอเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้นล่ะ ความคิดต่างๆก็หายไปไม่เหลือ บ้ากิจกรรมเอาเป็นเอาตาย ออกค่ายอาสาทีเป็นเดือนๆ เลิกกับแฟนที่คบมากว่า 5 ปี เพราะไม่มีเวลาให้ ตอนนั้นกะว่าอุทิศกายให้สังคม " ฉันต้องเป็นนักพัฒนาสังคมหรือ NGO ให้ได้ " มีม็อบที่ไหนมีเราที่นั่นก็ว่าได้ และสุดท้าย6 ปีในมหาลัยก็ตกอยู่ในสภาพถูกแช่แข็งทางความคิดด้วยปัจจัยทางการเมือง
    ด้วยความที่โตขึ้นและผ่านอะไรมาก็เยอะ คำว่า "นักเขียน" ผุดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่รู้สึกได้ว่าตอนนี้หลงไหลกับตัวหนังสือ ไม่มีหลักการบ้าบออะไรมากมาย รู้แค่อยากเขียนอะไรและไม่เดือดร้อนใครเราก็เขียนไว้ในทุกที่ Facebook IG line มีสเตตัสอัพเดททุกวัน หรือแม้แต่Story logก็ตาม
   ตอนนี้เราอายุ 25 ขวบกว่าๆ ดูความฝันที่ผ่านมาสิ! มีมากน้อยขนาดไหน หรือมันจะเรียกว่าความฝันได้หรือเปล่าเราเองก็ยังไม่กล้าตัดสินใจเลย แต่มันก็เป็นความรู้สึกหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่งๆที่เราอยากเป็น อยากทำและอยากทำให้สำเร็จด้วยซ้ำในเวลานั้น
   ต่อจากนี้ เราเองยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าจะบัญญัติความฝันของตัวเองเป็นสิ่งใด หรือจะจบอยู่ที่การเขียนข้อความแบบนี้ไปเรื่อยๆ หรือ อายุ 30 ปี 40 ปี 50 ปี จนกระทั้งสิ้นอายุขัย เราจะเปลี่ยนสิ่งที่อยากทำ อยากเป็น อยากมีอีกสักกี่หมื่นพันหน เราไม่รู้ว่าสิ่งใด เมื่อไหร่ อาชีพไหนของเราที่พอจะเรียกว่า"ความฝัน"ได้บ้าง เราเองยังตอบตัวเองไม่ได้เลย
   แม้เราจะดูหลายใจกับสิ่งเหล่านี้ที่เราทึกทักไปเองว่ามันคือความฝัน แต่อย่างน้อยคุณเชื่อเราเหอะ ตั้งแต่วันที่อยากเป็นอุลตราแมน จนกระทั้งต้องลงไปนอนอยู่ในโลงราวกับแดร็กคูล่า "เราก็ไม่เคยและไม่คิดจะหยุดฝัน" ยกเว้นใครมาปลุกให้เราตื่นนอน แฮร่!!!! ล้อเล่นครับ #จงสู้ไปกับความฝัน My Dream


SHARE
Writer
PleeNajuak
Cr:บอยอน้อย🐊
อักษรศิลป์ จินตอุดมการณ์

Comments