ความเข้มแข็งของ เบทานี...หญิงสาวนักกีฬาโต้คลื่น ผู้เสียแขนข้างซ้ายให้"ฉลาม"
...ปัจจุบัน ...
เบทานี ฮามิลตัน...มีครอบครัวเล็กๆ ที่อบอุ่น
เธอคือ หญิงสาวผู้รักกีฬาโต้คลื่นเป็นชีวิตจิตใจยังคงหมั่นฝึกซ้อมเล่นกระดานโต้คลื่น และเข้าแข่งขันในรายการต่างๆ อยู่เสมอ

ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งในฮาวายถิ่นที่ครอบครัวของเธอย้ายมาลงหลักปักฐานได้สิบกว่าปี หรือสนามอื่นๆ ทั้งใกล้และไกลที่ขอมีการจัดการแข่งขันหากเธอไปได้ เธอจะเข้าลงแข่งเพื่อหาโอกาสแห่งชัยชนะให้กับตัวเอง

สิ่งที่ทำให้ผู้ชมในทุกการแข่งขันที่ เบทานี ลงแข่งขันวาดลวดลายเหนือเกลียวคลื่น รู้สึกทึ่ง-ชื่นชม คือสายตาแสดงความมุ่งมั่นของหญิงสาว การทรงตัวอันยอดเยี่ยมบนกระดานโต้คลื่น ทั้งๆ ที่เธอมีแขนขวาเพียงข้างเดียว

......................

ในอดีต

ความใฝ่ฝันของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องการจะเป็นนักกีฬากระดานโต้คลื่นที่มีชื่อเสียง หวังสะสมเงินรางวัลที่ได้จากการแข่งแต่ละครั้ง นำมาจุนเจือครอบครัวเล็กๆ ไม่ได้ร่ำรวย

คุณพ่อเป็นเพียงพนักงานเสริฟ์
คุณผู้เป็นแม่ทำงานแม่บ้านคอยดูทำความสะอาดคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง

กลับต้องสูญสลายลงในเวลารุ่งสางของวันหนึ่งเมื่อกว่าหกปีที่ผ่านมา จากการที่เธอลงทะเลไปซ้อมด้วยความมุ่งมั่น

เช้าวันนั้นเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดได้เข้ามาสู่ชีวิตของ เบทานี ขณะที่เธอนอนคว่ำอยู่บนกระดานโต้คลื่นใช้แขนสองข้างแทนในพาย-แหวกคลื่นทะเลสงบ พยุงตัวเองออกไปยังคลื่นลูกใหญ่ข้างหน้าซึ่งอยู่ไกลออกไป

แต่แล้วฉลามลึกลับตัวเขื่องพุ่งเข้าโจมตีอย่างดุดันโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว มันขบคมเขี้ยววาวกริบลงบริเวณใต้รักแร้ของแขนซ้าย กัดกระชากเลือดพุ่งกระเซ็นจนทำให้น้ำทะเลในบริเวณที่เธอกำลังหวาดกลัดสุดขีดแดงฉานไปด้วยเลือดสดๆ


แขนซ้ายของช่วงใต้รักแร้ลงมาถูกฉลามลึกลับดำดิ่งคาบหายไปจากผืนน้ำ เหลือไว้แต่เธอผู้กรีดร้องและแผดร้องอย่างโหยหวนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ที่กำลังซ้อมอยู่ไม่ไกล

เมื่อเพื่อนๆ ได้ยินเสียงจึงรีบหันไปมอง เบทานี และต่างตกใจเมื่อเห็นเลือดแดงฉานนองเหนือพื้นน้ำ รีบทิ้งกระโจนลงจากกระดานโต้คลื่น
ว่ายไปช่วยเหลืออย่างทุลักทะเลเพราะระยะคลื่นลูกใหญ่ที่เคยอยู่ไกลในเวลานั้นกลับเข้าใกล้ซัดเธออย่างเต็มแรง ตามด้วยคลื่นขนาดเขื่องๆ อีกหลายละลอกพัดกระหน่ำมาไม่หยุด

เบทานี ถูกเพื่อนๆ นำขึ้นจากทะเลนรกอย่างอ่อนแรง สิ่งที่ปรากฏข้างหน้าทำให้หลายๆ คนที่อยู่บริเวณนั้น บ้างร้องไห้ บางคนเบือนหน้าหนีด้วยความสยดสยองระคนโศกสลด เพราะเลือดสดๆ และลิ่มเลือดที่เริ่มแห้งเกาะกรังไปทั่วต้นแขนช่วงหัวไหล่ที่ขาดหายไปจากคมเขี้ยวฉลามร้าย

เธอได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในระหว่างที่รอรถพยาบาลมารับตัว และเมื่อรถแห่งความหวังมาถึงเธอจึงหมดสติไปโดยไม่รู้ตัวระหว่างถูกนำส่งโรงพยาบาล

ในช่วงนาทีวิกฤติใครๆ ชีวิตของเธอมีทางออกอยู่สองทางคือไม่รอดก็ตาย แต่ด้วยการแพทย์ที่ก้าวหน้า
ทำให้เธอสามารถรอดชีวิตมาได้

จริงอยู่ถึงแม้เธอจะรอดชีวิตแต่ความคิดของคนส่วนใหญ่ต่างพิจารณาไปในทางเดียวกันคือ เบทานี คือผู้พิการที่อนาคตในการเป็นนักกระดานโต้คลื่นสิ้นลงแล้ว สำหรับหญิงสาวแม้แขนข้างซ้ายจะเหลือเพียง “บ่า” แต่มันก็ได้แบกรับความกลัวอันหนักหาเอาไว้

บ่า ที่แบกความกลัวว่าจะไม่สามารถสร้างอนาคตที่ดีด้วยการเป็นนักกีฬาโต้คลื่นเพื่อสร้างรายได้ที่มาจากชื่อเสียง เพื่อจุนเจือครอบครัว

บ่า ที่แบกความกลัวว่าชีวิตผู้พิการจะทำให้เธอสูญเสียโอกาสต่างๆ ที่ไม่สามารถได้รับเท่ากับคนปรกติ

บ่า ที่แบกความกลัวว่าจะไม่ได้รับความรักจากใครสักคนที่จะมาเป็นคนรักคอยดูแล เอาใจใส่ เพราะคงไม่มีชายหนุ่มคนไหนจะมาสนใจผู้หญิงพิการอย่างเธอ

บ่า ที่แบกความกลัวว่าอนาคตอันสดใสในวัยศึกษา ที่เธอจะต้องเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ต้องจบลง

เธอต้องแบกความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้ที่ไหล่ซ้ายซึ่งมักเจ็บแปลบแล่นไปถึงหัวใจให้ปวดร้าว จากการที่ฉลามร้ายกาจเพียงตัวเดียวแต่เปลี่ยนอนาคตของเธอไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เรียกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องสูญสิ้น ความกลัวประเดประดังเข้ามา

ในช่วงปีแรกความกลัว นำไปสู่ความความซึมเศร้า
หม่อนหมอง กลายเป็นสิ่งทำลายพลังใจให้ชีวิตมีแต่ความท้อแท้

โดยเฉพาะปมทางจิตที่เรียกว่า โฟเบียแบบจำเพาะ (Specific Phobia) ส่งผลให้ เบทานี กลัวฉลาม ฝันร้ายถึงมันอยู่เสมอ

ด้วยหัวใจที่รักในท้องทะเล ความสุขที่ได้สัมผัสจากพรายฟองคลื่น ประสบการณ์ของความรู้สึกดีที่ได้อยู่เหนือเกลียวน้ำทะเลลูกใหญ่ที่ม้วนตัว และเรื่องของปากท้องนี่สิคือสิ่งที่สำคัญกว่าความกลัวฉลาม

“ก็ทำไมล่ะ ในเมื่อเธอเคยเป็นความหวังของครอบครัวถึงแม้ความหวังนั้นจะล่มสลาย ก็ใช่ว่าจะสร้างความหวังขึ้นมาใหม่ไม่ได้”

เบทานี หาทางออกเหนือความกลัว และโรคกลัว ที่เธอต้อง

...“โต้บนเกลียวคลื่นแห่งมรสุมชีวิต”...

แม้จะเป็นนักกระดานโต้คลื่นไม่ได้ แต่ก็เป็นช่างภาพกีฬาโต้คลื่นได้ภายใต้คำแนะนำ สนับสนุน และฝึกสอนถ่ายภาพโดยองค์กรพิทักษ์ทะเลของฮาวาย

ในวันแรกที่เธอต้องลงฝึก
วินาทีแรกที่ปลายเท้าสัมผัสกับน้ำทะเล
เบทานี สัมผัสได้ด้วยหัวใจที่รับรู้ว่าทะเลกำลังเพรียกหาเธออยู่

เธอเองก็ยังคงรักทะเล รักเกลียวคลื่น กีฬาโต้คลื่นยังคงเป็นสิ่งที่เธอปรารถนาอยู่เช่นเคย

หญิงสาวตัดสินใจสลัดความกลัว และโรคกลัวฉลามร้ายทิ้งไป ไม่ให้มันมีอิทธิพลเหนือจิตวิญญาณของเธอ
....แล้วกลับคืนสู่ท้องทะเลเพื่อสานต่อความใฝ่ฝันของเธอ และความหวังของครอบครัว ที่ต้องการจะเป็นนักโต้คลื่นให้กลับคืนมาอีกครั้ง

...........................

เบทานี ทำสำเร็จ เธอกลายเป็นนักโต้คลื่นหญิงสุดแข็งแกร่งผู้ไม่ยอมแพ้ต่อความกลัว
เพราะความกลัวไม่สามารถทำลายความใฝ่ฝันและอนาคตอันสดใสของคนใจสู้ ที่ได้รับการกล่าวขวัญ
ไม่เพียงเฉพาะที่ฮาวาย แต่เป็น “ทั่วโลก”

เป็นเสมือนภาพสะท้อนของ “คนเอาชนะความกลัว” ที่แสดง ให้เห็นว่า

จริงๆ แล้ว ความกลัวไม่สามารถทำลายความใฝ่ฝันของคนที่มุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมายและมีความหวัง ให้ก้าวออกมาเพื่อเอาชนะมันให้ได้....
SHARE
Writer
Kissda
writer
writer

Comments

mellowsgirl
2 months ago
เขียนได้ดีมากๆค่ะ เป็นกำลัง ใจให้ใครที่ท้อได้อีกเยอะเลย
Reply
Kissda
2 months ago
ขอขอบคุณมากๆ ครับผม :)
MiRinDreamGirl
2 months ago
เบทานี ถือเป็นผู้หญิงแกร่งที่สร้างแรงบันดาลใจที่ดีมากๆเลยค่ะ
Reply
Kissda
2 months ago
ใช่ครับ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครสักคนจะผ่านเรื่องแบบนี้ไปได้ด้วยความมั่นคง และแข็งเเกร่ง...เธอแกร่งมากจริงๆ ครับผม
ElectricPink
2 months ago
I don't know Bethany Hamilton personally but judging from watching her ran an Amazing Race with her spouse years ago, I could tell she's a smart, strong, and sweet person. The kind of person who's beautiful inside and out. 
Reply