ลมหนาวเมื่อปีที่แล้ว
19.00 น. / 17 ธันวาคม พ.ศ.2560

"...จะไปจริงๆ เหรอ?"

"อืม"

ฉันตอบพอให้จบๆ ไป มือก็พลางจัดของลงกระเป๋าเดินทาง


พรุ่งนี้ต้องตื่นตีห้าเดินทางไปออกค่ายอาสา ค่ายที่ฉันและเพื่อนๆ เตรียมมาเป็นปี ในที่สุดก็มาถึงวันซะที


"เค้าว่าไม่สนุกหรอกน่า อยู่บ้านเป็นเพื่อนเค้าแหละเนอะ"

"ฮ่ะๆ จะบ้าเหรอ ป่ะ พาเค้าออกไปซื้อของใช้หน่อย"


เขาหยิบกุญแจเดินไปที่รถอย่างว่าง่าย

นี่น่าจะเป็นครั้งที่ห้าหรือหกของวันแล้วที่เขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ฉันหยุดความคิดที่จะไปค่ายอาสานี้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 
'พี่ธีร์' แฟนของฉันเอง

เราพบกันผ่านวิธีที่คนไม่ค่อยให้การยอมรับเท่าไหร่

เราแมทช์กันในแอพ Tinder เริ่มแรกฉันไม่ค่อยถูกชะตากับเขานัก

เขาเป็นแพทย์เฉพาะทางฉุกเฉิน มีนิสัยคล้ายกันกับผู้ชาย 2-3 คน ที่ฉันเคยเจอมา

คือ ใจร้อนและค่อนข้างเอาแต่ใจ จนบางทีก็แอบคิดว่าเฉพาะทางสายนี้เป็นแบบนี้ทุกคนเลยมั้ย

แต่ในความดื้อของเขาก็มีส่วนดีหลายอย่างอยู่เหมือนกันที่ทำให้ฉันรู้สึกรักเขา
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

"ค่ายพวกนี้ไม่มีอะไรทำกันหรอก แค่ไปจัดกิจกรรม เล่นบ้าๆ บอๆ กันเสียงดัง ตกเย็นก็ตั้งวงเหมือนเปลี่ยนที่กินเหล้าอะไรกันอย่างนั้น" สายตาของเขามองถนนสลับกับมองหน้าของฉันเป็นระยะ


"ฮ่ะๆ งั้นก็ดีสิ" ฉันตอบพลางยิ้มมุมปากเบาๆ


"เตง นี่เรื่องซีีเรียสนะ พวกค่ายที่จัดน่ะ ทำประโยชน์อะไรกับชาวบ้านจริงๆ ได้บ้าง แล้วไอ้กิจกรรมสร้างฝายอะไรน่ะ ฝายที่สร้างก็อยู่ได้ไม่นานก็พัง แถมยังไปขวางทางน้ำอีก พวกพืชต้นไม้ที่อยู่ข้างล่างก็ไม่.."


"จุ๊บ"

ฉันหันไปจุ๊บแก้มเขาเบาๆ แล้วหันกลับมานั่งมองถนนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


"นี่จุ๊บเพราะขี้เกียจฟังที่บ่นใช่มั้ย" เขาพูดไปแต่ไม่ยักจะหันมองหน้าฉันแฮะ

ฉันยิ้มเบาๆ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูโน้ตของใช้ที่ต้องซื้อ


หลังจากนั้นไม่นาน เราก็กลับบ้านอาบน้ำเตรียมนอนกัน

ฉันนอนไม่หลับ คิดแต่ว่าต้องลืมเอาของอะไรซักอย่างไปค่ายนี้แน่ๆ


สบู่ ? ยาสีฟัน ? แปรงสีฟัน ? ยากันยุง ? ถุงนอน ? 


"ที่นั่นมีสัญญาณโทรศัพท์มั้ย" เขาพูดขึ้น


"อืม.. เพื่อนที่ไปสำรวจค่ายมาบอกว่าไม่มีนะ" ฉันตอบ


"แล้วเค้าจะอยู่ยังไงเนี่ย" เขาพลิกตัว มองหน้าฉันแล้วลูบหัว


"เค้าไม่อยู่ห้ามขับรถเร็วนะ" ฉันพูดเสียงแข็ง


จำได้ว่าครั้งนึงเรานัดกันไปดูหนัง หนังฉายตอน 17.30 น.
เขามีเคสด่วนเข้ามาก่อนงานเลิก 5 นาที ซึ่งกว่าจะจัดการงานเสร็จก็ปาไป 17.15 น. แล้ว

เขามารับฉันที่บ้านแล้วขับรถด้วยความเร็วที่ฉันไม่กล้าขับและวิธีการขับรถที่ฉันไม่กล้าลอง
สุดท้าย เราก็ไปถึงโรงหนังทัน แต่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเฉียดเข้าความตายมากเกินไปแล้ว


"ฝันดีค่ะ" เขาพูดแล้วจุ๊บหัวฉัน พร้อมเอาแขนมาโอบตัวอ้วนๆ ของฉันไว้

ฉันเอาหัวไปซบตัวเขา พลางคิดในใจ

'เริ่มไม่อยากไปแล้วแฮะ..'

ทำไมเขาไม่คิดบ้างว่า ฉันเองก็อยากอยู่แบบนี้กับเขาเหมือนกัน


แต่บางทีหน้าที่ก็สำคัญกว่าเรื่องส่วนตัวแหละ จริงมั้ย


ว่าแต่.. พรุ่งนี้ฉันจะตื่นทันไหมนะ..
SHARE
Writer
karmacalls
student
Don't give up on your dreams. Keep sleeping.

Comments