เรื่องง่ายๆ ที่วุ่นวาย

'ง่าย ๆ'

'ทำง่ายมากเลย'

'ง่ายสุดแล้วในบรรดาขนมทุกอย่าง'

อะ ในเมื่อแม่บอกว่ามันง่ายก็ง่าย ก็ได้ งั้นเราจะลองมาทำวุ้น ขนมที่ใคร ๆ รวมทั้งแม่ก็บอกว่าง่าย ๆ ดูละกัน 
เนื่องจากบ้านเราชอบทานวุ้นกันมาก โดยเฉพาะหน้าร้อน วุ้นกะทิแช่เย็นเป็นสิ่งฮอตฮิตที่สุด แต่การหาซื้อนั้นค่อนข้างยากนิดหน่อย และแม่ก็ค่อนข้างเลือกมาก ไม่ค่อยซื้อของใครสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่อร่อยบ้างหละ ไม่ได้รสกะทิบ้างหละ ไม่สะอาดบ้างหละ บลาๆตามแต่คุณเขาจะสรรหาได้ คุณเขาเลยนิยมทำเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ระยะหลังมานี้คุณเขาไม่สบายบ่อย และแม้สบายดีคุณเขาก็ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ ขณะที่เราและน้องบ่นอยากกิน อยากกิน อยากกินจะแย่ แม่เลยบอกว่า "วุ้นของง่าย ๆ ง่ายที่สุดในบรรดาขนมแล้ว ลองไปทำดูเองสิ!"
แม่ไม่ได้พูดเปล่า หรือพูดเล่นแต่อย่างใด แม่ใจดีซื้อผงวุ้นมาให้ด้วย!!
ครานี้...
เรื่องง่าย ๆ ที่แสนจะวุ่นวาย...
เรื่องง่าย ๆ ที่โคตรจะยุ่งยาก...
 สำหรับเราก็ได้บังเกิดเราลองใช้กูเกิลให้เป็นประโยชน์อีกเช่นเคย ค้นหาวิธีการ ขั้นตอนในการทำต่างๆนานา อ่านจากหลายๆสำนักจนรู้สึกว่า 'เอาหละ แม่นแล้ว ลุยได้' แต่ก็มิวาย แจ้นไปหาแม่และถามสำนักแม่อีกที คำตอบที่ได้คือ...
"ก็แค่เอาน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟ ใส่ผงวุ้น คนๆให้วุ้นละลาย เติมน้ำตาล จบ"
"แค่นี้เองหรอแม่?"
"ก็แค่นั้นแหละ"
"แล้วน้ำอะ ใส่มากไหม แค่ไหน ใช้หม้อเบอร์ไหน?"
"น้ำ 2 โลครึ่ง หม้อใบไหนก็ใช้ไปเหอะ"
"สองโลครึ่งมันกี่ลิตรอะแม่ ทำไมตวงเป็นกิโล ไม่เป็นลิตร น้ำขนาด 1.5 ลิตรนั่นกี่กิโล"
"มึงก็ชั่งสิ เครื่องชั่งที่บ้านก็มีหนิ ถามไรนักเนี่ย เอาน้ำใส่หม้อแล้วชั่ง อ่อ ชั่งน้ำหนักหม้อก่อนแล้วหักลบน้ำหนักหม้อออกด้วย"
"แม่! แต่หลังซองวุ้นเนี่ยมันบอกว่าน้ำ 3 กิโลอะ"
"สองโลครึ่งแหละ ไม่รู้ ไปลองทำดู อยากใส่เท่าไหร่ก็ใส่ๆ ไป แต่สามกิโลเนื้อวุ้นมันจะแข็งๆ ไปป่าวไม่รู้"
จบการสนทนาเท่านี้ คุณเขาก็ไล่กลับบ้านให้เรามาลองปฏิบัติการจริงได้ มัวถกปัญหาเรื่องน้ำหนักน้ำที่ใช้จนลืมถามเรื่องอื่นไปเลย แต่ก็คิดว่าคงไม่เป็นไร กูเกิลจะช่วยเราเอง เอาหละ มันจะง่ายจริง ๆ ไหม เดี๋ยวรู้กัน

เริ่มจากยกตราชั่งมาชั่งน้ำหนักหม้อ ใส่น้ำลงในหม้อจนได้ปริมาณที่ต้องการ คือ สองกิโลครึ่ง (อันนี้แอบเชื่อแม่ เพราะเราทานสูตรของคุณเขา) และแอบเปิดกูเกิลไว้สำนักนึงซึ่งคิดว่าขั้นตอนละเอียด เข้าใจง่ายสุดตั้งไว้ เขาให้เทผงวุ้นลงไปคนในหม้อให้ละลายก่อน แล้วจึงเอาหม้อไปตั้งไฟ เคี่ยวไปเรื่อยๆ ก็เติมน้ำตาล ปัญหาคือกูเกิลไม่ได้บอกว่าขนาดที่เราทำนั้นต้องใช้น้ำตาลมากน้อยแค่ไหน หรือเราอาจจะตาลายอ่านตกอ่านข้ามไปมาก และสำนักแม่ก็ไม่ได้บอกไว้ เลยเดาส่งตักน้ำตาลลงไป 5 ช้อน(ส้อม) น้ำตาลที่ใช้เป็นน้ำตาลทรายแดง ไม่ได้ซื้อที่บ้านมีแต่ตัวนี้ ส่วนตัวคิดว่าน้ำตาลทรายแดงมันหวานมากเลยใส่น้อยๆ แต่ผิด ชิมไปชิมมามันไม่ออกรสหวานเลยเพิ่มไปอีก 3 ช้อนคิดว่ามันหวานแล้วหน่อยๆ ไม่อยากให้หวานมากเดี๋ยวจะเติมสีด้วยน้ำหวานกลิ่นต่างๆ อีกครั้งนี้ไม่ได้ทำกะทิ เพราะวุ่นวายจนลืมแวะซื้อน้ำกะทิ บวกกับขี้เกียจและแอบกลัวด้วยว่ามันจะพังมากกว่าสำเร็จ ฮา แต่ที่บ้านมีน้ำหวานเข้มข้นกลิ่นส้มและแอปเปิ้ล และก็มีเนื้อมะพร้าวอ่อนด้วย เลยเอาเนื้อมะพร้าวอ่อนมาใส่รวมกับกลิ่นแอปเปิ้ลสีเขียว ส่วนกลิ่นส้มก็เป็นแค่วุ้นรสส้มธรรมดาๆ 
ช่วงนี้คือความวุ่นวายที่แท้จริง เราเผลอเทน้ำใส่ในน้ำหวานแต่ละกลิ่นลงไปก่อนไปผสมกับวุ้นที่กำลังคนด้วย เลยกังวลว่าปริมาณน้ำที่เพิ่มลงไปจะมีผลกับเนื้อวุ้นไหม วุ้นจะเซตตัวไหม หรือจะเป็นแค่น้ำเหลวๆ คิดไปพลาง มือก็หยอดวุ้นลงพิมพลาง คอยลุ้นพลาง จนหยอดเสร็จหมด วุ้นตัวแรกๆ ก็ยังเหลวๆ ไม่เซตตัวดี ตอนนั้นเริ่มใจไม่ค่อยดี เพราะของแม่เหมือนจะจำได้ว่า เวลาคุณเขาหยอดใกล้เสร็จตัวแรกๆ ของท่านก็กำลังเซตตัวแล้วรึป่าว? หรือคิดไปเองก็ไม่รู้ แต่ก็ยอมตัดกังวลเอาทุกชิ้นเข้าตู้เย็นเรียบร้อย
บทสรุปในวันนั้นคือ วุ้นก็เป็นวุ้นอย่างที่มันควรจะเป็นนั่นแหละ มันก็เซตตัวได้ในที่สุด เนื้อก็กำลังโอเค (อันนี้แม่กลับมาบ้านในตอนเย็นได้ทำการชิมและคอมเพลนให้เอง) แต่จืดชืดไปมาก ไม่มีรสหวานเลย จนแม่ถามว่าได้ใส่น้ำตาลรึป่าว แม่ตกใจที่เราบอกว่าใส่ไปแปดช้อน เพราะไม่รู้ว่าควรใส่เท่าไหร่ และตอนชิมนั้นมันก็รู้สึกหวานๆแล้ว แม่บอกว่าน้ำตาลหนึ่งกิโลต่อวุ้นหนึ่งห่อ เราก็เลยได้แต่อ่อๆ โชคดีที่เราเลือกทำสีด้วยน้ำหวานเข้มข้น มันเลยได้ทั้งรสและกลิ่นมาช่วยชีวิตนิดนึง เนี่ย ใครบอกว่ามันง่าย มันก็ไม่ง่ายนะ มันก็ต้องมีสูตร มีอะไรของมันที่จะทำให้มันอร่อยและกินได้ ว่าไหมหละ??

เอาหละ วันนี้ขอแก้มือหน่อย เนื่องจากมีประสบการณ์จากครั้งก่อน บวกกับอาทิตย์ก่อนไปงานแต่งญาติและได้แอบชิมวุ้นกะทิสีชมพูสุดสวยแสนอร่อยของเจ้าของงานมาจนติดใจอยากจะทานรสชาติละมุนๆ แบบนั้นอีก ครั้งนี้เลยตั้งใจมาดมั่นจะทำวุ้นกะทิให้ได้ แต่คงไม่สีชมพูหวานแหววหรอก คงจะเป็นสีม่วงพาสเทลอ่อนๆ ม้ายูนิคอร์นวิ่งเล่นในทุ่งดอกลาเวนเดอร์มากกว่า ทำไมถึงต้องสีม่วง เหตุผลง่ายๆ คือ แอบเห็นต้นอัญชัญข้างบ้านดอกบานสะพรั่งเลยแอบเก็บมาแช่เย็นไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เคยดูคลิปทำอาหารสกัดสีจากอัญชัญเขาแช่น้ำร้อนตั้งไว้แปบเดียว ออกมาสีม่วงส๊วย สวย วันนี้เลยแช่น้ำร้อนสกัดสีตั้งไว้ แต่ไหงไม่ได้สีม่วงสักที ได้แค่สีฟ้าทึมๆ กำลังจะเป็นสีน้ำเงินหรือดอกเราจะน้อย หรือเราใส่น้ำเยอะไป ยังไงกันนะ แต่ช่างมันอัญชันหมดต้นแล้ว สีน้ำเงินก็น้ำเงิน ไม่มีม้ายูนิคอร์นไปวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์แล้ว 

วันนี้เริ่มด้วยการไปซื้อน้ำกะทิ แต่ร้านปิด! กลับมายืนมองสีน้ำเงินในถ้วยตาปริบๆ ตัดสินใจซีลไว้และเอาเข้าตู้เย็น พ่อกลับมาเห็นเลยรู้ว่าจะทำวุ้น คุณเขาเลยไปเก็บมะพร้าวหลังบ้านมาปอก ขูดกับกระต่ายขูดมะพร้าวและคั้นน้ำกะทิให้เองสดๆ ใจจริงก็รู้และเห็นว่าหลังบ้านมีมะพร้าวแก่หลายลูกที่จะทำน้ำกะทิได้ แต่ก็นั่นแหละ ติดปัญหา ทำไม่เป็น! อาศัยความง่าย คือซื้อ จบ อันดับแรก ปอก อันนี้ตัดทิ้งไปเลย ไม่สามารถ อันดับสองขูดด้วยกระต่าย เคยลองเมื่อนานมาแล้ว ทำไม่ได้ จนแม่บอกว่าให้เรามาขูดมะพร้าวพรุ่งนี้ก็ไม่ได้กิน อันดับสุดท้าย คั้นน้ำกะทิ อันนี้พอทำได้ แต่หัวกะทิอ่อนไปมาก มันต้องใช้แรงอยู่สักหน่อยให้น้ำออกดีๆ เยอะๆ แรงบีบอ่อนเปลี้ยแบบเราไปซื้อที่ร้านแหละดีแล้ว แต่ส่วนตัวชอบกินกะทิชาวเกาะนะ อร่อยดี หวานๆ เค็มๆ มันๆ ยิ่งเอามาทำเป็นเมนูเครื่องดื่มคอกเทลนะ ฟิน แต่บังเอิญแม่ไม่ชอบอีกเช่นเคย ใดใดในโลกล้วนโปรดรับรู้ไว้ว่าทุกอย่างแพ้ภัยมนุษย์ที่เรียกว่าแม่ ฮา
เอาหละ ได้น้ำกะทิแล้ว ชั่งน้ำหนักเรียบร้อย เติมสีน้ำเงินสดใสจากอัญชันลงไป พรึ่บ! น้ำกะทิกลบสีจางไปเกือบหมด กลายเป็นสีฟ้าอ่อนที่อ่อนเป็นขาวเลยเชียว คนๆ ไป เอ...ไปตัดใบเตยหอมมาใส่หน่อยดีกว่า เหตุที่ที่บ้านเตยหอมเยอะมากเลยตัดมาเป็นสิบกว่าใบ เอามาหั่นๆ ใส่ลงหม้อไป คนไปคนมาจากสีฟ้าอ่อนกลายเป็นสีเขียวจากใบเตยซะงั้น อ่ะ สีเขียวก็สีเขียว ยังไงยูนิคอร์นก็หายไปตั้งแต่สกัดอัญชันไม่ได้สีม่วงหละ อะ เทต้ำตาลลงไปหนึ่งกิโล ที่บ้านยังคงเป็นน้ำตาลทรายแดง พรึ่บ ไม่นานคนไปคนมาจากสีเขียวกลายเป็นสีโคลนหรืออะไรเนี่ย อวสานวุ้นกะทิสีม่วงพาสเทลในบัดดล 
ไหน ๆ ใครเล่าว่ามันคือของง่าย ๆ จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เนี่ย ดูสิ จากการทำมาสองครั้ง ไม่ได้เป็นอย่างหวังเลย เราดู เราอ่าน เราถาม เราศึกษา เรามองว่ามันง่าย แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่มากพอเท่ากับการลงมือทำด้วยตัวเอง และมันก็ทำให้ตระหนักว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ง่ายหรอก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการฝึกฝน การทดลองและการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอทั้งนั้น เราอาจจะเฟลเป็นร้อยครั้งแต่ใครจะรู้ว่าครั้งที่ 119 เราอาจจะสำเร็จก็ได้ ครั้งก่อนเราได้รู้ว่าควรใส่น้ำตาลเท่าไหร่ ความหวานจึงจะพอดี ครั้งนี้มันก็ได้ผลลัพท์อีกอย่างที่ทำให้รู้ว่า ควรใช้น้ำตาลทรายขาวมากกว่าน้ำตาลทรายแดง สีจะได้ไม่เพี้ยน ออกมาสวยๆ ดูดี ดูน่ากินมากกว่า และการสกัดอัญชันให้ได้สีม่วงก็ไม่ได้เช่นกัน การใส่ใบเตยหอมเยอะไปก็ไม่ดี ของบางอย่างถึงจะมีเยอะ ก็ต้องมีจุดที่พอดี อยากได้สีอื่นก็ควรใส่แต่พอดี หรือถ้ามีเยอะก็ควรดึงมาเป็นจุดเด่นแทนไปเลย 
ความจริงวันนี้วุ้นอร่อยเลยนะ แต่ความสวยงาม ความดึงดูดยังไม่ได้ สีไม่โอเค มันก็จริงที่ว่าไม่ได้ทำออกขาย แค่ทำกินกันภายในบ้าน ไม่จำเป็นต้องมายด์อะไร แต่เรามองว่า หากเราจะทำอะไรสักอย่าง เราต้องทำให้ดี ทำให้ได้แบบที่คนอื่นทำด้วย ก่อนที่ใครจะรู้ว่าอร่อย มันต้องเริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูน่ากิน เราถึงจะเลือกหยิบกิน เท่านั้นเอง 
อีกอย่างวันนี้ ตอนเย็นแม่กลับมาทำขนมอะไรสักอย่าง (ไม่รู้ชื่อแต่พรุ่งนี้คงได้กินแน่ๆ ฮา) จากหัวมันที่ขุดได้จากข้างบ้านด้วย แม่ก็สอนไปด้วย บ่นไปด้วยเรื่องเราชอบไป 7-11 ซื้อขนมอัดแน่นผงชูรสทานกัน คุณเขาอยากให้เราเพลาๆ กันบ้าง แล้วก็สัพเพเหระ คุณเขาบ่นๆ ว่ารอบบ้านนี่ปลูกทุกอย่าง มีทุกอย่าง กินได้หมด ไม่ต้องไปหาซื้ออะไรที่ไหนเลย แต่ไม่ยอมรู้จักทำกินกันบ้าง ชอบเอาแต่สะดวกเป็นที่ตั้ง ทำให้เย็นนี้นั้นเป็นเย็นแห่งการร่วมด้วยช่วยกันทำขนม (ขณะนั้นพ่อกำลังขูดมะพร้าว) และโดนเทศนาจากแม่ไปด้วย

ขอย้ำอีกครั้ง! เรื่องง่ายๆ อย่างการทำวุ้นเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดในการเริ่มหัดทำขนม อันนี้คือคำพูดของแม่ แต่ของเรานั่นมันไม่ง่ายและออกจะวุ่นวายอยู่หน่อยๆ นะ แต่คิดว่าอีกหน่อยคงไม่วุ่นแล้วแหละ จะทำให้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่(ไม่)วุ่นวายให้ได้ :)

ที่มารูปปลากรอบจากกูเกิลแน่ะ ของตัวเองนี่ไม่เคยได้ถ่ายไว้เลย 

SHARE
Writer
ItimZ
Smile Maker :)
A chubby girl who live in Wonderland! ;) It's always TEA time.

Comments

ItimZ
10 months ago
#ประสบการณ์ #ของหวาน
Reply