ดีหรือไม่ที่จะเปิดตัว (แฟนเพศเดียวกัน) ในสื่อสังคม
ขอบอกแก่ทุก ๆ คนก่อนว่า การเล่าเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองในฐานะที่ใช้ชีวิตแบบคู่รักเพศเดียวกัน คือ "ชาย-ชาย" จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ย่างเก้าเข้าสู่ปีที่สิบ ผ่านเลขอาถรรพ์มาก็หลายหน แต่ก็ไม่เคยเกิดอะไรขึ้นเหมือนคนอื่น ๆ เขา ไม่หวือหวาในสื่อสังคม ถ่ายรูปร่วมกันและเผยแพร่ในเฟซบุ๊กก็นับครั้งได้น่าจะไม่เกินสิบครั้ง รับประทานอาหารมื้อเที่ยงก็บ่อย ตกค่ำก็ควงไปร้านอาหารก็บ่อยกว่า คู่เราไม่เปิดเผยแต่ก็ไม่ปิดบัง 

สิ่งที่จะนำมาบอกเล่าให้ฟังอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับใครหลาย ๆ คนที่กำลังประสบสถานการณ์คล้าย ๆ กันนี้อยู่ โดยเฉพาะเรื่องการจัดวางความสัมพันธ์ระหว่างกัน การอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ทั้งมีข้อจำกัดและโอกาสในการดูแลกัน ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน และอะไรอีกมากมายที่ประสบพบเจอกันมา ล้วนแต่ผ่่่่่่่่่านการเรียนรู้มาด้วยกันทั้งสิ้นไม่อยากเปิดตัวแรง เพราะถ้าอยู่กันไม่รอดมันจะอายคนอื่นเขา

อย่างที่บอกล่ะครับว่า ตลอดการคบกันของเราสองคน ผมเคยนำรูปเขาที่ถ่ายกับเพื่อน ๆ ผม มาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กผมน่าจะไม่เกิน 10 ครั้ง เหตุผลจริง ๆ ในช่วงแรกก็ไม่มีอะไรมากครับ เหตุผลของผมคือไม่อยากเปิดตัวแรง เพราะถ้าอยู่กันไม่รอดมันจะอายคนอื่นเขา (ไม่รู้คนที่ปิด ๆ กันอยู่คิดแบบนี้หรือเปล่า) ส่วนเหตุผลของเขานั้น อาจจะหนักหนาสาหัสกว่า คือ ครอบครัวและสังคมที่แวดล้อมเขานั้นค่อนข้างเข้มงวด ความแตกเมื่อไหร่ ความรักก็คงพังลงเมื่อนั้น

เหตุผลที่ว่านี้ก็เลยนำมาสู่ ความรักที่ไม่มีตัวตนของกันและกันอยู่บนโลกเสมือน เราและเขาไม่ได้ add friend กัน (จริง ๆ ในระยะแรกก็เป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊กแต่มีเหตุให้ต้อง unfriend กัน เดี๋ยวจะเล่าในโอกาสต่อไปนะครับ) แต่มันก็กลายเป็นเรื่องดีนะ (เราคิดทบทวนแล้วมันก็ดีเหมือนกัน) เพราะต่างฝ่ายจะไม่มีดราม่า ไม่มีกองเชียร์คอยตามให้วุ่นวาย แต่เมื่อมีปัญหาเราก็ต้องแก้ปัญหากันด้วยการสื่อสารระหว่างกันโดยตรง ซึ่งมันก็ดีมาก ๆ เพราะปัญหามันได้เคลียร์กันจริง ๆ ไม่ดราม่าในสื่อสังคมให้วุ่นวายใจ 

ลองคิดดูซิครับว่า ถ้าใครคนหนึ่งโพสต์เรื่องอกหัก ทะเลาะกับแฟน อะไรประมาณนี้ เราจะต้องถามตอบกับเพื่อน ๆ สักกี่คน แน่นอนว่าบางทีมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นไปกว่าการคิดทบทวนและหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวของเราเอง เพราะแม้จะปรึกษาเพื่อนแต่เราก็มีข้อจำกัดที่จะบอกเพื่อนถึงสาเหตุทั้งหมด จริงไหมครับ ตัวเราเองนี่แหละรู้ดีที่สุด 
เราไม่ได้อาศัยอยู่ลำพังบนโลกใบนี้
อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่เราและเขาต่างไม่มีตัวตนบนสื่ิอสังคมของกันและกัน คือ เราไม่ได้อาศัยอยู่ลำพังบนโลกใบนี้ มีบางคนบางกลุ่มที่เขารับได้ เช่น ครอบครัวของผม เพื่อนฝูงบางกลุ่มของผม และผู้ใต้บังคับบัญชาของผม เป็นต้น คนกลุ่มนี้รับได้กับความเป็นเรา เราก็แนะนำหรือพาเขาไปรู้จัก หรือเดินเคียงข้างกันบ้าง และก็มีอีกกลุ่มที่รับไม่ได้เลย ก็อยากที่บอกว่าโดยเฉพาะครอบครัวของเขา เพื่อนร่วมงานเขา และเพื่ิอนฝูงของเขาบางส่วน คนกลุ่มนี้มีผลต่อความรักของเราอย่างมาก จึงต้องวางความสัมพันธ์ให้เหมาะสม 
แม้ไม่มีตัวตนในสื่อสังคม แต่ก็รู้สึกว่ายังมีคนที่เรารักอยู่ข้าง ๆ 
ลองคิดดูว่า ถ้าเปิดตัวแล้ว จบ! เมื่อครอบครัวเขารู้ เราจะทำใจได้ไหม ดังนั้นถ้าเรายังรักกันอยู่ อยากใช้ชีวิตร่วมกันแบบนี้ต่อไป การไม่แสดงตัวตนในสื่อสังคม จึงเป็นทางเลือกที่เราสองคนตัดสินใจทำมาจนถึงวันนี้ เพราะเราเข้าใจเหตุผลทีี่เกิดขึ้น แม้ไม่มีตัวตนในสื่อสังคม แต่เราก็รู้สึกว่า เรายังมีคน ๆ นี้ที่เรารักอยู่ข้าง ๆ 

ประสบการณ์คู่ผมอาจจะไม่ใช่คำตอบของทุกคู่นะครับ โดยเฉพาะคู่รักเพศเดียวกัน คงขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละคู่ ซึ่งต้องเรียนรู้กันไปนะครับ 


SHARE
Writer
Panchanat
blogger, writer
แบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตคู่เพศเดียวกัน

Comments