" หากวันนั้นฉันไม่มี... "
ขอบคุณเพื่อนรัก ขอเขียนข้อความนี้ส่งถึงพวกแก - กลุ่ม 7 สาวสวยที่สุดในปฐพี -


   พอจะเริ่มเขียน ฉันก็ไม่รู้จะพูดถึงตอนไหนดี

   มีเรื่องราวมากมายของพวกเราที่เกิดขึ้น ต่อให้มีเป็นร้อยหน้ากระดาษ ฉันก็คงเล่าไม่หมด

   พอนึกถึงพวกแก สิ่งแรกคงเป็นความรู้สึกที่ว่า "คิดถึงจริงๆ"

   คิดถึงอดีตที่ผ่านพ้น คิดถึงทุกช่วงเวลาที่มีร่วมกัน ทั้งตอนที่มีความสุข ทั้งตอนที่มีความทุกข์ และตอนที่ทะเลาะกัน ผ่านความผันแปรของช่วงวัยรุ่นที่แสนอลหม่านมาด้วยกัน จนตอนนี้เมื่อนึกถึงทีไร ก็นึกถึงแต่ความงดงามของอดีตที่ผ่านมา

  ตอนขึ้นม.ปลาย ฉันพบว่าฉันไม่เหมาะกับสายวิทย์-คณิต ฉันไม่ชอบเคมี ฟิสิกส์ เลข มันซับซ้อนและวุ่นวาย ฉันหัวแข็ง เมื่อไม่ชอบ ก็ไม่ยินดีรับรู้ และกลายเป็นไม่สนใจ ต่อให้ฉันอยากเรียนรู้ มันก็ยากลำบากกับการฝืนทนทำสิ่งที่ไม่ชอบ

   ฉันอึดอัด บ่อยครั้งที่เรียนไม่ทัน ไม่รู้เรื่อง ฉันหัวช้าคิดช้า ยิ่งซับซ้อนก็ยิ่งคิดได้ช้า สุดท้ายก็ตกอยู่ในสภาพล้มเหลวและปลงตก

   พ่อแม่บังคับให้ฉันสนใจอาชีพแพทย์ แต่ฉันไม่ใช่คนที่ยินดีสละตนเองเพื่อมนุษยชาติ เกียรติยศและความมั่งคั่งอะไรกัน มันสำคัญขนาดที่ฉันต้องละทิ้งสิ่งที่ตนเองสนใจเลยหรือ?

   ฉันทะเลาะกับที่บ้านทุกอาทิตย์ ทำสงครามเย็นกันยาวนานเกือบ 3 ปีเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ว่าฉันจะไม่เป็นหมอเด็ดขาด

   ฉันจำไม่ได้ว่าทรมานจนร้องไห้มากเท่าไร คิดอยากฆ่าตัวตายหนีความเหนื่อยไปกี่ครั้ง และพ่อแม่ต้องเสียใจไปกี่หน ไม่เคยนับเลย

   แต่พวกแกรู้ไหม พวกแกคือสิ่งที่ทำให้ฉันผ่านมันมาได้

   ตอนที่ฉันเงอะงะไม่รู้เรื่อง ก็มีพวกแกคอยสอน คอยเขียนและชี้บอกว่าข้อนี้มันทำยังไง คอยติว่าข้อนี้มันผิด และแก้ไขเมื่อฉันพลาด

   ตอนฉันสอบ ก็มีพวกแกที่ทำชีทสรุปหนาเป็นคืบ และเอามาติว เอามาให้พวกฉันอ่านก่อนสอบ สำหรับฉันที่ไม่ค่อยอ่านหนังสือสอบ (บางทีก็ไม่อ่านเลย...) มันคือของขวัญจากพระเจ้าชัดๆ

   หรือจะเป็นตอนที่พวกเราทำงานกลุ่มใหญ่ พวกแกก็เสียสละทำงานดึกดื่น คอยแก้งานให้ เมื่อฉันหยุด พวกแกก็คอยตามงานให้ตลอด พวกแกช่วยเหลือฉันราวกับนางฟ้าทูนหัวเลยนะ

   ยังมีตอนที่ฉันท้อแท้ ก็มีพวกแกที่ฉันได้ระบายความอึดอัดใจ และได้รับกำลังใจจากพวกแกจนอดทนก้าวผ่านมาได้

   ตอนที่ร้องไห้ พวกแกก็พยายามทำตัวตลกๆ ให้หัวเราะ จนบางทีก็ลืมเรื่องเศร้า สนใจเรื่องที่พวกแกพยายามทำให้ฉันยิ้มมากกว่า

   มีตอนที่เราทะเลาะกันแทบตาย สุดท้ายเราก็ยอมถอยให้กันและเข้าใจกันมากขึ้น

   ฉันนึกอิจฉาพวกแกที่ตั้งใจเรียน อิจฉาที่พวกแกมีความสุขกับทุกวัน อิจฉาที่พวกแกทำให้โลกใบนี้สดใสเสมอ

   แต่ฉันก็รักพวกแกทุกคน รักพวกแกที่เป็นความสดใสของฉัน เป็นความสุข เป็นสีสันในช่วงชีวิตอันมืดมนของฉัน

   หากวันนั้นฉันไม่มีพวกแก...ฉันจะเป็นยังไงนะ?

   อาจจะไม่มีฉันคนนี้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว?

   อาจจะไม่มีคนที่ต้องทนความอึดอัดกดดันคนนี้

   ฉันนึกภาพวันที่ไม่มีพวกแกไม่ออกเลย

   ขอบคุณที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เข้ามาเป็นแรงผลักดันให้ตัวฉันมีทุกวันนี้ คอยดุฉันที่เอาแต่เล่นไม่ยอมอ่านหนังสือ บังคับให้ฉันสนใจอนาคตของตัวเอง สนับสนุนให้ฉันได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ทำให้ตัวฉันมีวันนี้...

   วันที่ฉันได้มีความสุขอย่างแท้จริง

   ขอบคุณความอดทนของพวกแกที่ทำให้ฉันเรียนจบด้วยเกรดเฉลี่ยดีๆ ทั้งที่ไม่แตะหนังสือสักเท่าไร แถมงานก็ไม่ได้เรื่อง

   ขอบคุณที่ช่วยให้ฉันมีแรงและกำลังใจมาจนเป็นตัวฉันในวันนี้

   ถึงพวกเราจะแยกย้ายไปตามทางเดินของตัวเอง แต่พวกเราก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

   รัก.

   ยัยหน้านิ่งของทุกคน

---

ขอบคุณคุณว่าที่พยาบาล คุณว่าที่นักภาษา คุณว่าที่นักวิทย์ คุณว่าที่เชฟ คุณว่าที่อาจารย์ และคุณว่าที่คุณหมอ....จากว่าที่สถาปนิก


"หากถามว่าใครคือคนที่ทำให้ฉันมีวันนี้ ฉันไม่ลังเลที่จะนึกถึงพวกแกเลย"


---

SHARE
Written in this book
Book of the Life
บันทึกในหนึ่งชีวิตของเด็กผู้หญิงมึนๆ งงๆ คนหนึ่ง
Writer
Bambie
Somebody knows.
I don't like the rain, but when you gave me an umbrella with a smile... In that second, I fell in love with you. "พื้นที่นี้คือกระดาษและปากกาของเรา"

Comments