[2 SHOT] SEATMATE (Minkyeong x Kyungwon) (1/2)

 



“กวอน… กวอนอา”

เสียงเรียกข้างหูและมือที่แตะลงมาบนไหล่เรียกคยองวอนให้ตื่นจากงีบสั้นๆช่วงพักเปลี่ยนคาบ มินกยองพยักเพยิดไปยังหน้าห้องให้มองครูที่เข้ามาสอนวิชาต่อไป ถึงจะอยากนอนต่อขนาดไหนแต่เธอก็ต้องยืดตัวขึ้นมานั่งตัวตรงเพื่อให้คนข้างๆได้ทำหน้าที่ของตัวเองสักที

“ทำความเคารพ”

หัวหน้าห้องหรือมินกยองคนที่ปลุกเธอขานนำให้นักเรียนในชั้นโค้งลงทำความเคารพคุณครูวิชาคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมปลายปีสอง คยองวอนโค้งลงเนือยๆแล้วนั่งลงอย่างเหนื่อยหน่าย เธอไม่ถูกกับคณิตศาสตร์เท่าไหร่ แต่มินกยองไม่ยอมให้เธอโดดวิชาอะไรก็ตามเด็ดขาดเธอถึงต้องมานั่งหาวในห้องแทนที่จะโดดไปไหนสักทีในโรงเรียนแทนนี่แหละ พอตั้งท่าจะหยิบโทรศัพท์มาเล่นเหมือนทุกครั้งคนโต๊ะข้างๆก็เลื่อนสมุดของตัวเองมาให้ซะก่อน คยองวอนหันไปเลิกคิ้วใส่

“การบ้าน ส่งท้ายคาบนะ”

“อ๋อ… แต๊งกิ้ว”

ร่างสูงล้วงมือเข้าไปใต้ลิ้นชักหยิบสมุดการบ้านเน่าๆของตัวเองที่ไม่เคยเอากลับบ้านเลยสักวันมาเตรียมลอก พอพลิกดูสมุดสะอาดเรียบร้อยของมินกยองแล้วก็ต้องตกใจกับจำนวนหน้าที่ต้องส่ง 
ตั้ง 11 หน้าเลยหรอวะ บ้าป่ะ

“ทำไมมันเยอะอะ”

“เราเขียนโจทย์ด้วย กวอนไม่ต้องเขียนก็ได้นะเดี๋ยวไม่ทัน”

ถ้ามินกยองว่าอย่างนั้นก็โอเค คยองวอนพยักหน้าแล้วก้มหน้าก้มตาลอกแค่วิธีทำและคำตอบ สายตากวาดไปตามตัวเลขและตัวหนังสือพร้อมๆกับมือขวาที่ขยับตลอดเวลา เขียนตรงบรรทัดบ้างไม่ตรงบ้างแต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจมาก ขอให้เสร็จทันส่งเป็นพอ

กว่าจะถึงข้อสุดท้ายก็หมดคาบพอดี คยองวอนวางปากกาลง ยืดแขนบิดไปบิดมาไล่ความเมื่อย มองมินกยองที่ทำท่าจะหยิบสมุดไปส่งหน้าห้องแล้วแย่งมาถือไว้เอง แขนยาวยื่นสมุดทั้งสองเล่มขวางหน้าดงโฮที่กำลังจะเดินผ่านไปส่งการบ้าน เพื่อนตัวใหญ่รับฝากอย่างว่าง่าย

“หัดใช้คนอื่นบ้างนะ อะไรก็จะทำเองหมด”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย แต่ก็ขอบคุณนะ”

“อื้อ”

มินกยองยิ้มให้ก่อนจะแยกไปพักเที่ยงกับกลุ่มของเค้า คยองวอนมองตามคนที่ตัวสูงกว่านิดหน่อยเดินไปกับกลุ่มเด็กตั้งใจเรียนของห้องจนสุดสายตา



 

เลิกเรียนแล้วแต่มินกยองยังต้องทำงานเอกสารที่ครูประจำชั้นไหว้วาน คยองวอนเลยอยู่รอเป็นเพื่อน มินกยองนั่งลงที่ประจำ โต๊ะหลังสุดกลางห้องที่คู่กับเธอ ใครๆก็บอกว่าพวกหลังห้องมักจะเป็นพวกเกเร อย่างเธอน่ะใช่ แต่มินกยองไม่ใช่หรอก เค้าแค่ตัวสูงเกินที่จะนั่งหน้าห้องทั้งที่ตั้งใจเรียนจะตาย เพราะฉะนั้นเลยมีหลายครั้งที่เธอต้องหันไปมีเรื่องกับพวกผู้ชายโต๊ะข้างๆที่เล่นกันเสียงดังจนมินกยองเรียนไม่รู้เรื่อง

สีหน้าตั้งอกตั้งใจทำให้คยองวอนเผลอยืนมอง อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมสัดส่วนทุกอย่างบนใบหน้าของมินกยองถึงได้ดูลงตัวไปหมด ตั้งแต่ดวงตาเรียวเป็นประกาย สันจมูกโด่งโค้ง และริมฝีปากบางหยักได้รูป... แม้แต่เงาที่ตกกระทบลงบนผนังห้องยังไร้ที่ติ มินกยองที่อยู่ตรงหน้าเธอสวยยิ่งกว่าใครที่เธอเคยเห็นมาทั้งชีวิต เป็นเหมือนผลงานชิ้นเอกของพระเจ้า และผลงานชิ้นนั้นอยู่ๆก็มานั่งเรียนข้างเธอ บางทีนะ เธออาจจะใช้โชคทั้งชีวิตในการมาเจอกับมินกยองแล้วก็ได้

เมื่อเวลาผ่านไปแสงอาทิตย์ขยับขึ้นจนเกือบถึงดวงตาของมินกยอง คยองวอนก็ย้ายร่างไปนั่งพิงขอบหน้าต่างตำแหน่งที่บังแสงสุดท้ายของวันให้กับมินกยองได้ ร่างสูงเหม่อมองไปยังสนามหญ้าข้างล่างที่มีรุ่นน้องในชมรมซ้อมเบสบอลมาซ้อมกัน จะว่าไปเธอไม่ได้เข้าชมรมมานานแล้วเหมือนกันนะ ฝีมือตกหมดแล้วมั้งเนี่ย

ไม่รู้ว่าอยู่แบบนั้นนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีแสงสีส้มก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว มินกยองกำลังเก็บเอกสารที่ทำเสร็จเรียบร้อย เธอเดินเข้าไปช่วยถือ แวะไปวางไว้ที่ห้องพักครูและเดินลงตึกมาพร้อมกัน ระหว่างทางเราเดินผ่านห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาของโรงเรียน ผืนฟ้าที่ไร้แสงอาทิตย์กับสถานที่เก่าๆทำให้คยองวอนอดนึกถึงครั้งแรกที่ได้คุยกับมินกยองมากกว่าคำทักทายไม่ได้




 
‘กูกลับก่อนนะ พ่อมารับแล้ว’

‘เออไปเถอะ เดี๋ยวจัดการเอง’

คยองวอนโบกมือลาเพื่อนในชมรมเบสบอลที่ช่วยยกอุปกรณ์ซ้อมมาเก็บในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา ที่จริงของมันก็ไม่ได้มากมายแต่เพราะทำความสะอาดเพลิน พอออกมาจากห้องฟ้าก็เลยมืดแล้ว คยองวอนบิดขี้เกียจเบาๆหลังล็อคห้องเสร็จ

กำลังจะได้กลับบ้านไปนอนเล่นเกมบนเตียงสบายๆแล้วถ้าไม่ได้ยินเสียงตะโกนที่ฟังไม่ศัพท์ดังมาจากข้างหลังก่อน เธอค่อยๆเดินเลียบผนังเข้าไปใกล้จนจับใจความได้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังหาเรื่องผู้หญิงอีกคนที่ไม่ตอบรับคำขอเป็นแฟน คยองวอนกลืนน้ำลายดังอึก ชีวิตไม่คิดว่าจะได้มาเจอเหตุการณ์แฟนตาซีแบบนี้กับตัวตั้งแต่เปิดเรียนมัธยมปลายปีหนึ่งได้อาทิตย์กว่าๆ ยิ่งยืนอยู่นานเสียงตะคอกนั้นก็ยิ่งดังและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เอาไงดีวะ…

เธอสองจิตสองใจว่าจะเข้าไปช่วยหรือวิ่งไปตามครู แต่เสียงเหมือนใครสักคนถูกผลักล้มก็ทำให้เธอวิ่งเข้าไปที่เกิดเหตุทันที ชายร่างสูงยืนอยู่หน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งขดตัวชิดกำแพง เห็นแค่แว๊บเดียวคยองวอนก็จำได้ว่าชายหนุ่มคืออียูบอม รุ่นพี่นักบาสของโรงเรียน และเธอก็รู้ดีด้วยว่าใครที่อียูบอมตามเทียวไล้เทียวขื่ออยู่ช่วงนี้

คิม มินกยอง

ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือหัวหน้าห้องเธอไม่ผิดแน่ คยองวอนเริ่มเดือดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหัวหน้าห้องร้องไห้ด้วย

‘มึงเป็นใคร อย่ามาเสือก’

เสียงใหญ่และหน้าตาโกรธขึงของยูบอมทำเอาคยองวอนอยากวิ่งหนีกลับไปทางเดิมซะตอนนี้เลย แต่นักเบสบอลมือใหม่กลับเอาตัวไปยืนประชันหน้ากับนักบาสโรงเรียน ดวงตาเปิดกว้างและมือที่สั่นระริกฟ้องออกมาหมดว่าคยองวอนกลัวขนาดไหน ยังไงเธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งที่ทักษะการต่อสู้เป็นศูนย์ แต่เพราะไม่อยากให้หัวหน้าห้องเจ็บตัวไปมากกว่านี้นั่นแหละ…

‘คุยกันดีๆเถอะ รุ่นพี่ไม่รู้สึกแย่หรอที่เห็นมินกยองเจ็บ’

‘เรื่องของกู ถอย’

ไม่ได้ผลแฮะ…

คยองวอนถอยร่นเมื่อยูบอมเดินเข้ามาใกล้ สายตาสอดส่องว่ามีอะไรที่จะช่วยเธอได้ในตอนนี้ไหม แต่ไม่มีเลยสักนิด บ้าชะมัด เมื่อกี้น่าจะหยิบอะไรติดมือมาด้วย ทำไมโง่แบบนี้วะกวอน

'กูบอกให้ถอย!'
 
คยองวอนย่นคอหลบเมื่อโดนตวาดใส่หน้าแต่ก็ไม่ยอมขยับออกห่างจากมินกยอง แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นหมัดลุ้นๆของผู้ชายตัวใหญ่ก็กระแทกหน้าอย่างจัง ร่างสูงของนักกีฬาเบสบอลล้มลงกับพื้นทันที

เชี้ย โดนต่อยมันเจ็บแบบนี้นี่เอง

ยังไม่ทันได้คิดอะไรอีกเธอก็ถูกกระชากคอเสื้อขึ้นไปอีกครั้ง ยูบอมส่งหมัดที่สองมา-

ปรี๊ดดดดดดดดดดด

เสียงนกหวีดยาวช่วยชีวิตคยองวอนไว้ทันเวลา ยูบอมสบถ ปล่อยเธอลงกับพื้นแล้วกระโดดข้ามรั้วหนีครูฝ่ายปกครองที่กำลังวิ่งตาม

สัสเอ้ย คนนะไม่ใช่กระสอบอาหารหมาจะได้โยนทิ้งงี้ก็ได้

คยองวอนหลับตาปี๋ขณะกำลังต่อสู้กับความเจ็บที่แก้มซ้าย แต่อยู่ๆเธอก็รู้สึกว่าถูกประคองเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน กลิ่นที่คุ้นเคยจากการนั่งข้างกันมาทั้งอาทิตย์บอกให้เธอรู้ว่าใครคนนั้นคือมินกยอง เสียงสั่นเครือของหัวหน้าห้องดังอยู่ข้างหูเธอนี่เอง

'เธอ… คยองวอน เจ็บมากไหม'
 
อ่า… ทำไมใกล้งี้เนี่ย

พอลืมตาเธอก็เห็นหัวหน้าห้องในระยะประชิด เป็นครั้งแรกที่เธอได้มองมินกยองใกล้ขนาดนี้ และมินกยองกำลังคุยกับเธออยู่… เรานั่งข้างกันแต่ไม่เคยคุยกันเลยเพราะนิสัยเราค่อนข้างต่างกัน แถมเธอยังเอาแต่เสียบหูฟังทุกคาบด้วย จนถึงตอนนี้เธอเสียดายซะแล้วสิที่เลือกฟังเสียงนักร้องแทนที่จะเป็นเสียงเพราะๆของคนตรงหน้า

'อื้อ'
 
'ลุกไหวไหม เดี๋ยวเราพาไปห้องพยาบาลนะ'
 
'มันปิดแล้วเถอะ' 

'…'

'…'
 
'ขอโทษนะ'
 
อยู่ๆมินกยองก็สะอื้นหนักกว่าเก่า คยองวอนเลิ่กลั่กขึ้นมาทันที 'เดี๋ยวเราโทรบอกแม่ให้มารับพาไปโรงบาล เธอทนเจ็บไหวไหม' มินกยองพูดทั้งที่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น คยองวอนรีบยันตัวขึ้นมาปรามคนที่กำลังกดโทรศัพท์ไว้

'เห้ย- โอ้ย'

คนปากดีที่กำลังจะบอกว่าตัวเองไม่เป็นไรต้องหุบปากฉับเมื่อจะโวยวายแล้วมันเจ็บปาก แถมเจ็บแขนด้วย เพราะโดนปล่อยลงพื้นเมื่อกี้แน่ๆ มินกยองเห็นเธอร้องอย่างนั้นก็รีบประคองหน้าเธอไว้แล้วพูดอะไรยาวๆสักอย่างที่เธอไม่สามารถโฟกัสได้อีกต่อไป เพราะสายตาเป็นห่วงเป็นใยมันทำเธอปั่นป่วนไปหมด

มินกยองทำให้เธอรวนตั้งแต่ตอนนั้น




 
กวอน ไปแม่น้ำฮันกัน
 

เพราะข้อความนั้นที่ถูกส่งมาแต่เช้าคยองวอนเลยต้องลุกขึ้นมายืมจักรยานแม่บ้านของคุณแม่เพื่อขับไปรับคนอยากไปเที่ยว ขายาวๆยันพื้นไว้เมื่อจอดรถอยู่หน้าบ้านมินกยอง รอไม่นานนักคนสวยก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าผ้าคล้องไหล่และกล่องอาหารกลางวันสองกล่อง แม่ของมินกยองทำแบบนี้เผื่อเธอตลอดล่ะ บอกว่าเป็นค่าไปรับไปส่งลูกสาวเขา พอวางของเบียดกับกระดานสเก็ตช์อันเล็กที่ตะกร้าหน้ารถเสร็จมินกยองก็ขึ้นมานั่งซ้อนอย่างรู้งาน

“ไปเลย~”

เสียงหวานดังขึ้นเป็นสัญญาณให้คยองวอนออกตัว พอไปได้ครึ่งทางจากที่นั่งอยู่เฉยๆมินกยองก็ลุกขึ้นยืนเกาะไหล่เธอไว้ ท่าประจำเขาอ่ะนะ

จักรยานถูกจอดทิ้งไว้ที่จุดจอด เธอเดินนำมินกยองไปที่ประจำเพื่อปูผ้ารองนั่งให้ก่อน เสร็จแล้วคนตัวสูงสองคนก็นั่งลงข้างกันใต้ต้นไม่ใหญ่ที่ให้ร่มเงากว้างขวาง คยองวอนวาดรูป ส่วนมินกยองอ่านนิยาย เราสองคนมานั่งแบบนี้ด้วยกันบ่อยๆตลอดหนึ่งปีที่รู้จักกัน ไม่มีบทสนทนามากมาย เราแค่ใช้เวลาส่วนตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ผ่านไปสักพักนักวาดขยับตัวเปลี่ยนจากการวาดตึกตามจินตนาการเป็นนางแบบข้างกายแทน เค้าโครงทุกอย่างถูกร่างด้วยแท่งคาร์บอนสั้นกุดในมือ เว้นเพียงส่วนดวงตาไว้ เธอวาดรูปมินกยองมาหลายรูปแล้ว นางแบบจำเป็นเคยถามว่าทำไมไม่เคยวาดตาให้กันสักที เธอตอบไปว่าเพราะเธอวาดตาไม่สวย แต่ความจริงเป็นเพราะเธอไม่สามารถวาดประกายบางอย่างที่สะท้อนออกมาจากสายตาของมินกยองได้ต่างหาก เธอล้มเลิกความพยายามไปเพราะวาดยังไงก็ไม่เคยสวยเท่าของจริงเลย 


“วาดตาเราได้ยัง?”

อยู่ๆนางแบบก็ละจากนิยายมาคุยกับเธอ คยองวอนหยุดมือที่ระบายเส้นผมสีดำลง

“ไม่วาดอ่ะ ยาก”

“เฮ้อ กวอนเนี่ยน้า มา เดี๋ยวเราจัดการเอง”

คุณหัวหน้าห้องแย่งกระดานในมือเธอไปขีดยุกยิกแป๊บเดียวก็ส่งกลับ เธอมองภาพตรงหน้าแล้วก็หัวเราะออกมา มินกยองวาดตาแบบการ์ตูนที่เป็นเครื่องหมายมากกว่าน้อยกว่าแทนที่ว่างที่เธอเว้นไว้ เป็นขีดหยักสองขีดที่ไม่เข้ากับอะไรบนกระดาษเลย

“แบ๊วเลยอ่ะ”

“ตัวจริงก็แบ๊ว”

คนแบ๊วที่ว่าขยับหน้าเข้ามาใกล้แล้วยิ้มจนตาหยี คยองวอนรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะไปนิดหน่อย เอ่อ จริงๆก็ไม่นิด นิ้วเรียวจัดการดันหน้าผากคนแบ๊วออกไปเบาๆเพื่อกันไม่ให้ตัวเองหัวใจล้มเหลวเพราะคนตรงหน้าไปซะก่อน มินกยองหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวเมื่อจับได้ว่าเธอเขิน

“หูแดงหมดแล้ว”

“แดงไร มั่วละ เอาข้าวมาเลยหิวแล้ว”

“ค่าๆ”

มินกยองส่งข้าวกล่องให้แต่โดยดีแต่ก็ยังหันมายิ้มล้อเลียนกันอยู่เธอเลยทำเป็นสนใจอาหารแทน สุดท้ายทั้งคู่ก็ต่างคนต่างกินไป จังหวะหนึ่งที่ลมพัดแรงขึ้นจนผมปรกใบหน้ามินกยอง เสียงงอแงในลำคอทำให้คยองวอนต้องวางกล่องข้าวลงแล้วใช้ยางรัดผมที่ข้อมือตัวเองรวบผมคนข้างๆให้ นิ้วเรียวที่ใช้เกี่ยวผมสัมผัสกับแก้มใสและลำคอระหงให้ได้ตื่นเต้นเล็กๆ

“ใจดีจัง ขอบคุณนะ”

“อื้อ”

คยองวอนมองยิ้มขอบคุณของมินกยองแล้วก็หยุดไม่ให้ใจสั่นไม่ได้ จำเป็นต้องน่ารักขนาดนี้เลยหรอคนเรา
 
หลังจากนั้นท่าทางทุกอย่างของมินกยองก็ถูกคยองวอนเก็บไว้ด้วยสายตาจนครบ จนกระทั่งเก็บกล่องข้าวที่กินเสร็จแล้ว หยิบหนังสือเล่มเดิมมาอ่านต่อ เธอก็ยังไม่เบื่อที่จะมอง สักพักหนึ่งที่มินกยองสังเกตว่าเธอนั่งอยู่เฉยๆก็ตบหน้าขาตัวเองเบาๆ นี่ล่ะที่เธอรอเลย เธอเอนตัวลงไปนอนใช้ตักมินกยองต่างหมอน รับหูฟังข้างหนึ่งจากหมอนจำเป็นมาใส่หูไว้ เพลงที่เล่นอยู่ไม่ใช่แนวที่เธอฟังแต่ก็ไม่เป็นไรหรอก อะไรที่เป็นมินกยองเธอก็ชอบทั้งนั้นแหละ

เหมือนว่ามินกยองจะอ่านนิยายจบแล้วถึงเปลี่ยนหนังสือในมือเป็นหนังสือเรียนแทน หูฟังอีกข้างถูกส่งมาให้พร้อมกับโทรศัพท์เพราะมินกยองไม่ฟังเพลงตอนอ่านหนังสือเรียน เธอเลือกเพลงในเครื่องตามใจชอบ มองหนังสือวิชาชีววิทยาแล้วอยากจะถามเด็กเรียนคนนี้จริงๆว่าจะขยันไปถึงไหน

“เราอ่านให้ฟังไหม”

มินกยองถามเธอที่นอนอยู่บนตักพลางใช้มือหนึ่งเล่นผมเธอไปด้วย คนผมสั้นส่ายหน้าไปมา ถึงมินกยองจะติวให้เธอบ่อยแต่ถ้าไม่ใกล้สอบเธอก็ไม่กระตือรือร้นที่จะทบทวนเนื้อหาก่อนหรอก

“เย็นนี้มีเรียนใช่ไหม”

“อืม เดี๋ยวจะเอารูปวันนี้ไปอวดพี่แทนะ”

คยองวอนหมายถึงรูปมินกยองกับตาแบ๊วๆที่เจ้าตัววาดให้ แน่นอนว่ามินกยองต้องไม่ยอมแล้วรีบลบตาออกซะ เธอมองท่าทางจริงจังในการใช้ยางลบลบรอยดินสอให้สะอาดแล้วอดขำไม่ได้

เธอเรียนพื้นฐานสถาปัตย์กับรุ่นพี่โรงเรียนคนหนึ่งมาได้เกือบปีแล้ว มินกยองเป็นคนแนะนำพี่คนนี้ให้เมื่อรู้ว่าเธออยากเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แถมยังเป็นคนที่คอยกำชับเธอให้ไปเรียนตลอด แต่จริงๆถึงมินกยองไม่ทำแบบนี้เธอก็ตั้งใจเรียนในคอร์สนี้อยู่แล้วเพราะมันเป็นสิ่งที่เธออยากทำ ไม่เหมือนการเรียนในห้องเรียนที่โดนพ่อบังคับให้สอบเข้าสายวิทย์ซะหน่อย

ผ่านไปนานจนพระอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่งไปหลายองศา มินกยองชวนกลับด้วยเหตุผลว่าใกล้ถึงเวลาเรียนของเธอแล้ว นักเรียนลุกขึ้นเก็บของเตรียมทำหน้าที่สารถีอีกครั้ง จักรยานแม่บ้านถูกบังคับไปตามท้องถนน มินกยองเปลี่ยนจากการยืนเกาะไหล่เป็นนั่งหันหลังชนกัน เธอฟังเสียงมินกยองฮัมเพลงเบาๆระหว่างทางกลับโดยไม่สามารถห้ามรอยยิ้มได้เลย
 
คยองวอนส่งมินกยองที่หน้าบ้าน ที่จริงอยากจะเข้าไปทักทายคุณแม่แล้วก็ขอบคุณเรื่องข้าวกล่องหน่อยแต่เพราะถึงเวลาเรียนแล้วก็เลยโดนลูกเจ้าของบ้านไล่มา เธอปั่นจักรยานพร้อมกับฮัมเพลงเดียวกันกับมินกยองไปตลอดทาง







- พล็อตเด็กเรียนกับเด็กเกเร คลีเช่มาก 55555555555
- พาร์ทสองจะตามมาในเร็วๆนี้ค่ะ


SHARE

Comments

2_537mm
1 year ago
อื้ออ ความคนตัวสูงต้องมานั่งหลัง แต่ได้กวอนเป็นเพื่อน (?) ก็ถือเป็นของแถมที่ดีนะคะ มินกยองงงคนนุ่มนิ่มม
Reply