เมื่อฉันไม่ได้อยากเป็นสถาปนิกแล้ว
คนเราต่างมีความฝันทั้งนั้นแหละ...ว่าแต่ฝันคุณคืออะไรหรอ??
  นึกถึงตอนเด็กๆเนอะเวลาครูถามว่าโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร ? เด็กยุคเราก็จะตอบตามหนังสือเรียนที่มีอยู่ไม่กี่อาชีพนั่นแหละ อยากเป็นหมอ อยากเป็นพยาบาล อยากเป็นครู อยากเป็นทหาร อยากเป็นตำรวจ...

  เมื่อโตขึ้นเราก็ต้องเริ่มจริงจังกับชีวิตมากขึ้น เริ่มตั้งแต่สอบเข้าโรงเรียนดีๆ แล้วเลือกสายการเรียนที่ชอบ...ซึ่งพอถึงตรงนี้เด็กๆหลายคนจะเทใจไปสายวิทย์ คณิต เพราะมันไปต่อได้ทุกสาย (หรอ)

  ช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งขึ้นไปอีกคือการเข้ามหาลัย!! มันค่อนข้างยากนะสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรเนี่ย...แต่เรื่องนั้นมันไม่เกิดขึ้นกับฉันคนนี้หรอก

ฉันเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นมากๆ เนื่องจากเป็นเด็กมีอารมณ์ศิลป์ในใจประกอบกับความรู้จากสายวิทย์-คณิตนั้น ทำให้ฉันตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในในวัย15ปีว่าฉันจะโตขึ้นมาเป็นสถาปนิกมืออาชีพ ฉันจะออบแบบบ้านในฝัน ฉันจะฝากชื่อตัวเองไว้กับโลกใบนี้ในฐานะสถาปนิกคนเก่ง

  ไม่รอช้าฉันรีบเติมเต็มความฝันด้วยการพยายามขวนขวาย หาที่เรียนเพิ่มเติมต่างๆ จนในที่สุดก็สอบติดคณะสถาปัตยกรรม มหาลัยธรรมศาสตร์จนได้! 

หายนะมาเยือน!
  ก่อนเข้าเรียนคณะนี้ มีเสียงจากรอบตัวเตือนรอบแล้วรอบเล่าว่า 'อย่าเลย' 'เหนือยนะ' 'ยากนะ' ...หึๆคำคนเหล่านั้นไม่สามารถมาทำลายความทะเยอทะยานนี้ได้เลย ฉันปัดคำคนเหล่านั้นทิ้งไปหมด...จนกระทั่งได้เผชิญหน้ากับมันจังๆ...ความชิปหายมาเยือนจนได้
เพราะโลกความเป็นจริงทำลายความฝัน
  
  ตั้งแต่ขึ้นปีสองเป็นต้นมา ฉันไม่รู้ว่าความสุขคืออะไร สิ่งที่ฉันเคยบอกว่ารักนักรักหนามันกำลังทำให้ฉันเป็นบ้า ในตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงในหัวถามคำถามเดิมๆว่า 'นี่กูเป็นใครวะ' เออเป็นใครวะ? เด็กที่อยากเป็นสถาปนิกวันนั้นหายไปไหน? แล้วถ้าไม่ได้อยากเป็นสถาปนิกแล้วความฝันของฉันคืออะไรกันนะ?? 
 
  วินาทีที่ความสุขหมดลงฉันตระหนักชัดเจนว่าตัวเองกำลังหลงทาง หลงมาไกลซะด้วย ทว่ารู้ตัวอีกทีก็ดูเหมือนจะไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับเสียแล้ว...
ไป! เดินหน้าต่อ!!
  ก็เมื่อหันหลังกลับไม่ได้ก็ไปต่อ สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้คือการหาPassionให้ตัวเอง...ฟังดูง่ายเนอะ555 'ตามหาสิ่งที่ตัวเองรัก' แต่ในทางปฏิบัตินี่ยากพอๆกับคำว่า 'พรุ่งนี้ค่อยลด' เลยล่ะ

  แต่ไม่หรอกไม่ได้ยากขนาดนั้นสำหรับฉัน555 ฉันนึกออกเพียงอย่างเดียว สิ่งที่นิยามตัวฉันได้ดีคือ ลายเส้นดินสอบนกระดาษ...แต่กว่าจะยอมรับว่าฉันรักการวาดรูปจริงๆก็ใช้เวลาประมานหนึ่ง เพราะด้วยคำว่า 'ศิลปินไส้แห้ง' มันค้ำคออยู่555


ความฝันใหม่
  เมื่อเป้าหมายเก่าไม่ใช่แนวก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ใช่ม้ะ แต่ยังไม่มีตอนนี้หรอกนะ555 ตอนนี้ก็คงเป็นฝันลมๆแล้งๆไปก่อน 

  จริงๆฉันเลือกสโคปความฝันให้เล็กลงและไม่เจาะจงชัดเจนเหมือนแต่ก่อน ฝันเล็กๆของฉันคือการได้สร้างบ้านหลังเล็กๆให้พ่อแม่อยู่ การได้ไปเรียนต่อเมืองนอกและได้รู้จักสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ...อื้ม...จริงๆก็ไม่เล็กเท่าไหร่นะเนี่ย... (แต่ก็เล็กกว่าการเป็นสถาปนิกระดับโลกอะไรนั่นป่ะ..) 

  และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าประกายไฟในตัวกำลังจุดติดอีกครั้งจากความฝันเล็กๆ กับpassionง่อยๆ ฉันเริ่มมีแรงขึ้นมาหลังจากได้พักผ่อนในช่วงปิดเทอม และหวังว่าใครก็ตามที่เข้ามาอ่านจะได้พลังเล็กๆที่ฉันตั้งใจส่งต่อให้นะ😁
เติมเชื้อเพลิงแล้วลุยต่อ!
  หลายคนยังกลัวที่จะสลัดความฝันใหญ่ๆทิ้งไป ทว่าเอาจริงๆแล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะทำตามความฝันได้ มันเป็นเรื่องเบสิคมากที่จะล้มลงไปแหมะอยู่กับที่ บางทีก็สร้างผังผืดแล้วเกาะแม่งตรงนั้นไปเลย555 ใช่แล้วทุกคนมีเวลาที่แย่ เหมือนเวลาขับรถน้ำมันหมดแล้วต้องเข็นไปเติมที่ปั๊มโชคดีก็เข็นใกล้ๆ โชคร้ายอาจต้องเข็นไกลหน่อย นึกออกม้ะ? ทุกคนก็ต้องมีช่วงเวลาที่ได้เข็นรถบ้างนั่นแหละ ต้องหาน้ำมันเติมเพื่อให้รถมันวิ่งไปต่อ บางทีในอุปสรรคนั้นก็ทำให้เราแข็งแรงขึ้น

ปล.เข็นรถจนกล้ามขึ้นงี้ แข็งแรงชัวร์ๆ
ฝันจะเป็นอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องตรงตามสิ่งที่อยู่ในห้องเรียนเสมอ 

SHARE
Writer
WHEN_I
Writer
เมื่อฉัน...

Comments