BLHS Side Story : นัทกับ 'คำสารภาพ'
"ผมกลับบ้านนะครับพี่นพ"
"อื้ม เดินทางปลอดภัยนะ"

ณัฐวรรธน์ยืนมองคนรักที่ออกมาส่งหน้าประตูหอนิ่งๆ มือค่อยๆ กำสายสะพายกระเป๋า ไม่รู้ว่าทำไมการกลับบ้านวันหยุดยาวครั้งนี้ถึงทำให้เขารู้สึกใจหาย และไม่อยากจากคนตรงหน้าไปไหนมากที่สุด

อาจจะเพราะต่อจากนี้เขาจะต้องเผชิญหน้าในสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจแล้ว

ที่ด้านหลังของเขาคือรถยนต์ส่วนตัวของพี่ชายคนที่สองที่จอดรออยู่ คนในรถก็ยังรออย่างใจเย็น
ไม่ได้เอ่ยเร่งหรืออะไร มองดูแผ่นหลังของน้องชายที่ยังยืนนิ่งอยู่แบบนั้น...เขาก็พอจะรู้ว่าน้องชายอาจจะกำลังกังวลเรื่องต่อจากนี้

นันทิพัฒน์นึกย้อนไปเมื่อวันก่อน ที่สองพี่น้องคุยไลน์ปรึกษากันเรื่องจะกลับบ้าน

'ผมอยากบอกที่บ้านแล้ว'
'แน่ใจเหรอนัท มึงไม่กลัวแล้วเหรอ'
'...ยิ่งปล่อยไว้นานผมก็ยิ่งรู้สึกผิด สู้เผชิญหน้ากับมันดีกว่า'
'ถ้ามึงแน่ใจแล้ว...กูจะช่วยมึงอีกแรงนะ'
'อื้ม'

ถึงปากจะบอกช่วย แต่ส่วนตัวเขาไม่รู้จะช่วยยังไงจริงๆ อาจจะช่วยเกลี่ยกล่อมให้พ่อหรือแม่ใจเย็นลงและเปิดรับ ยอมรับให้ได้ว่า...ลูกชายไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ชอบผู้ชาย

ณัฐวรรธน์เดินเข้าไปกอดนพดลแน่นๆ อีกครั้งก่อนจะละออกมาแล้วขึ้นนั่งบนรถของพี่ชาย สีหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ที่ได้หยอกล้อกับแฟนหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้านิ่งเรียบ ติดออกไปทางกำลังครุ่นคิดและเคร่งเครียด จนคนหลังพวงมาลัยอดจะเอื้อมมือมาคลอนหัวเบาๆ เพื่อปลอบขวัญไม่ได้

"หน้าตึงเชียว กลับบ้านนะเว้ย ไม่ได้ไปเข้าค่ายทหาร"
"...รู้น่าพี่ไนท์"
"มึงตัดสินใจแล้ว แสดงว่ามึงพร้อม"
"ผมรู้แล้ว... ผมแค่กำลังวางแผนซักสิบแผน ว่าจะตอบกลับพ่อกับแม่ยังไง"

เจ้าตัวว่าก่อนจะส่งยิ้มทะเล้นๆ ให้พี่ บรรยากาศในรถก็ค่อยดีขึ้นมาหน่อย



2 ชั่วโมงต่อมา

รถยนต์ส่วนตัวที่บรรทุกสองพี่น้องตระกูลจงใจหาญก็มาถึงคฤหาสน์จงใจหาญ ภายในเขตจังหวัดสระบุรี ทั้งคู่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนในบ้าน ทั้งหลานสาวที่โตขึ้นจนร้องเรียกหาอาๆ ได้ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ที่ออกมากอดมาหอมลูกชายคนเล็กที่นานๆ จะกลับบ้านที เอาน้ำเอาขนมมาต้อนรับคนกลางที่นานๆ ทีจะกลับบ้านเช่นกัน บรรยากาศในบ้านยังคงอบอุ่น บนใบหน้าของณัฐวรรธน์ยังคงมีรอยยิ้มประดับ

"เป็นไงไอ้นัท อ่านหนังสือเตรียมสอบยังอ่ะ" พี่ชายคนโตอุ้มลูกสาวออกมาต้อนรับ
"โหพี่นิว อ่านอะไรตั้งแต่ต้นปีเนี่ย"
"ไอ้นัท อีกปีกว่าเองนะเว้ย หรือมึงจะไม่เข้ามหา'ลัยหะ?"
"ค้าบๆ"

เจ้าคนเล็กของบ้านตอบไปส่งๆ พร้อมกับบึนปาก เลยต้องโดนพี่ชายคนโตยีผมด้วยความหมั่นไส้ไปทีนึง

เพราะมาถึงก็เกือบเย็นแล้ว กิจกรรมของบ้านจงใจหาญจึงมีแค่การพักผ่อนตามอัธยาศัยและร่วมกันทานอาหารเย็นเท่านั้น ส่วนรุ่งเช้าทั้งบ้านก็จะยกกันไปทำบุญ ถวายผ้าอาบน้ำฝนตามเทศกาลที่วัดประจำจังหวัด แม้ใจจะไม่อยากเข้าวัดเท่าไหร่ แต่ไหนๆ ก็ได้กลับบ้านและนานๆ ทีได้ไปวัด ก็ยอมตามใจคุณหญิงแม่เสียหน่อย แต่ก่อนจะเข้านอน ณัฐวรรธน์ก็ไม่ลืมจะไลน์หาแฟนของตัวเอง พิมพ์ทักไปไม่ถึงสิบวิอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา

"ไงบ้างนัท"
"ก็ดีครับ พี่นพกินข้าวเย็นรึเปล่า"
"กินดิ อาหารเวฟนี่แหละ ฮ่าๆ"
"...ผมคิดถึงพี่นพจัง"
"อะไรกันเจ้าจ๋อ ยังไม่ข้ามวันเลยนะ คิดถึงพี่แล้วเหรอ"
"ห่างแค่ชั่วโมงเดียวก็คิดถึงแล้วครับ"

สิ่งที่ตอบกลับมาคือสติกเก้อร์หมีส่งจูบให้ ณัฐวรรธน์มองจอสี่เหลี่ยมในมือก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ พูดคุยสัพเพเหระกันนิดหน่อยก่อนจะบอกฝันดี

ปิดจอมือถือไปแล้ว แต่ณัฐวรรธน์ก็ยังไม่หลับ ขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัวร่ำไป เพราะเหลือแค่ 2 วันเท่านั้น ที่เขาจะได้ใช้ความกล้าที่สั่งสมมานานทำในสิ่งที่ตัดสินใจแล้ว

รุ่งเช้าณัฐวรรธน์ก็ถูกปลุกให้ไปอาบน้ำแต่งตัว ไปวัดตามคำสั่งของคุณหญิงแม่ แม้จะน่าเบื่อไปซักหน่อยเพราะต้องนั่งพับเพียบฟังโอวาทจากพระผู้ใหญ่ อีกทั้งฝนยังตกลงมาพรำๆ นั่นอีก บรรยากาศไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่เลยกับการทำบุญ ง่วงก็นอนไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดอะไรออกมา จวบ 11 โมงเช้าทั้งบ้านจึงกราบลาพระ แล้วยกครัวกันไปทานข้าวเที่ยง พูดคุยกันไปเรื่อย แล้วก็ตามใจสองสาวของบ้าน พากันแวะห้างสรรพสินค้าในเมืองอยู่นานสองนาน จนณัฐวรรธน์คร้านจะรอ ง่วงแล้วง่วงอีกแต่ก็ยังอดทน

ที่ยังทนได้เพราะเขากำลังคิดอะไรอยู่ในหัวนี่แหละ

"ทำหน้าเครียดเชียวนัท ง่วงเหรอเรา" ประมุขของบ้านร้องทักลูกชายคนเล็กที่นั่งก้มหน้ากดมือถือเงียบๆ ณัฐวรรธน์เงยหน้าขึ้นมาจากมือถือก่อนจะทำตาปรือ
"มากพ่อ จะหลับคาเก้าอี้แล้ว"
"เห้ยไม่ได้ๆๆ นอนนี่ไม่ได้"
"ฮ่าๆๆๆ"

เสร็จจากนั้นก็ซื้อกับข้าวกลับมาทานที่บ้าน อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ณัฐวรรธน์ก็ตัดสินใจเดินตรงไปยังห้องพักผ่อน ที่มีแค่พ่อกับแม่กำลังใช้บริการห้องนั้นอยู่ ระหว่างทางก็สวนกับพี่ชายคนรอง นันทิพัฒน์ร้องทัก

"ไอ้นัท ไปไหนของมึง"
"ไปหาพ่อกับแม่"

เห็นแววตาและสีหน้าของน้องชายแล้ว นันทิพัฒน์ก็รั้งแขนน้องชายเอาไว้

"มึงจะบอกโต้งๆ แบบนี้เลยเหรอวะ ตอนนี้เนี่ยนะ?"
"อือ... แบบนี้แหละ บอกตอนไหนคงไม่ต่างกัน"
"นัท!"
"พี่ไนท์รอนี่ละกัน"
"กูไปด้วย"

นันทิพัฒน์ยังคงรั้งแขนของน้องชายเอาไว้ สายตาแน่วแน่ ก่อนจะเดินไปด้วยกันเงียบๆ ภายในห้องนั้นพ่อกับแม่กำลังนั่งเล่นดูรายการรอบดึกกันอยู่ พอเห็นลูกชายยังไม่นอนเดินมาหา ก็ร้องทักถามเสียงสดใส

"ไนท์ นัท มีอะไรเหรอลูก"
"ว่าไง จะมาดูทีวีกับพ่อเหรอ"

นันทิพัฒน์และณัฐวรรธน์มองหน้ากันชั่วครู่ และคนที่เอ่ยปากก่อนคือณัฐวรรธน์ เด็กหนุ่มเดินไปนั่งลงที่โซฟาด้านข้างของบิดาโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไร สองมือบีบกันแน่น เม้มปาก ลอบมองใบหน้าพ่อที่มองทีวีอยู่ ก่อนที่ดวงตาหลังกรอบแว่นจะหันมามองหน้าเขา

"มีอะไรเหรอ?"
"คือผม... มีเรื่องอยากจะบอกพ่อกับแม่"
"..."
"ผมชอบ..ผู้ชาย ผมเป็นเกย์..."

ยามเมื่อได้สารภาพสิ่งที่ตัวเองเป็น ความกล้าของณัฐวรรธน์ก็เหมือนได้ใช้โควตาไปจนหมด เขาก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาบุพการี

"เอ็งก็แค่สับสนไอ้ลูกชาย"

พ่อเขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ยีหร่ะ แต่ติดออกจะห้วนสั้นและดูจะมีความเคร่งขรึมอยู่ในนั้น ส่วนแม่และพี่ชายต่างเงียบกริบไม่พูดอะไร คนเป็นแม่มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหูเท่าไหร่นักแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองบุพการีที่ไม่ยอมมองหน้าเขาก่อนจะยืนยันอีกครั้ง

"ผมไม่ได้สับสน ผมชอบผู้ชาย"
"ก็แกเรียนชายล้วน ถ้าเรียนสหฯ ก็ชอบผู้หญิง"
"พ่อ!"

เขาผุดลุกขึ้น กำมือทั้งสองข้างแน่น เสียงเริ่มสั่น

"พ่อไม่ยอมรับที่ผมเป็นเกย์ใช่มั้ย"
"นัท ใจเย็นๆ นะลูก...หนูอาจจะสับสนอย่างที่พ่อว่า..." คนเป็นแม่รีบพูดปลอบ
"แม่ก็ไม่ยอมรับใช่มั้ยครับ"
"..."
"รังเกียจผมด้วยใช่รึเปล่า"

เหมือนความอดทนของคนเป็นพ่อจะสิ้นสุดลง ประมุขของบ้านผุดลุกขึ้นแล้วจ้องมองหน้าเขา

"เอ็งก็แค่เด็กที่อยากรู้อยากลอง ไม่ได้ชอบผู้ชายอะไรอย่างที่ว่านั่นหรอก"
"...ทำไมพ่อไม่เชื่อผม ผมลูกพ่อนะ"
"ก็เพราะเป็นลูกฉันนั่นแหละ! ฉันถึงรู้ว่าแกไม่ใช่แบบนั้น!!!"

คนเป็นพ่อเริ่มขึ้นเสียงตะหวาด เหมือนคำพูดของเขาจะไม่มีใครเชื่อ เหมือนว่าพ่อกับแม่ได้กำหนดไว้แล้วชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร เชื่อไปหมดใจแล้วว่าลูกชายของเขา 'ปกติดี' อย่างที่พวกเขาได้คาดหวังไว้ ณัฐวรรธน์เม้มปาก กำมือแน่นจนสั่นเทา

"ผมมีแฟนแล้ว..."
"...ไอ้นัท!" นันทิพัฒน์เริ่มปราม ไม่คิดว่าน้องจะยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อบอก เขาเกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นักจึงรีบไปยืนข้างๆ พ่อแล้วรีบพูดสวน
"นัทมันชอบผู้ชายจริงๆ พ่อ ผมคุยกับมันสองคนมานานแล้ว น้องเป็นจริงๆ แต่อย่าว่าอะไรน้องเลยนะพ่อ"
"แฟนผมเป็นผู้ชาย!" ณัฐวรรธน์ไม่สนใจว่าพี่กำลังจะพูดอะไร
"นัท!!"
"รู้มั้ยตอนนั้นที่ผมทำคุกกี้ ผมเปลี่ยนตัวเองเพื่ออะไร เพื่อแฟนผมไง"
"แฟนแกเป็นผู้หญิง..." ใบหน้าของคนเป็นพ่อเครียดขึง เขาหันไปถามลูกชายคนรองที่พึ่งพาได้ของบ้านเพื่อย้ำความแน่ใจ "...ใช่มั้ยไอ้ไนท์"

นันทิพัฒน์ส่ายหน้าไปมาเบาๆ "เป็นผู้ชาย.. ผมเคยเจอแล้ว"

ประมุขของบ้านจงใจหาญแทบหยุดหายใจ แต่อย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ ไม่เชื่อเด็ดขาด นัทอาจจะแค่โดนเพื่อนๆ กล่อม อาจจะเล่นไปตามเพื่อนผู้ชายโรงเรียนชายล้วน หรืออะไรก็ตามแต่....อาจจะเพราะสังคมนั้นไม่เหมาะกับนัท...

"เห็นมั้ย...พี่ไนท์ก็ยืนยันแล้ว ว่าผมเป็นเกย์"
"เปิดเรียนแล้วแกไปย้ายโรงเรียนซะ กลับมาเรียนที่เดิมที่สระบุรีก็ได้ แกแค่โดนเพื่อนที่โรงเรียนล้อเล่น เลยเล่นตามเขา"
"พ่อ... ทำไมพ่อถึงอยากให้ผมชอบผู้หญิง..."
"ก็เพราะมันไม่ปกติไงล่ะ!!! เอ็งอยากเป็นพวกวิปริตผิดเพศเหรอ!"
"พ่อ!!!! ผมปกติดี ผมมีมือมีเท้าครบสามสิบสอง ผมไม่ได้วิปริต!"
"แกไม่เข้าใจ นั่นมันพวกวิปริต เป็นบ้า"
"ผมไม่ได้บ้านะพ่อ! ผมไม่ใช่คนบ้า!!"
"แกกล้าขึ้นเสียงกับพ่อเหรอหะ!?"
"งั้นพ่อก็มีลูกเป็นบ้าแล้วล่ะ"
"นัท!"

ทั้งห้องเงียบดังป่าช้าทันทีที่เสียงตวาดอันดังและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นคนดุดันและจริงจัง แต่ประมุขของบ้านจงใจหาญก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือกับลูกๆ หนักหนาอะไรเท่าไหร่นัก นานมากแล้วด้วยซ้ำที่ไม่ได้ถือไม้เรียวสั่งสอนลูกชาย แต่วันนี้ฝ่ามือนั้นได้สะบัดลงใบบนแก้มของลูกชายคนเล็กจนขึ้นสีแดงปื้น ในที่สุดน้ำตาที่เด็กหนุ่มได้อดทนอดกลั้นไว้ก็ไหลลงมา ดวงตาที่แดงก่ำจ้องมองคนเป็นพ่อด้วยความผิดหวังและน้อยใจ

"พ่อรังเกียจผม..."
"นัท"
"ตีให้ตายยังไงผมก็เป็นเกย์อยู่ดี"
"...แกแค่สับสน"

สุดท้ายยังไงท่านก็ไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับ ณัฐวรรธน์เม้มปากก้มหน้าลง ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบงันโดยไม่มีเสียงสะอื้นใดๆ มารดาของเขารีบปรีเข้ามาจับแขนลูกชายเอาไว้ นางน้ำตาคลอด้วยตกใจที่สามีลงไม้ลงมือกับลูก ทั้งสงสารที่ไหล่ทั้งสองข้างของเด็กน้อยตกลง ยังไงลูกก็คือลูก...

"นัทลูก กลับห้องไปก่อนนะ ไว้ใจเย็นกว่านี้ค่อยคุยกันนะ แม่รู้แล้วนะ รู้แล้ว" ลูบหัวลูบผมปลอบใจ น้ำตาของลูกชายช่างบาดใจคนเป็นแม่อย่างเธอเหลือเกิน แม้ไม่ได้สนับสนุนเรื่องชอบเพศเดียวกันเท่าไหร่ แต่เธอไม่ได้รังเกียจลูกชายเลย ไม่เลยซักนิด

"ไนท์พาน้องไปนอนนะลูก แม่คุยกับพ่อเองนะ"

นันทิพัฒน์พยักหน้า ก่อนจะจูงแขนน้องที่ยืนก้มหน้านิ่งให้กลับห้อง "มึงไปนอนกับกูก่อนนัท" แต่ณัฐวรรธน์เลือกจะส่ายหน้า "ผมอยากอยู่คนเดียวพี่ไนท์" พอเดินออกมาหน้าห้องนั่งเล่น ก็เจอพี่ชายคนโตที่ยืนมองน้องชายคนเล็กอย่างตกตะลึง นัทแค่นยิ้มให้พี่ชาย เขารู้ดีว่าพี่ชายคนโตเป็นอีกคนที่รังเเกียจเพศที่สามอย่างชัดเจน

"พี่อย่ามาใกล้ผมล่ะ"
"....ไอ้นัท" ว่าจบณัฐวรรธน์ก็หันหลังเข้าห้อง ปิดประตูลงกลอนเงียบอยู่ในห้องมืดๆ ของตัวเอง

เด็กหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ในที่สุดเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ก็หลุดออกมา เขาก้มลงซบใบหน้าลงกับสองมือแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ไม่คิดว่ามันจะออกมาเลวร้ายได้ขนาดนี้ แต่ในที่สุดก็ได้พิสูจน์ว่าพ่อของเขา ไม่มีทางยอมรับที่เขาชอบผู้ชายได้ง่ายๆ ถึงขั้นจะยัดเยียดให้เขาชอบผู้หญิง ให้ย้ายโรงเรียน ถ้าคุยนานกว่านี้...อาจจะบังคับให้เขาเลิกกับนพดลเลยก็เป็นได้

ณัฐวรรธน์ร้องไห้อย่างหนักจนหลับไป แต่หลับไปไม่นาน เด็กหนุ่มก็ตื่นตั้งเช้ามืด เก็บข้าวของเล็กๆ น้อยๆ แล้วขอให้คนขับรถของบ้านออกไปส่งที่บขส. หวังจะนั่งรถกลับกทม. โดยไม่กวนคนที่บ้าน ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะกลับพรุ่งนี้ แต่กลับไวขึ้นคงจะดีกว่า แต่ขณะที่กำลังจะแบกกระเป๋ากลับหอพัก ผู้เป็นมารดาก็ออกมารั้งไว้

"นัท.. จะกลับแล้วเหรอลูก"
"ครับแม่"
"...โกรธพ่อกับแม่เหรอ"

ณัฐวรรธน์เงยหน้าสบตามารดา

"ผมควรถามแม่มากกว่านะ ว่าโกรธเกลียดผมมากรึเปล่า"
"นัท แม่ไม่ได้เกลียดหนูนะ"

ความเชื่อใจของณัฐวรรธน์ที่มีต่อครอบครัวลดลง เขาเดินเข้าไปใกล้มารดาก่อนจะควักเอาโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดรูปที่เขาถ่ายคู่กับนพดลออกมาให้แม่ดู ลอบมองปฏิกิริยาของมารดาเมื่อได้เห็นภาพนั้น...และก็ไม่เกินที่คาดเท่าไหร่ สีหน้าของแม่...คือตกใจ

"นี่แฟนผม ชื่อพี่นพ จะเรียนจบแล้วครับ"
"...."
"เราคบกันได้เกือบสามเดือนแล้ว จริงๆ ก็รู้จักกันมานานก่อนจะตัดสินใจคบกัน"
"..."

เขาเลื่อนจอมือถือให้แม่ดูรูปอื่นๆ ซึ่งเป็นภาพที่ทั้งคู่สกินชิพกันพอสมควร

"ผมกับเขารักกันมาก เพราะกว่าจะได้คบกันก็มีเรื่องมากมาย"
"..."
"แม่คิดว่าผมยังแค่สับสนอยู่มั้ยครับ?"

มารดาของเขาไม่ได้ตอบอะไร

"ผมเคยชมผู้หญิงคนไหนหรือเปล่า ผมเคยแอบชอบเพื่อนผู้หญิงรึเปล่า... ตั้งแต่เด็กผมชอบดูผู้หญิงรึเปล่า แม่เคยสังเกตมั้ยครับ?"
"..."
"...งั้นผมกลับหอก่อนนะครับ ไว้เดี๋ยวจะติดต่อกลับมา"
"นัท.. แม่จะคุยกับพ่อให้นะ"
"ขอบคุณครับ"
"ยังไงนัทก็ลูกแม่นะ"

ณัฐวรรธน์เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาอาทรของมารดาก่อนจะเข้าไปสวมกอดเบาๆ แล้วผละออกมา ส่งยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนให้ ก่อนจะยกมือไหว้ลา

"ขอบคุณอีกครั้งครับแม่"

ณัฐวรรธน์ไม่รู้ว่าพ่อจะยอมรับเขาได้เมื่อไหร่ และแม่จะยอมรับเขาจริงๆ มั้ย แต่เขาเชื่อว่าเขาได้พูดในสิ่งที่ต้องพูดและเป็นความจริงไปแล้ว เขาได้พยายามแล้วและคงไม่พยายามอีกในเร็วๆ นี้ ทุกอย่างที่เขาทำ เขาเป็น จะแสดงให้เห็นเอง ไม่ต้องสนับสนุนเขาก็ได้ ขอเพียงแค่...

เข้าใจและยอมรับ

To be continue...
SHARE
Written in this book
BLHS Side Story
เนื้อเรื่องของน้องนัท ณัฐวรรธน์
Writer
Jdongseng
Dreamer
เล่าฝัน ฝันจริงๆนะ แต่ตกแต่งให้ฝันมันดูไม่แปลกไปหน่อย ฝันไหนหนุกๆ และถ้าจำได้จะมาเล่านะ

Comments