ความแตกต่างของฉัน ความเหมือนกันของเขา
หลายคนที่บอกว่าฉันเป็นคนที่เข้าถึงยากมาก แค่ดูจากการแต่งตัว... ฉันสงสัยแล้วหัวเราะเมื่อเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟัง พวกเขาร่วมหัวเราะกับฉันแต่ก็คิดแบบนั้นด้วยเช่นกันโดยที่ฉันไม่รู้ตัว 

ฉันไม่ค่อยเข้าใจคำนิยามคำนี้มากนัก  เพียงแค่คิดว่ามันเป็นคำที่คนแปลกหน้าตัดสินเอาเองจนกระทั่งมารู้ทีหลัง ตลอดสี่ปีที่อยู่ที่นีี่ทำให้ฉันรู้ว่า ไม่มีใครรู้จักคุณดีแม้แต่กับเพื่อนสนิทของคุณเอง แน่นอนว่าอาจมีครอบครัวของคุณพ่วงมาด้วยสำหรับบางคนที่ฉันรู้จัก 

อาจเพราะความเฉื่อยแฉะ ความแอ็คทีฟ ความมุ่งมั่น ความเหวี่ยง ความปลง อะไรก็ตามที่รวมเป็นฉันขึ้นมาแล้วฉันเลือกที่จะปฏิบัติต่อสิ่งที่มันชัดเจนต่อความรู้สึก ความชอบของฉันแต่ในทางกลับกันมันคงดูคลุมเครือต่อเพื่อนทุกคนในสี่ปีที่ผ่านมา ฉันสารภาพว่าเคยทำพลาดร้ายแรงมามากกับความรู้สึกของเพื่อนทุกคน จนเพื่อนทุกคนเหมารวมการแสดงอารมณ์ของฉันว่าเป็นตัวปัญหา เป็นบุคคลที่ยากจะเข้าถึง เข้าใจยาก เฟค เสเเสร้ง ทั้งเมื่ออดีตที่ฉันเคยทำพลาดทั้งโอกาสที่ฉันขอแก้ไขตัวเอง แต่เชื่อมั้ยว่ามันยากมากสำหรับฉันแต่ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อความรู้สึกของทุกคนที่ฉันแคร์ ฉันยอมรับมันมีสะดุดบ้างสำหรับการแก้ไขตัวเอง  

ทำเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น

อยากจะช่วยแต่ก็กลายเป็นแย่มากกว่าเดิม

ทำดีทุกอย่างแต่เขาก็ยังจับผิดหาเรื่องมานินทา ว่าส่อเสียดฉันเสียๆหายๆ 

นินทาลับหลัง ไลค์แชร์โพสต์ต่างๆโดยที่ฉันไม่ได้ตั้งใจและไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงต่อพวกเขาขนาดนี้ 

ฉันคิดว่าฉันคิดตื้นไปสำหรับใจคน 

ฉันระเเวงมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามสงบเสงี่ยมไม่พูดอะไรมาก ไม่ทำตัวให้เป็นปัญหา พยายามช่วยทุกอย่างเท่าที่ฉันจะช่วยได้ โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาตรงๆเหมือนเมื่อก่อนเพราะกลัวว่าพวกเขาจะด่าว่าฉันด้วยคำพูดที่รุนแรง หรืออาจหาว่าฉันมันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลย คำขอโทษของฉันมันเป็นเพียงลมปากอะไรเทือกนั้น 

....ฉันรู้น่า เพราะงี้ไงถึงได้ไม่ค่อยเล่นโซเชียลมีเดีย 
พวกเขาคิดว่าฉันไม่เห็น คิดว่าฉันไม่เล่น นอกจากจะตอบแชทละมั้ง 

ฉันตัดสินใจในแบบของตัวเอง โดยการไม่พูดอะไร เงียบๆคอยฟังเพื่อนเล่า เล่นกันมากกว่า เพราะกลัวว่าคำพูดตัวเองจะทำให้เพื่อนเสียความรู้สึก งานกร่อย หรือตราหน้าว่าอะไรก็แล้วแต่ ทำทุกอย่างที่ฉันคิดว่าเพราะจุดนี้ฉันถึงมีปัญหา หลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆที่มันอาจจะซ้ำจุดเดิม แต่กลายเป็นว่าทุกอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันคิด 

มันแย่กว่าเดิม 

ถูกตราหน้ามากกว่าเดิม ทำทุกอย่างที่ทำร้ายจิตใจฉันมากกว่าเดิม แม้แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ชอบเขาก็ทำ 

ฉันคิดโทษตัวเองมาเสมอว่า เพราะความผิดของฉันเอง ฉันสมควรโดน พวกเขาเคยถูกฉันทำร้าย พวกเขาสมควรที่จะว่าด่าฉัน 

แต่บางครั้งก็อดน้อยใจไม่ได้ว่า สิ่งที่พวกเขาทำนั้นในเมื่อพวกเขาไม่ชอบทำแล้วทำทำไม หรือต้องการให้ฉันจำแล้วไม่ทำตัวเเย่อีก 

อีกความคิดหนึ่งแย้งเข้ามาในหัวว่า มันมีวิธีอื่นที่จะเตือนกันอยู่

แต่ก็อดเถียงตัวเองไม่ได้ว่า เพราะเป็นฉันไง เพราะฉันมันโง่ วิธีอื่นคงใช้กับฉันไม่ได้คงมีแต่วิธีนี้ 

ฉันคิดว่าอย่างนั้นจริงๆ 

พวกเขาก็เคยทำร้ายฉันมามาก ฉันเสียใจ เสียความรู้สึก เคยระบายให้คนที่ไว้ใจฟัง แล้วก็ตั้งตัวได้ พยายามมองด้านดีของเขาให้มาก แต่บางครั้งเพราะอารมณ์ฉันมันสุดโต่ง คิดอะไรก็พูด อยากทำอะไรก็ทำ จนเผลอทำร้ายหลายๆคนที่เขาดีต่อฉัน...

ก็แค่บางคนนะ

เพราะเราก็แค่คิดว่าเขาดี แต่พอมารู้บางอย่างในบทสนทนาที่มีฉันอยู่ด้วยในฐานะของ 'คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น' ทำให้ฉันอึ้งไปเลย ฉันเริ่มอ่านเกมออก รู้เเล้วว่าเขาแต่ละคนเป็นคนยังไง 
พยายามปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น แต่พวกเขาก็ยังมองเเบบเดิมแล้วตราหน้าแบบเดิมๆ จากคนที่ไว้ใจ จากคนที่บอกว่าเขามั่นใจว่าเขารู้จักเราดี 

ดีแค่ไหนที่เรียกว่ารู้จักดี? เข้าใจแค่ไหนที่เรียกว่าเข้าใจเราดีล่ะ?

เพียงแค่ลมปากรึเปล่า? เพียงแค่การที่คิดว่าทำไมจะไม่รู้ก็สนิทกันมาก่อน

สนิทกันมาก่อน ใช่ว่าจะรู้จักกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ขนาดเคยสนิทกันมากๆมาก่อน ฉันยังต้องเสียใจว่าเขาเคยเป็นคนที่ฉันคิดว่าเขาดีต่อฉันมากๆ แต่ไม่เลย เขาสุดโต่งกว่าฉันแต่การกระทำส่วนใหญ่ที่เป็นเขามันเหนือกว่า ชัดเจนกว่า เขาฉลาด และมีทุกอย่างที่ฉันไม่มี ทำให้เขาดูน่าเชื่อถือ น่าคบหามากกว่า แต่อยากจะบอกว่า มันก็แค่นั้น เพราะเคยสนิทนี่แหละ ทำให้ฉันจับสังเกตได้ในบางครั้งที่เขาเผลอ ฉันเดาไม่ออกว่าเธอคิดอะไรด้วยซ้ำ มันมีไม่มากหรอกเพราะเขาเป็นคนที่ระวังตัว ฉลาดมากทีเดียวเลยเหนือชั้นกว่าใครๆ กลายเป็นว่าสิ่งที่ฉันเคยทำที่เหมือนกัับเขา ฉันผิด ฉันแย่ ฉันมันเลวมาก แต่เขาสิคนจริง คนตรงๆ ยุติธรรม เจ๋ง บางครั้งจิตใต้สำนึกของฉันมันเตือนเวลาต้องเจอกับเขา แต่ฉันคิดว่าฉันคิดมากเกินไป 

คิดน้อยเกินไปต่างหาก 

เขาระบายทุกอย่างกับคนที่เคยเล่าให้ฉันฟังว่าไม่ชอบ เกลียด เพราะเขาทำอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันไม่ชอบตามเขา เกลียดใครก็ตามที่เขาบอกให้เกลียด แล้วมาดัดหลังฉันในตอนท้าย เพราะเหตุผลที่ใครต่อใครก็ไม่คิดว่าเขามี มันเหนือกว่า... เพื่อแลกกับผลประโยชน์กัน 

ไม่คิดว่าจะเป็นคนแบบนั้น แต่ทุกคนก็ชื่นชมคุณกันไปหมดแล้วต่อให้ฉันพูดอะไร มันก็เหมือนกับว่าฉันเป็นตัวร้าย ฉันไม่อยากให้ใครคิดอย่างนั้นถึงได้นิ่งเงียบดีกว่า เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ถูกหาว่าเป็นตัวปัญหา 


คนที่บอกว่าเข้าใจเรา แต่สุดท้ายมันก็คือการคิดแทนเราเองว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ น้อยใจอยู่ โกรธอยู่เพียงเพราะฉันกำลังมีสมาธิกับอะไรบางอย่าง 
เข้าใจโดยที่หน้าตามันไม่ได้บ่งบอกว่าเข้าใจนี่มันแย่นะ ชักสีหน้าเสมอเวลาฉันเงียบก็ตามยอมเล่นด้วยก็ตาม 
จนบางครั้งฉันสงสัยว่า ฉันเข้าใจยาก หรือ พวกคุณเอาใจยาก 


มีหลายคนที่เข้ามาในชีวิตของกลุ่มเพื่อนฉันแล้วมีปัญหากันในที่สุด ถึงแม้จะได้รับโอกาสจากกลุ่มแต่ก็เเค่นั้น ในเมื่อเขาก็ยังจับผิดอยู่เสมอ คอยเตรียมไถจอโพสต์แชร์และลับคมฝีปาก

ฉันเผชิญมาในทุกตำแหน่งแล้วค่อยๆปิดกั้นตัวเองจากสังคมที่บิดเบือนไปด้วยคำพูด ความคิดด้านลบ และการกระทำที่สวนทางของคนที่ฉันคิดว่าเขาคือเพื่อน คือคนที่ฉันคิดว่่าเขาไว้ใจได้ คนนอกที่ฉันรู้จักและคอยห่วง คอยถาม ก็ได้แต่บอกฉันว่า

พึ่งรู้เหรอ 

นึกเเล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้ 

รู้จักน้อยไปนะ 

ไม่ทันใครเลยนะมึงอ่ะ 

โง่ยังไงก็โง่อย่างนั้น 
และอีกสารพัดที่พวกเขาเคยเตือนทำให้ฉันพอจะเข้าใจ แล้วเลือกเมินเฉยต่อสิ่งที่พยายามแล้วฉันคิดว่าดีที่สุดแล้วสำหรับฉัน ตอนนี้ฉันเลิกเชื่อใจพวกเขาอย่างหมดสิ้นแล้วแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ยอมจบเรื่องพวกนี้ ยังคงบอกว่าฉันมันแย่แล้วทำไมถึงไม่คิดกลับมุมมองดูบ้างล่ะว่าทำไมฉันถึงทำตัวแปลกไปไม่เหวี่ยง ไม่ดราม่าเเบบเดิม เลือกที่จะเงียบมากกว่าพูดอะไรตรงๆเหมือนเมื่อก่อน

 ....ที่ว่ารู้จักฉันดี ที่ว่าเข้าใจฉันดี 

นั่นทำให้ฉันแน่ใจจริงๆแล้วว่า พวกเขาก็คือคนแปลกหน้าดีๆนี่เอง 
อย่างไรเสีย ดีของใครมันก็ไม่เท่ากัน คนนั้นบอกว่าแบบนี้ดี คนนี้บอกแบบนี้ดี ทำตามคนนั้น คนนี้ก็ไม่พอใจ ทำตามคนนี้คนนั้นก็ไม่พอใจ อะไรๆมันก็วนลูปเดิม แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน อาจจะแย่หน่อยที่อาจมีมุมมองที่แตกต่างแต่ก็เลือกที่จะปิดหูปิดตาเอาให้เข้าพวกกับคนอื่นๆเพราะกลัวตัวเองจะซวย เพราะงั้น คิดได้ใจบ้างได้เเล้วว่า 'ช่างแม่ง' บางทีเราก็ต้องรู้ลิมิตตัวเองบ้างว่าพอดีคืออะไร ไม่ใช่ว่าพยายามจนกลายเป็นคนโง่ กลายเป็นคนที่ไม่มีบทสรุป ไม่มีความสุขให้ตัวเอง ถ้าเรารู้ว่าสิ่งไหนเราทำได้ดีที่สุด เราพอใจที่สุด เราก็ทำต่อไปเพราะนั่นคือลิมิตของเรา อย่างไหนที่พยายามจนเหนื่อย จนไม่มีความสุข ร้องไห้ จิตหลุด นั่นคือการที่เราสูญสิ้นความเป็นตัวเราไปแล้ว อย่าให้ความเห็นใครๆที่เราควรจะนำมาแก้ไขตัวเองมาล้ำเส้นเกินความจำเป็น เราไม่มีทางรู้ได้ว่าใครอะไรยังไงกับเรากันแน่ อย่าได้คาดหวังอะไรกับสิ่งที่คุณต้องการ ใช่ว่าเราจะสนิทกับเขา บางทีเขาอาจจะไม่ได้สนิทกับเราก็ได้ บางทีเขาอาจจะเข้ามาเพื่ออะไรบางอย่าง หรือความจริงแล้วเราอาจไม่เคยรู้จักเขา 

สุดท้ายนี้เพราะไม่มีใครในโลกที่ไม่ถูกนินทา กับเพื่อนสนิทที่ว่าสนิทกันมากๆยังกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักกันได้ นับประสาอะไรกับคนอย่างเราที่จะไม่ถูกนินทาล่ะ โลกไม่ได้หมุนรอบใครคนใดคนหนึ่งหรอก.

      Believe In Yourself!!!



                                                            - 020861 -
                                               - แด่ความบิดเบี้ยวของการเติบโต -




SHARE
Writer
baeSoulsister
KEEPerMySpace.
' Never tell your problems to anyone…20% don’t care and the other 80% are glad you have them. -

Comments

Yes
3 years ago
Keep on fighting.🍀💪
Reply
baeSoulsister
3 years ago
ขอบคุณค่ะ🙏🏻😤💪🏼