บันทึกการหูอื้อ
 
วันที่ 1

วันนี้อาการไข้หวัดใหญ่ลดลง แต่ที่มากกว่าเดิมคือน้ำมูกไหล น้ำมูกที่ว่าเป็นน้ำมูกข้นๆ มีคนแนะนำให้ฉันล้างจมูก คงเพราะล้างครั้งแรก ฉันไม่เคยชินกับมัน น้ำเกลือที่ล้างจมูกไหลย้อนมาที่หู หลังสั่งน้ำมูกและน้ำเกลือออก

วันนั้นเป็นวันแรกที่ฉันได้รู้จักโรคหูอื้อ

วันที่ 2

อาการหูอื้อมาตั้งแต่เมื่อคืนหลังล้างจมูก ฉันได้แต่หวังว่าเช้านี้อาการจะหายไป แต่ก็เปล่า ฉันได้ยินเสียงพูดของตัวเองก้องตลอดเวลา อาการแบบนี้ทำให้รู้สึกอึดอัด หูยังคงได้ยินอยู่ แต่รู้สึกว่าเสียงเบสทางหูซ้ายจะมากไปหน่อย

วันต่อๆ มาและต่อๆ มา ฉันยังคงมีอาการหูอื้อต่อไป หวังในทุกเช้าว่าอาการจะดีขึ้นหรือหายเป็นปกติ แต่ก็เปล่า

ฉันเริ่มกังวล อาการเหล่านี้จะหายไปหรือเปล่านะ

อินเตอร์เน็ตมีไว้ให้หาคำตอบ

วันที่ 5

ในอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลมากมาย แต่ละโรคที่มีอาการหูอื้อช่างน่ากลัวนัก ทั้งน้ำในหูไม่เท่ากัน ทั้งโรคหูน้ำหนวก

ฉันได้แต่สงสัยว่าถ้าปล่อยเอาไว้ ฉันจะลงเอยด้วยโรคอะไรดี

ฉันส่องกระจก นำผมทัดใบหู ตั้งแต่เป็นโรคหูอื้อ ฉันสังเกตหูตัวเองบ่อยครั้ง ใบหูเล็กๆ ที่มีพื้นที่ติ่งหูน้อย ใบหูกางพอเหมาะ กระดูกอ่อนคดเคี้ยวในใบหู ใบหูเล็กๆ ที่ว่านี้เคยได้ยินอะไรมากมาย ได้ยินเสียงที่นำพามาซึ่งความสุขและความเศร้า เสียงหัวเราะและร้องไห้ ใครจะไปนึกว่าวันหนึ่งเสียงที่ได้ยินชัดที่สุดคือเสียงพูดของตัวเอง

พรุ่งนี้ฉันจะไปหาหมอ

วันที่ 6

“เป็นอะไรมาครับ”

คุณหมอคลินิกหู ตา คอ จมูกถามฉัน

ฉันได้ยินไม่ชัดเจน ได้แต่ยิ้ม คุณหมอไม่รอคำตอบ เดาไปเรื่อยๆ

“เจ็บหู หูอักเสบ มีน้ำไหลจากหู หูอื้อ?”

“หูอื้อค่ะ ใช่เลย หูอื้อ”

หลังจากนั้นคุณหมอซักถามอาการเล็กๆ น้อยๆ ถามว่าเป็นตั้งแต่เมื่อไร และมีอาการใดๆ อีกไหม จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนตรวจหู

คุณหมอนำผมไปทัดหู จากนั้นจับใบหูของฉันราวจะปรับองศาของใบหูให้ชัดเจน (หรือจริงๆ อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้)

“ขอส่องดูหูหน่อยนะครับ”

มีอุปกรณ์บางอย่างถูกสอดเข้าไปในหู จากนั้นมีแสงไฟส่อง

ตอนนั้นฉันอยากถามเหมือนกันว่า มีต้นไม้อะไรงอกอยู่ในหูหรือเปล่า ใช่ต้นหลิวตาบอดที่ไปงอกในหูแบบเรื่องสั้นของมูราคามิไหม แต่คุณหมออาจจะขมวดคิ้วกับแนวคิดบ้าๆ นั่น ทำให้ฉันพูดไปแค่ว่า

“รู้สึกเหมือนมีอะไรมาอุดหูอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ”

“แก้วหูแดง บวมและอักเสบนะครับ ต้องทานยาแก้อักเสบ”

จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการจ่ายยา และนัดมาดูอาการอีกครั้งในอีก 6 วันถัดไป


วันสุดท้าย

ฉันตื่นขึ้นมาในยามเช้า รู้สึกแปลกๆ ไม่แน่ใจว่าหูอื้อนั้นหายไปหรือยัง บางทีอาการหูอื้ออาจจะอยู่กับฉันมานานเกือบสองสัปดาห์ จนเหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและการได้ยินไปเสียแล้ว

วันนี้ไปหาหมอนะ ฉันบอกแม่ไปอย่างนั้น

การตรวจหูเกิดขึ้นอีกครั้ง คุณหมอตรวจแก้วหูอย่างพินิจพิเคราะห์ ปรับใบหูให้ได้องศาของการส่องให้ชัดเจนกว่าเดิม

“แก้วหูดูดีมากนะครับ ไม่มีรอยบวม แดง อักเสบแล้ว”

รู้สึกเหมือนยังไม่หายเลย ฉันอยากจะพูดแบบนั้น แต่ไม่ได้พูดออกไป

บางที ฉันอาจจะเป็นโรคอุปปาทานก็ได้

ฉันเดินออกจากคลินิก ขณะนั้นฝนกำลังเริ่มตก เสียงฝนพรำดังชัดเจน ฉันไม่ได้พูดอะไรกับใครสักคำ

หลังจากที่ได้ยินคุณหมอบอกว่าแก้วหูดีมาก ฉัน
รู้สึกว่าตัวเองได้ยินชัดเจนขึ้น
เสียงฝนพรำไพเราะกว่าเดิม ไพเราะกว่าที่เคยได้ยินเมื่อตอนที่ฉันยังไม่ป่วยโรคหูอื้อ

ฉันสดับฟังทุกเสียง เสียงรถราหน้าคลินิก เสียงสายฝน เสียงตะโกนร้องขายของในตลาดสด

เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าทุกเสียงบนโลกนี้ไพเราะกว่าทุกๆ วันที่เคยผ่านมา





SHARE
Written in this book
คุณ
เกี่ยวกับคุณ

Comments

ongsa
12 months ago
เล่าเรื่องหูอื้อได้น่ารักมาก
Reply
niji
12 months ago
555ขอบคุณค่ะ
Deux
12 months ago
กินหมูดิบหรือเปล่า ^_^
Reply
Deux
12 months ago
มีเชื่อแบคทีเรีย ที่ทำให้หูหนสกเฉียบพลันได้นะ
niji
12 months ago
หมอบอกว่าหูโอเคแล้วค่ะ
ขอบคุณค่ะพี่
Deux
12 months ago
ดีแล้วครับ ^^
fangtch
12 months ago
หายแล้ว☺️☺️
Reply
niji
12 months ago
เฮ่!!