CAN I BORROW YOUR SHOULDER ?

สุดท้ายโลกที่ฉันตกหลุมรัก ก็กลายเป็นโลกที่ฉันสุดแสนเกลียดชัง
ทุ่งดอกไม้ที่เคยผลิบาน ณ เวลาหนึ่ง  บัดนี้หลงเหลือเพียงแต่ความแห้งกรัง 

ปฏิมากรรมน้ำแข็งที่เคยห่อหุ้มความรู้สึกของฉัน ละลายลงได้ด้วยเงื้องือของใครคนหนึ่ง  วันที่ความอบอุ่นปัดเป่าความชื้นแฉะในใจ ฉันยอมรับว่าการศิโรราบครั้งนั้น ทำให้ฉันได้พบเจอกับสายรุ้งที่โยงใยความสัมพันธ์  คุณ...ผู้ที่ฉันยอมจำนนด้วยโลกทั้งใบที่มี 

และคุณอีกเช่นกัน ที่เป็นคนเผาโลกใบนั้นจนมอดไหม้อย่างไม่มีชิ้นดี


ฉันยืนต้านทานแรงลมบนซากปรักหักพัง บนสุสานความสิ้นหวัง ฉันอ้างว้าง ฉันโดดเดี่ยว การจินตนาการถึงวินาทีข้างหน้า ยากแท้จะสกัดกั้นรอยน้ำตา ถ้าเพื่อนฉันสักคนเดินผ่านมา เขาคงเห็นว่า ผู้หญิงที่เข้มแข็งคนหนึ่ง กำลังโรยรา อ่อนล้า ด้วยความบอบช้ำทั้งมวล 

พัดมาเถอะความห่วยแตกใดๆ ฉันไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้อีกแล้ว!! 

ฉันสะดับรับฟังสำเนียงของพายุร้าย คล้ายกายฉันกำลังแหวกว่ายหนีตายอยู่กลางทะเลที่ปกคลุมไปด้วยมรสุมห่าใหญ่ ฉันอ่อนล้า หมดแรง ลอยคอด้วยความหนาวเหน็บ หันมองไปในทิศทางใดก็เจอแต่ความว่างเปล่า ในช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกถึงความโดดเดี่ยว คลื่นความชอกช้ำก็กระโจนใส่ฉันอย่างไร้ปราณี 

ถ้าจะมีใครสักคนที่พอจะฉุดฉันขึ้นจากนรกขุมนี้ ก็คงเป็นคุณ คุณ...ผู้ที่ได้ขยำหัวใจของฉันจนแหลกสลายนั่นแหละ  ให้ตายเถอะ รอยแผลในใจมันช่างบาดลึกเสียเหลือเกิน และแม้ว่าฉันพยายามจะเกลียดคุณมากแค่ไหน สุดท้าย...ความรักในใจฉันก็ยังหมายถึงคุณอยู่ดี

ฉันอยากปลดเปลื้องหัวใจตัวเองให้เปล่าเปลือย ประหนึ่งคอนกรีตหนาเตอะที่ทนทานต่อฟ้าฝนและแสงอำไพจากตะวัน หากเป็นเช่นนั้น ฉันคงเฉยเมยต่อทุกสิ่ง ไม่ไหวติง ไม่สั่นสะทก ฉันคาดหวังต่างๆนาๆ จนพบกับเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ คอนกรีตเหล่านั้น ก็จะกลายเป็นกองขยะ ณ วันใดวันหนึ่ง ซึ่งฉัน ก็คงต้องยอมรับในการล่มสลายอยู่ดี 

เข็มนาฬิกาชีวิตยังเดินต่ออย่างเชื่องช้า คล้ายนาโนเซกันขยายออกยาวเท่าความเร็วแสง นี่สินะที่เขาว่า 'ความสุขนั้นรวดเร็ว ความเศร้านั้นยาวนาน'...

ฉันตบเท้าเข้ามาที่ชานชลาหมายเลยสาม ผู้คนมากมายเดินสวนกันขวักไขว่ ฉันหยุดนิ่งแล้วเฝ้ามองดูชะตาชีวิตผู้ร่วมโลก ความโศกสันไม่เคยจางหายจากแววตาผู้เศร้าหมอง ฉันจ้องเข้าไปในดวงตาของพวกเขา สิ่งที่สะท้อนกลับมาก็คือความเว้าแหว่งในใจฉัน ไม่มีความว่างเปล่าใดๆ ในหุบเหวที่ขึ้นชื่อว่าความเศร้าโศก พื้นที่บอดใบ้ในใจยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวของความทรงจำ 
คนที่ฉันรัก คนที่ฉันเกลียด ก็ยังร่ายรำอยู่ในกล่องไร้รูปทรงใบนั้น ฉันอยากจะ 'ช่างแมร่ง' ให้กับทุกสิ่งอย่างที่ผ่านพ้น แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันผ่านพ้นฝันร้ายของความจริงไปได้

โถ...โลกใบที่ฉันเดียดฉันท์ มีนช่างน่าหัวเราะเยาะให้กับการพันธนาการที่ยังไม่บริบูรณ์!!

ฉัน...จะทำใจในเรื่องของเราได้
เชื่อสิ...
แต่...ไม่ใช่ในวินาทีนี้  

สวัสดีสิงหาคม ฉันมองดูนาฬิกาในค่ำคืนของวันใหม่ รถไฟขบวนสุดท้ายค่อยๆไกลลับไป 
ฉันภาวนาว่าคุณ จะเดินลงมาจากท้ายขบวนนั้น เพราะฉันมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะถามให้คลายสงสัย ฉันพยายามคิดท่าทางอย่างหญิงแกร่งผู้ไม่รู้สึกรู้สาอะไร 

แต่แล้ว...ซุ้มเสียงหนึ่งจากฝีเท้าของคุณ ก็ยังเงียบงัน...

ฉันเกลียดคุณที่สุดในโลก 
ใช่-ฉันยืนยันอย่างนั้น
ทว่า...ฉันก็ยังรักคุณน้อยลงไม่ได้อยู่ดี

ฉันอยากจะฝังกลบทุกความผิดหวังเอาไว้ตรงนี้ แต่เรื่องราวในใจมันหนักอึ้งเกินกว่าที่จะดีดนิ้วแล้วมันจะหายเข้ากลีบเมฆซะที่ไหน วิวัฒนาการของเรายังไปไม่ถึงขั้นนั้น และผลิตภัณฑ์เยียวยาความโศกเศร้าอย่างฉับพลันก็ยังไม่มีให้ดื่มกิน แอลกอฮอล์ก็เป็นแค่เพียงเครื่องดื่มย้อมใจ หนำซ้ำมันยังจะทำให้ความคิดถึงของฉันมันทวีชัดเจนมากขึ้น ฉันจึงทำได้เพียง ระบายความตีบตันทั้งหมดผ่านตักอักษร... 

ใช่-ตัวอักษรในไดอารี่เล่มจ้อยของฉัน 
และแน่นอน ทุกความรู้สึกของฉัน มันละเลงเฉดสีอยู่ในนั้น 

ฉันเปิดไปยังหน้านึง ที่ฉันเคยเขียนไว้... 



"...มีมากมายผู้คนในโลกนี้ ที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับการกระทำที่เลวทรามของตัวเอง 
ไม่กล้าเผชิญหน้ากับใคคนหนึ่งที่เขาทำร้ายจิตใจอย่างร้ายกาจ 
ไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับว่าตัวเขาเองนั้นโลเลและหลายใจ 
เขาจะสรรหาคำพูดมากมายเพื่อมาอธิบายว่า 
การนอกใจของเขานั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากสันดานที่มักง่ายของตัวเอง 
เขาจะแอบซ่อนตัวตนภายใต้ถ้อยคำที่สวยหรูเหล่านั้น 
อาทิ..
'ฉันอยากอยู่คนเดียว' 'ไม่มีอะไรหรอกก็แค่เพื่อนกัน' 'พี่น้องกันหน่าา...อย่าคิดมากเลย'

อาจเป็นไปได้ว่าประโยคสำเร็จรูปเหล่านั้น มันเป็นมาตรฐานของผู้ขี้ขลาด ผู้ขี้ขาดที่เอาความไว้ใจของเราไปขว้างทิ้ง ผู้ขี้ขาดที่กลบซ่อนความผิดชอบชั่วดีของตัวเองด้วยถ้อยความที่เขารู้สึกว่ามันปลอดภัยที่จะใช้คำโกหก........"

ฉันครุ่นคิด ก่อนจะเขียนอะไรสักอย่าง ต่อท้ายลงไป
มันมีมากมายในโลกนี้ 
ที่ไม่กล้าบอกเลิกใครอีกคน 
เพียงเพราะไม่อยากเป็นฝ่ายผิด 





บอกเลิกกันดีดี มันง่ายกว่ามั้ย ?
บอกว่าปันใจให้คนใหม่ มันไม่แมนกว่าหรือ ? 
บอกว่าเบื่อกัน มันยากตรงไหน ?

หรือกลัวสังคมจะมองว่า คุณนั้นแมร่งเลว ?


ฉันคิดว่าคำถามข้างต้นเหล่านั้น 
ฉันได้รับคำตอบหมดแล้ว 



ฉันกลับถึงบ้านด้วยร่างกายที่เปียกโซก น้ำฝนชำระน้ำตาของฉันไปบ้างบางส่วน หมาน้อยวิ่งฟัดมาแต่ไกล แม่ตกใจเมื่อเห็นสภาพร่างกายและสีหน้าของฉัน 

"ทำไมเปียกมากอย่างนี้ล่ะลูก มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า หนูไม่โอเคใช่มั้ย" 

สิ้นคำถามของแม่ น้ำหนักความชอกช้ำที่ฉันแบกไว้ ก็พังทลายลงจนอย่างช้าๆ 
ฉันไม่ขะเขินที่จะปล่อยเสียงโฮดังๆ ในอ้อมกอดของคนที่รักฉันมากที่สุดคนหนึ่ง 

"หนูเจ็บเหลือเกินแม่จ๋า" ฉันพูดซ้ำๆ 

ร่างกายที่สั่นเทาของฉันไม่ต่างจากร่างเล็กๆของแม่ที่กำลังสั่นสะทก...





ภายใต้เสียงสะอื้น....   
โตแค่ไหน...ฉันก็แค่เด็กน้อยขี้แยคนหนึ่ง 





ปล. แกนดัล์ฟ เคยกล่าวไว้ 

ข้าจะไม่บอกว่า..อย่าร้องไห้ 
เพราะน้ำตา..ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย  



Credit Photo : cuncon
  
SHARE
Writer
McPITCH
ธารดารา
มันอยู่ที่ว่าคุณอ่านเรื่องของผมแล้วนึกถึงใคร

Comments

Harmony
2 years ago
ฉันเกลียดคุณที่สุดในโลก

ใช่-ฉันยืนยันอย่างนั้น

ทว่า...ฉันก็ยังรักคุณน้อยลงไม่ได้อยู่ดี
........................................................

ฉันเกลียดความรู้สึกแบบนี้ เช่นกัน
ส วั ส ดี   สิ ง ห า ค ม
Reply
McPITCH
2 years ago
สวัสดีธันวาคม
STORYCarousel
2 years ago
เศร้า 😅
Reply
McPITCH
2 years ago
นิดหน่อยเนาะ
SkyHOPE
2 years ago
น้ำตาแตก
Reply
McPITCH
2 years ago
โอ๋ๆ