ข้อคิดจาก "ความสุขโดยสังเกต"
วันนั้นเป็นวันที่ฉันมีความสุขมากวันหนึ่งในหลายๆวันของสัปดาห์ ที่ล่วงเลยมาอย่างยากเย็น...  
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันมีความรู้สึกเหนื่อยล้าและบอบช้ำทางใจพอสมควร อาจเพราะความผิดหวังจากการคาดหวัง ...คาดหวังจากผู้คน...จากสิ่งที่เรารู้สึกมากเกินไป เมื่อเราผิดหวังเราจึงเป็นทุกข์....

เมื่อเราขาด สิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือคนหนึ่งคนใดที่เราคุ้นเคยหรือยึดติดไป...เราก็จะพบว่าตัวเองเหงาและแสนเศร้าเหลือเกิน...จนบางครั้งเหงาจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่...รู้สึกไม่มีใคร

จนกระทั่ง... 

ฉัน ได้มีโอกาส อยู่กับตัวเอง และได้อ่านหนังสือที่ซื้อเก็บไว้ในชั้นมานานนับปี และค้นพบว่าการได้อยู่กับตัวเองเป็นสิ่งที่ดีมาก

ได้ทำความสะอาดบ้าน ที่จัดว่ารก ถึงรกมาก
ได้จัดตู้เสื้อผ้าใหม่
ได้ไปเดินซื้อของต่างๆเข้าบ้าน
และนอนดูหนังที่ตัวเองชอบ ซึ่งก็ซื้อมากุลุดนึง กองไว้เพราะไม่มีเวลาดู....

หนังสือเล่มนึงที่หยิบขึ้นมาอ่าน คือ หนังสือของนิ้วกลม ค่ะ ชื่อว่า "ความสุขโดยสังเกต" ขอให้คำนิยมกับหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นหนังสือที่ดีมาก ต้องขอบคุณ นิ้วกลม ที่เขียนหนังสือดีๆแบบนี้เสมอๆยอมรับความเป็นติ่งและซื้อหนังสือเก็บไว้เยอะมาก เมื่อได้อ่านจึงรู้สึกว่า มีความสุขจริงๆ...

นิ้วกลมยกตัวอย่างความสุขง่ายๆรอบตัวมา 20 ความสุข... เมื่ออ่านจบ จึงย้อนมองกลับมาที่ตัวเอง และพบว่า

ชีวิตเราเองก็มีความสุขง่ายๆไม่น้อยเลย......

วันนั้นทั้งวัน เป็นวันอาทิตย์ที่แสนเหงา ฉันจึงลุกขึ้นมาจัดตู้เสื้อผ้าใหม่แยกเสื้อผ้าเก่าๆที่เราไม่ใส่แล้วเพื่อบริจาคส่วนที่เหลือก็จัดเข้าตู้ใหม่... ทำคนเดียวเพลินจนไม่ได้กินข้าวเกือบเที่ยง

แม่ไลน์มาถามว่า "กินอะไรหรือยัง?"

ฉันตอบไปว่า "ยัง ไม่หิว เหนื่อยมาก เหงื่อท่วมเลย..."

แม่บอก "แม่ทำผัดสะตอกะทอดปลาเค็ม มากินข้าวที่บ้านแม่ก่อนสิค่อยกลับไปจัดต่อ"...

บ้านฉันอยู่ห่างจากบ้านพ่อแม่ราวๆ 15 นาที

ฉันตอบไปว่า "อยากกินนะแต่ไม่เอาอะ ขี้เกียจอาบน้ำแต่งตัว กำลังติดพันเหงื่อท่วม แค่นี้นะ"

ฉันจัดต่อ... 
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ก็มีเสียงแตรปี๊นๆ ดังอยู่หน้าบ้าน จำได้ว่ารถแม่แน่ๆ พ่อกับแม่เดินหิ้วกล่องใส่อาหารกล่องใหญ่เข้ามา มีต้มยำเห็ด ผัดสะตอ ปลาเค็มและข้าวเปล่า แถมขนมหวานคือ เฉาก๊วยน้ำกะทิ ฝีมือแม่ทำเอง อร่อยฝุดๆ

เรานั่งกินกันสามคนพ่อ แม่ และฉัน
 
บรรยากาศเหมือนมาปิคนิค เพราะกินข้าวจากกล่อง แต่กินอยู่บ้านฉันเอง!!!
ระหว่างกินก็พูดคุยสัพเพเหระ และพอกินเสร็จแม่ก็ไปล้างจาน ส่วนพ่อก็ซ่อมพัดลมที่ฉันเปิดไม่ติดและประดิษฐ์ฝาปิดท่อน้ำกันแมลงสาบให้ฉันเพราะฉันกลัวแมลงสาปขึ้นสมอง ... พ่อกับแม่อยู่สักพักก็กลับไป ...

ฉันหลังจากกินอาหารเสร็จ ฉันเอนหลังนอนอ่านหนังสือ เรื่องความสุขโดยสังเกต บนโซฟา เพราะตั้งใจว่าพักสักหน่อยค่อยไปจัดเสื้อผ้าต่อ...ครึ่งชั่วโมงต่อมา มีเสียงปี๊นนนน ดังอีกครั้งที่หน้าบ้าน...จำได้ว่าเป็นเสียงรถพ่อแม่อีกแล้ว

คราวนี้ทั้งสองเดินลงมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มกึ่งภูมิใจ และให้ฉันไปเปิดท้ายรถ เจอกระจกบานยาวสำหรับส่องเวลาแต่งตัว

ฉันอยากได้มานานแล้วและหาถูกใจไม่ได้สักที ...คราวนี้พ่อเอามาติดตั้งให้อย่างดีแขวนไว้พร้อมใช้และแม่ก็ทำหน้าที่เช็ดกระจกจนใสสะอาด แล้วก็หันไปบอกพ่อว่า "กลับกันเถอะพ่อ..." 

ก่อนพ่อแม่กลับ ฉันยกมือไหว้ขอบคุณ...ไม่ได้ส่งเสียงดัง แต่ในใจนั้นดังมากกกก

หลายๆครั้งคิดว่าทำไมเวลาขอบคุณพ่อแม่ถึงต้องอายหรือเขิลด้วยยยย ทั้งๆที่ในใจนั้นอิ่มเอมและซาบซึ้งต่อความรักที่ท่านทั้งสองมีให้เรา  
สิ่งท่านทำให้เรามันสัมผัสได้จากการกระทำโดยไม่ต้องพูดหรือพร่ำบอกเลยว่าท่านรักเราห่วงเราขนาดไหน....
 
หลังจากพ่อแม่กลับไป ฉันอ่านหนังสือเล่มเดิมจนจบ....และทบทวนตัวเองถึงความสุขที่ตัวเองได้รับ ...

ฉันมีพ่อแม่ที่น่ารัก มีเพื่อนรักที่คอยห่วงใย และมีคนที่เข้าใจอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจเสมอ มีสิ่งดีๆคนดีๆรอบตัวมากมาย...รู้สึกว่าชีวิตมีความสุขจริงๆ แค่เรามองเห็นมันอย่างละเอียดละออ มองให้ลึกซึ้ง สังเกตมัน ว่ามันเป็นความสุขที่บางครั้งเรามองข้ามมันไป.....

และในตอนนี้ฉันอยากขอบคุณ เพื่อนๆทุกคน ที่เป็นกำลังใจให้ฉันเสมอ แม้ว่าจะไม่ได้เจอกันขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกัน อยากให้เราเป็นกำลังใจดีๆให้กันนะคะ สำหรับคนที่กำลังคิดว่าไม่มีใครลองสังเกตดีๆ คุณอาจมองข้ามบางอย่างไป...และ

ถ้าสังเกตดีๆ "บทความ" นี้อาจทำให้เรามีความสุขเล็กๆไปด้วยกันนะ.... 
Quote of the book  
คนจำนวนมากวิ่งตามหาความสุข…
เหมือนกับคนใจลอย ที่เที่ยวตามหาหมวกของเขา
ขณะที่หมวกใบนั้น อยู่ในมือหรืออยู่บนหัวของเขาเอง
เจมส์ ชาร์ป (นักบวชชาวอังกฤษ)
SHARE
Writer
LuckyJammy
Appraiser
ประเมินค่าด้วยหัวใจ

Comments

Ampmie
8 months ago
นู๋เปนติ่งผลงานพี่นะคะ ...อยากบอกว่า เรื่องนี้ดีมากๆๆเลยคะ มันเป็นเรื่องราวที่ทำให้รู้ว่า อย่าคาดหวังจากสิ่งอื่นใดที่ไกลตัว เพราะว่าสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวคือสิ่งที่ดีที่สุด และดีกว่าเสมอ
Reply
LuckyJammy
8 months ago
ขอบคุณนะคะน้อง วันนี้มีความสุขหรือยังคะ ^^