พาตัวเองเมื่อตอนนั้น... กลับมาได้แล้วสินะ


สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมยุ่งมาก มีเรื่องหลายอย่างที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนวันศุกร์ ทุกอย่างกระชั้นชิดอย่างที่ว่าต้องส่งแบบวันต่อวัน บางวันที่มีอะไรรุมเร้าเยอะ ๆ หรือไม่ได้ดั่งใจ ผมก็รู้สึก "ของขึ้น" บ้าง แต่โชคดีทุกครั้งไป ที่ของขึ้นแบบ "รักนะแต่ไม่แสดงออก" และดีที่มันมีงานอื่น ๆ จ่อ รอให้ทำ จนทำให้บางทีก็ลืม หรือถ้ามันวุ่นใจนักก็ไปทำงานประเภทใช้แรงแทน บางทีช่วงพักผมก็เดินเท้าไปเป็นระยะทางไกล ๆ  ก็รู้สึกดีขึ้น ดูต้นไม้ พูดคุยสั้น ๆ กับคนรู้จักที่เดินผ่าน ก็ช่วยให้ผ่อนคลายใจที่ร้อน ๆ ลงไปเยอะ รู้สึก "ใจเย็น" ขึ้น .
คำนี้แหละที่ชวนให้ผมนึกถึงเรื่องเมื่อสองปีก่อน (และเป็นที่มาของหัวเรื่องข้างบน) ตอนนั้นผมทำงานเป็นครูประถม สอนนักเรียนอยู่ในโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง วันดีคืนดีก็จะมีการประเมิน รร. ผมและครูอีกท่านถูกเลือกให้เป็นห้องที่ศึกษานิเทศก์ (ศน.) จะมาดูการสอน ผมตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการดูการสอนที่เกี่ยวพันกับการประเมิน รร. โชคดีที่การสอนเป็นไปอย่างราบรื่น หลังการสอนผมมีโอกาสได้คุยกับ ศน. ท่านก็ให้ความเห็นว่าผมดู "ใจเย็น" มาก ๆ ในการสอน และคำนี้ก็ติดอยู่ในใจผมไปหลายวัน ซึ่งนานไปก็ลืม จนเพิ่งมานึกออกนี่ล่ะ 
.
ผมรู้สึกว่ายิ่งอายุมากขึ้น ความใจเย็นที่ว่ามันน้อยลงไปมาก ผมใจร้อนมากขึ้น เพื่อนที่เรียนด้วยกันที่นาน ๆ จะเจอกันทีนึงก็บอกว่าผมเปลี่ยนไป ดูบ่นเก่งขึ้น ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองเป็นแบบนั้น ดีที่ยังมีคนบอก ไม่งั้นผมคงเตลิดไปไกล
.
"ตัวเองเมื่อตอนนั้น" ผมจำลาง ๆ ว่ามาจากเรื่ิองสิทธารถะ (ถ้าผิดก็ขออภัย) กล่าวคือ มีตอนนึงที่พระเอกของเรื่องรู้สึกว่าชีวิตตอนนี้มันไกลจากสิ่งที่ตั้งใจไว้มาก ตอนยังหนุ่มเขาอยากค้นพบสัจธรรม ทรมานตัวเองจนที่บ้านยอมให้เขาออกไปแสวงหา เป็นสมณะ มีเพื่อนคนหนึ่งชื่นชมและออกจาริกด้วย เขาไปด้วยคติพจน์ที่ว่า รู้จักอด รู้จักคิด รู้จักรอ วันหนึ่งทั้งสองได้พบพุทธองค์ ได้ฟังธรรมจากพระองค์ สัจธรรมที่ได้ฟังนั้นงาม ดี และน่าเลื่อมใส เพื่อนของเขาขอบวช แต่สิทธารถะไม่บวช  เพราะปรารถนาที่จะพบสัจธรรมด้วยตัวเอง เขาใช้ชีวิตแบบสมณะต่อไป ทว่าในเวลาต่อมาสิทธารถะก็มีความรัก ทำการค้าและใช้ชีวิตเฉกเช่นคนทั่วไปในสังคม จนกระทั่งฉุกคิดได้ว่าชีวิตของเขาตอนนี้ "ไกล" และ "เป็นอื่น" จากที่ตั้งใจไว้มาก
.
เรื่องข้างบนเป็นนิยายนะครับ แต่เขียนโดยใช้ฉากเป็นสมัยพุทธกาล ผมอ่านนิยายเล่มนี้น่าจะตอนปีสาม ที่ชอบก็คงเป็นคติพจน์สามสิ่งที่ต้องรู้จักนั่นแหละ เวลาที่ผมนึกถึงนิยายเรื่องนี้ ผมก็รู้สึก "ใจเย็น" จะว่าเพราะเป็นวรรณกรรมแนวศาสนาก็มีส่วน
.
ความรู้สึก "ใจเย็น" นี้ผมอยากให้อยู่กับผมนาน ๆ เวลาที่รู้สึกอย่างนี้จะทำอะไรก็สะดวก ทำอะไรไม่ค่อยพลาด หรือพลาดก็ยังใจดีกับตัวเองได้ (หรือคนอื่นพลาดก็ยังใจดีกับเขาได้) ความใจเย็นนี่คนละอย่างกับอดทนนะครับ (เขียนยังเขียนไม่เหมือนกันเลย) ผมว่าอดทนมันมีมุมของความทรมานนิด ๆ แต่ผลจากการอดทนนี่ดีแน่ ๆ ไม่รู้ทำไม อะไรที่ฝืน ๆ บ้าง ไม่ตามใจตัวเองนี่ ส่วนใหญ่มัักให้ผลดี
.
ใจเย็นมากก็ไม่ดีนะ
เดี๋ยวมันจะ.. (ดนตรีมา) ใจเย็นจนเริ่มจะชา ดา ดา ดี๊ ด่า ดา ~ [1]

[1] เพลงใจเย็น วงแพนเค้ก 
SHARE
Writer
Samankit
นักนอน
ไม่หลับ

Comments