อ่านแล้วเล่า HEART SELL!
ถ้าหนึ่งบทความสามารถเปลี่ยนความคิด งั้นหนังสือหนึ่งเล่มก็เปลี่ยนชีวิตเราได้
.
ในวันที่ธุรกิจทั้งหลายพยายามเพิ่มยอดขาย ผลกำไร ด้วยการสร้างแบรนด์ สร้างโฆษณา เพื่อล้วงเงินในกระเป๋าเราออกมาให้มากที่สุด
.
ไม่ว่าจะทำให้เรารู้สึกกลัว ทำให้เรารู้สึกขาด หรือกระตุ้นให้เราอยาก ทั้งที่ความเป็นจริงเราอาจไม่ต้องการมันจริงๆก็ได้
.
ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ที่ใครรวยกว่าคนนั้นชนะ โฆษณาที่รับใช้นายทุนต่างก็แข่งกันทำให้ผลงานออกมาดีที่สุด
.
โฆษณาส่วนใหญ่ที่เราเห็นจึงไม่ค่อยหนีกันมากนัก ใจความหลักคือทำให้เราอยากซื้อ อยากได้ อยากมี อยากแบบหน้ามืดตามัวด้วยศาสตร์และศิลป์ที่สั่งสมกันมานาน จากประสบการณ์ของนักโฆษณากับนักการตลาดมากมาย
.
หนังสือเล่มนี้ ถ้าจะให้สรุปเหลือหนึ่งประโยค ผมว่าคำว่า “โฆษณาด้วยใจ” เป็นอะไรที่ไม่มากเกินหรือน้อยไปสำหรับผม
.
เพราะเนื้อหาในเล่มเต็มไปด้วยเคสโฆษณาทั้งดังและดีมากมายจากทั่วโลก หลายเคสเคยเห็นแต่ไม่เคยคิดถึงในมุมที่ผู้เขียนเล่า หลายเคสอีกเหมือนกันที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่พอได้รู้ก็กลับรู้สึกทึ่งจนต้องหยุดอ่านเพื่อหยุดคิด คิดถึงตัวเอง คิดถึงคนใกล้ตัว และคิดถึงคนไกลตัวแต่อยู่ร่วมโลกใบเดียวกัน
.
มีสองเคสในเล่มที่ผมชอบมาก เคสแรกเป็นเคสที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน ส่วนเคสที่สองเป็นเคสที่ผมเคยรู้แต่ไม่เคยเข้าถึงลึกขนาดนี้
.
เคสแรก Toxic Tour ที่ประเทศเม็กซิโก
.
เรื่องมีอยู่ว่าแม่น้ำสายหนึ่งที่เป็นสายหลักของประเทศ จากที่เคยใสๆใช้กินดื่มของผู้คนริมน้ำ กลายเป็นเต็มไปด้วยมลพิษมากมาย จนไม่สามารถให้ผู้คนได้พึ่งพาได้เหมือนเดิมอีกต่อไป
.
สาเหตุก็ไม่ได้ซับซ้อนจนเดาไม่ออก ก็เพราะบรรดาโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ แทนที่จะเอาไปบำบัดหรือกำจัดให้เปลืองต้นทุน
.
ทางกรีนพีซก็เลยจัดเป็นวัน Toxic Tour ที่เอาบรรดาคนดังมาทำคลิปรีวิวพาทัวร์แม่น้ำสายนี้ เริ่มตั้งแต่ดำน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำมันดิบ เห็นปลาลอยตายเกลื่อนกลาด ไปยันเล่นเซิร์ฟบอร์ดกับคลื่นพิษ ล่องเรือแคนูกับขยะ
.
จากคลิปไม่กี่อันกลายเป็นกระแสกระหึ่มโซเชียล จนสื่อต่างๆเอาไปตีความต่อ แล้วก็กลายเป็นทัวร์จริงจังที่มีคนมาต่อคิว Toxic Tour กันเป็นร้อยๆ
.
จนกรีนพีซวางแผนว่าจะขยาย Toxic Tour นี้ไปยังทุกประเทศที่มีปัญหาแบบนี้ทั่วโลก
.
แหม เห็นแล้วอยากให้มีแบบนี้ในบ้านเราเร็วๆจัง ไม่รู้ว่า “ท่านๆ” ทั้งหลายจะแก้เกมอย่างไร
.
ส่วนเคสที่สองคือโฆษณาเพื่อหาเงินวิจัยรักษาโรค ALS
.
ALS หลายคนอาจคุ้น หรือบางคนอาจลืมไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นยังจำ Ice Bucket Challenge ได้มั้ยครับ ที่บรรดาคนดังเอาถังน้ำแข็งมาราดตัว ตั้งแต่พี่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าพ่อ Facebook ยันบิล เกตส์ บิดา Microsoft
.
แต่อีกมุมของแคมเปญเพื่อการระดมทุนหาทางรักษาโรค ALS หรือ กล้ามเนื้ออ่อนแรงนี้ที่ผมไม่เคยรู้คือยังมีโฆษณาจากคนตายเพื่อช่วยคนเป็น
.
โฆษณาที่ถ่ายจากคนจริงที่ป่วยเป็นโรค ALS เอาไว้ตอนที่ยังมีชีวิต แต่พอเสียชีวิตถึงเอามาออนแอร์ จนกลายเป็นกระแสให้คนส่วนใหญ่ต้องหันมาสนใจ จนเกิดเป็นกระแสต่างๆตามมา Ice Bucket Challenge ก็เป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยระดมทุนหาเงินวิจัยรักษาโรค ALS นี้
.
เป็นโฆษณาของคนตายเพื่อช่วยเพื่อนคนเป็น
.
บางครั้งประโยคเดียวกัน จะมีคนรับฟังก็ต่อเมื่อตายไป
.
เหมือนที่หลายคนมักพูดเสมอเมื่อสาย เมื่อสูญเสียคนรักไปว่า ถ้ารู้อย่างนี้เราคงจะบอกรักกันทุกวัน โทรหากันบ่อยๆ ไปเจอกันให้มากๆ กินข้าวด้วยกันเยอะๆ หัวเราะด้วยกันทุกครั้ง
.
บางครั้ง เราก็ต้องมีช่วงที่ต้องเรียนรู้ แต่คนฉลาดคือคนที่เรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่นได้
.
สุดท้ายนี้พออ่านจบแล้วผมรู้สึกเสียดาย
.
เสียดายที่ทำไมไม่เคยอ่านมาตั้งนานก่อนหน้านี้ หลายครั้งที่เคยเห็นแต่ก็ไม่เคยหยิบขึ้นมาอ่าน หลายคราวในงานหนังสือเห็นติดป้ายลดราคาแต่ก็ไม่เคยหยิบติดมา
.
เคยมีคนบอกว่า เวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่างอาจเป็นสิบปีที่แล้ว แต่เวลาที่ดีที่สุดที่รองลงมาก็คือตอนนี้
.
ตอนนี้ผมรู้สึกโชคดีที่วันก่อนได้หยิบติดมา และได้อ่านมันจบทันทีทั้งที่ผมยังมีหนังสือรอให้เลือกอ่านอยู่อีกกว่า 240 เล่ม
.
ใครที่เป็นนักโฆษณา หรือใครที่เป็นนักการตลาด หรือใครที่สนใจสังคม ผู้คน และสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่แค่อยากอ่านเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นบนโลกเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมอยากแนะนำจริงๆ
.
#อ่านแล้วเล่า HEART SELL!
.
ช่วยด้วย! ผมเห็นธุรกิจนี้แล้วหัวใจเต้นแรง
.
บุญชัย สุขสุริยะโยธิน เขียน
สำนักพิมพ์ Short Cut
.
เล่มที่ 96 ของปี 2018
20180728
SHARE
Writer
nuinattapon
Reader
Hi my name is Nattapon I love to read and share story inside the book to everyone. I just want to share.

Comments