ร่อนเร่ เพนจร
เมื่อวาน ผมไปงานหนังสือทำมือแถวคลองสาน ในงานมีคนมากมาย สิ่งที่ผมดีใจคือในงานผมเจอคนรู้จัก 4-5 คน เราทักทายกัน พูดคุยว่าไปไงมาไง ดีใจที่ได้พบพวกเขา อย่างน้อยก็รู้สึกว่าไม่ได้มางานแบบนี้คนเดียว
.
เมื่อก่อน เวลาที่มีนิทรรศการศิลปะ หรืองานอะไรก็ตามแต่ที่เป็น event แบบนี้ ผมพยายามชวนเพื่อน ชวนพี่ (หลัง ๆ มีรุ่นน้องก็ชวนรุ่นน้อง) คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่มักเป็นการปฏิเสธมากกว่ามา มีการชวนบาง event ที่ผมชวนเพื่อนมาได้ หนึ่งในนั้นคือชวนไปดูงาน อ.วิโชค ที่ศิลปากร (แต่คือชวนเพื่อนศิลปะไม่มีใครมา แต่เพื่อนดนตรีไทยยินดีมาด้วย) ขามาปกติ ขากลับเราโบก taxi กลับ ผลคือเกือบสิบคันไม่รับเลย จนเราต้องเปลี่ยนที่หมายเป็น mrt หัวลำโพง ถึงยอมมาให้ จากความทรมานทรกรรมนั้น เวลามาที่ไหนที่ไกล ๆ ผมจึงไม่ค่อยชวนใครมาอีก
.
ตอนเรียนหนังสือ ผมตะลุยดูเกือบทุกอย่าง นิทรรศการศิลปะก็ไป คอนเสิร์ตก็ไป ละครเทวี(เวที) ก็ไป ไปมันเกือบหมดขอแค่ว่าฟรีและมีรถไฟฟ้าผ่าน (จะได้กลับถูก) แต่ก็นั่นแหละ เวลาที่ไปคนเดียวก็สะดวกดี แต่นานวันเข้าผมก็ไม่ค่อยไปแล้ว มันโหวง ๆ เหวง ๆ ยิ่งตอนทำงานแล้วยิ่งแทบไม่ได้ไปเลย
.
แต่แปลก พอนานวันเข้าเวลาไปงานแบบนี้ กลับเริ่มเจอคนรู้จักคนสองคน พอได้เจอก็ได้คุยกัน แล้วก็ทำให้ได้อะไรใหม่ ๆ ที่ถ้าไปคนเดียวอาจนึกไม่ถึงหรือคิดไม่ออก อย่างไปงานหนังสือทำมือข้างบน ถ้าไปคนเดียวก็คงไปดูเฉย ๆ แต่เมื่อบังเอิญเจอคนรู้จักที่เขานำหนังสือมาแลกกันก็อยากทำบ้าง แล้วงานบางงานในนั้นก็นำทางมาที่ storylog ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ก็ใช้ที่ตรงนี้แหละขีด ๆ เขียน ๆ ไว้ เผื่อถ้าปีหน้าทำหนังสือไปแลกไม่ทันก็เอาตรงนี้แหละไปพิมพ์เลย

.
ผมชอบชื่อหนังสือเล่มนึงของเฮอมัน เฮสเส ที่ชื่อว่า "ร่อนเร่ เพนจร" คือมันเล่มเก่ามากแล้วล่ะ ฉบับที่ผมอ่านก็ยืมจากหอสมุดตอนยังเรียน ที่ชอบเพราะชีวิตช่วงนึงเป็นแบบนั้น เดินทางไปเรื่อยเผื่อว่าจะพบอะไรสักอย่าง (แล้วพบไหม-ก็ไม่ 55) และเมื่อเวลาผ่านไปเรื่องพวกนี้ก็เป็นเพียงความทรงจำ ผมก็ไม่ได้กลับไปมีชีวิตแบบนั้นอีก นาน ๆ ทีถึงจะไปดูนิทรรศการบ้าง ไปดูแล้วก็อยากได้อะไร ๆ กลับมา อ่ะแฮ่ม / อย่างน้อยไปงานหนังสือทำมือแล้ว ก็ได้มาเขียนลง storylog ละกันน่า
SHARE
Writer
Samankit
นักนอน
ไม่หลับ

Comments