I want your body, not your soul
 
เรามีความสุขเวลาเราอยู่กับยู
ท่ามกลางบทสนทนาที่พยายามทำความเข้าใจกัน
เรากลับตั้งคำถามในความเงียบของเราว่า
ที่คุณพูดแบบนั้นคุณกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันแน่

คุณกำลังพยายามปลอบประโลมเรา
ที่อยู่ท่ามกลางความสับสนขุ่นเคือง
หรือคุณแค่กลัวจะเสีย physical partner อย่างเราไปมากกว่า

ซึ่งจริงๆแล้ว
Conflict นี้
เกิดจากเราคนเดียวด้วยซ้ำ

จุดเริ่มต้นของ topic นี้มันอยู่ที่ไหนกันนะ?
ตอนที่คุณเข้ามาสัมผัสร่างกายเรา
ตอนที่เราเหนื่อยล้าอยากพักผ่อน

เราชอบเวลาคุณสัมผัสร่างกายเรา
เราแสดงออกถึงความพึงพอใจออกไปอย่างชัดเจน
แต่เราก็บอกคุณชัดเจนเช่นกัน
ว่าเราไม่อยากทำ
 
เราอยากพัก

สุดท้ายเรายอมแพ้ให้คำขอของคุณ

จบที่เราสองคนลากร่างกาย
ที่เพิ่งทำกิจกรรมทางเพศเร่าร้อนจบลงไปอาบน้ำ
เก็บของและออกไปหาของกิน

บนรถเราถามคำถามที่เราอยากรู้
เรื่องในใจของคุณ

“ทำไมตอนนั้นคุณถึงชวนเรา”
“... ไม่รู้อะ”

เห้อ น่าเบื่อจัง

“คุณชอบเราเหรอ”
“... ตอนนี้คงชอบแล้วแหละ”

พยายามนึกวิธีถามให้ได้ในสิ่งที่ต้องการจะรู้
ว่าที่คุณตัดสินใจชวนเรา
เพราะคิดว่าเราง่ายใช่ไหม
แต่คิดว่าถ้าถามตรงขนาดนั้น
ต้องได้คำตอบที่รักษาน้ำใจกลับมาแน่ๆ

“แล้วคุณคาดหวังกับความสัมพันธ์ของเราไว้แค่ไหน”
“... ตอนแรก เรากลัวว่า ถ้าเราเป็นคนแรกของยู แล้วยูจะติดเรา
เพราะมีคนเล่าให้เราฟังว่า
ผู้หญิงมักจะติดคนที่มีอะไรกันคนแรก”

อืม อยากบอกว่าเราไม่ได้รู้สึกผูกติดอะไรเลยจัง

“แต่เราอยากให้เป็นไปตามที่ยูต้องการ
ยูอยากจะพอแค่เท่านี้หรืออยากจะไปไกลกว่านี้
เราก็จะยอมรับมันทั้งหมด”

“แต่เรากำลังคิดว่า
เราน่าจะเป็นคนที่ติดยูมากกว่า
ถ้าเราติดยูขึ้นมา
ยูจะทำไง”

แล้วคำถามที่เพื่อนคนหนึ่งเคยถามก็แทรกเข้ามาในความคิด มึงแน่ใจใช่ไหมว่าน้องไม่ได้ชอบมึง วันนั้นตอบเพื่อนว่า

เราเองไม่เคยคิดเรื่องนั้นเลย
คิดแค่ว่า
น้องเข้ามาชัดเจนเรื่องความต้องการทางร่างกาย
คงไม่กลายเป็นชอบเราขึ้นมาหรอก

คุณมาส่งเราที่บ้าน
ทักทายแม่เรา

เราลากคุณไปห้องเรา
เรายังคงเหนื่อยค้างอยู่

เราอยากนอนพัก
เราอยากให้คุณกอดเราไว้
เราอยากให้คุณสัมผัสร่างกายเรา

คุณพยายามดึงมือออก
และเว้นระยะทางระหว่างเรา

“เราเกรงใจแม่เทออะ”
… เราเว้นช่วงเวลาที่ไร้เสียงไว้สักพักหนึ่ง 
ก่อนจะตอบอย่างไม่มีอารมณ์ในน้ำเสียง
“เมื่อเช้าเราง่วงคุณก็ยังฝืนให้เรามีอะไรด้วย คุณเกรงใจเราดีกว่าปะ

ตอนนั้นเรานึกคำพูดอะไรไม่ออกมากนัก
นอนท่าเดิมแบบนั้นแต่ปล่อยให้ผมที่บังหน้าทำหน้าที่ของมันต่อไป

เราพยายามนึกว่าทำไมเราถึงไม่พอใจ
เรากำลังรู้สึกยังไงอยู่เพราะอะไร

เรารู้สึกผิดหวังกับตัวเอง
ที่ยอมให้ความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมในความคิดของเราเกิดขึ้น

ตอนที่เราไม่อยากมีเพศสัมพันธ์แต่สุดท้ายเราก็ยอมมี
และตอนที่แม้แต่ในห้องของเราเอง
เราก็ยังต้องยอมให้เป็นไปตามความต้องการของคุณ
ทั้งที่เราพูดความต้องการของเราอย่างตรงไปตรงมามากแล้ว

แต่เอาเข้าจริงถ้าเราฝืนคุณเราก็ไม่ต่างอะไรจากคุณ

ในเวลานั้นอยู่ๆน้ำตาก็เอ่อล้นขึ้นมา
ไม่ใช่เสียใจกับสิ่งที่คุณทำ
แต่เป็นความเสียใจกับตัวเอง

และคุณก็สังเกตเห็นมัน
เอาเข้าจริงถ้าคุณสังเกตไม่เห็นจะน่าสงสัยกว่าอีก
คุณพยายามถามว่าเราเป็นอะไรและประคองเราเอาไว้

เรานึกคำพูดอะไรไม่ออกและปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมา
เผื่อตัวเราจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง

พอเราสงบสติได้ในระดับที่มั่นใจว่าสามารถขับรถได้
เราหยิบกุญแจรถเพื่อขับรถไปส่งคุณ
คุณเดินตามมาเงียบๆ

ระหว่างอยู่ในรถเราสัมผัสได้ว่าคุณพยายามมองเรา
ว่าเราโอเคไหม
คุณคว้ามือข้างที่ไม่ได้จับพวงมาลัยของเราไปกุมไว้
พยายามถามว่าเราไม่เป็นไรใช่ไหม

แต่ตอนนั้นเรารู้สึกว่าร่างกายเราเริ่มปฏิเสธคุณขึ้นมาเราไม่อยากให้คุณโดนตัวเรา
เราดึงมือตัวเองกลับออกมา

ก่อนคุณจะลงรถคุณพยายามจะจบเรื่องนี้ลงด้วยดี

“เราโอเค คุณไม่ได้ผิดอะไร เอาจริง เราผิดหวังกับตัวเองมากกว่า”
“เราขอโทษ”
“คุณขอโทษเรื่องอะไร”
“เรื่องที่ทำให้ยูร้องไห้”
“คุณทำอะไรให้เราร้องไห้”

“เรา … ไม่เกรงใจยู”

… นึกคำจะพูดไม่ออกจริงๆ
ไม่มีคำอะไรเข้ามาในหัวเลย

“เรายังคุยกันเหมือนเดิมได้ใช่ไหม”
“เหมือนเดิมคือยังไง”

คุณดึงมือเราไปอีกครั้ง
“เหมือนก่อนหน้านี้อะ
ถ้ายูอยากให้เรา cuddle ยูเรียกเรามาได้นะ
เราสัญญาว่าเราจะไม่ push ยูไปถึงจุดนั้นอีกแล้ว
เราสัญญาว่าเราจะให้ความสำคัญกับยูมากที่สุดด้วย”

… ยังคงไม่มีความคิดอะไรเข้ามาในหัวเลย
เป็นพื้นที่สีขาวโล่งๆ

“เรามีความสุขทุกครั้งเวลาที่อยู่กับยู”

“เราอยากถามยูว่า ถ้าเราขอยูเป็นแฟนยูจะเป็นแฟนกับเราไหม”

เรานึกคำอะไรจะตอบไม่ออก
ไม่มีแม้แต่คำตอบในใจด้วยซ้ำ

แต่เราไม่ได้รู้สึกว่าอยากมีความสัมพันธ์แบบนั้น
เราไม่ได้อยากเป็นแฟนกับใคร
เราไม่ได้ชอบคุณแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว

I want your body, not your soulและเราก็ตั้งคำถามในความเงียบของเราว่า
ที่คุณพูดแบบนั้นคุณกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันแน่

คุณกำลังพยายามปลอบประโลมเรา
ที่อยู่ท่ามกลางความสับสนขุ่นเคือง
หรือคุณแค่กลัวจะเสีย physical partner อย่างเราไปมากกว่า

คุณปล่อยให้เราอยู่กับตัวเองเถอะ
เราเหนื่อยมามากแล้ว
เราอยากพัก

สุดท้ายคุณก็ยอมลงจากรถไป

SHARE
Written in this book
speechless diary
บันทึกที่กล่าวออกมาด้วยอวัจนภาษาอย่างยากลำบาก
Writer
wannitach
psychopath wanderer
a psychopath struggling to cause remarkable trouble

Comments

wibowbow
5 days ago
งือ
Reply