เราต่างมาพบกันด้วยความบังเอิญ แต่เลิกราจากกันด้วยความตั้งใจ
“เฮ่นาย วันนี้กินอะไร” เธอในชุดกระโปรงสีส้มบาดตาส่งเสียงทักมา
เป็นเสียงทักในยามเช้าที่คุ้นเคยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาของผม
“ข้าวไข่เจียวนี่แหละ แล้วนายลงมาซื้ออะไร” ผมตอบกลับโดยใช้คำเรียกแทนเธอแปลก ๆ ว่า “นาย” เช่นกัน
“ลงมาซื้อน้ำ เนี่ยเสร็จแล้ว งั้นเดี๋ยวเจอกันข้างบนนะ”
“โอเค เดี๋ยวคุยกัน”

เธอเป็นเพื่อนร่วมงานในบริษัทของผม เพิ่งเข้ามาได้ไม่นานนักแต่ด้วยความกระฉับกระเฉงร่าเริงเลยสนิทกับคนในบริษัทได้เร็ว เธอมีหน้าแบบไทย ๆ ผิวสีน้ำผึ้ง เป็นสเปคที่ผมชอบแต่ผมไม่ได้จีบเธอหรอกเพราะเธอเคยบอกว่ามีแฟนแล้ว เราก็คุยกับแบบเพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตรต่อกัน สนิทกันพอในระดับที่มีไอดีไลน์ของอีกฝ่าย

วันนึงระหว่างที่ผมกำลังนั่งรถเพื่อนกลับจากต่างจังหวัดผมก็ทักไปคุยกับเธอเพราะต้องการจะอวดว่าตัวเองได้ไปเที่ยว แต่ข้อความตอบกลับของเธอทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเธอกำลังอยู่ในสภาวะที่ค่อนข้างเครียด

“นาย เรามีอะไรอยากปรึกษา”
“ว่ามาสิ ไม่รู้จะช่วยได้มั้ยนะ แต่อย่างน้อยก็รับฟังได้แหละ”
ผมตอบกลับและรอคำตอบ เธอส่งรูปเธอถ่ายคู่กับผู้ชายคนหนึ่งมาให้ผมดู ผมเดาว่าคงเป็นแฟนของเธอ
“แฟน?” ผมถาม เพราะตัวผมเองก็ไม่เคยเห็นแฟนเธอมาก่อน
“อื้อ” เธอตอบ พร้อมกับส่งรูปอีกรูปมา รูปที่สองนี้ทำให้ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะเป็นรูปแฟนของเธอสวมชุดเจ้าบ่าวกำลังยืนตัดเค้กอยู่ในงานแต่งงาน เพียงแต่เจ้าสาวในงานไม่ใช่เธอ เป็นผู้หญิงที่ผมไม่รู้จัก
“นี่คือ……….” ผมไม่กล้าพิมพ์ให้จบประโยค
“มันหายไปสองอาทิตย์บอกว่าไปต่างประเทศ แล้วเราก็ตามไปเสือกเฟสจนเจอแบบนี้”
“นายมาช่วยเราขายคอนโดหน่อยดิ” เธอพิมพ์ต่อมาอีก

คอนโดเป็นชื่อเธอ แต่แฟนเธอเป็นคนผ่อน ถ้าเลิกกันเธอจะผ่อนไม่ไหวเลยอยากให้ผมมาช่วยเธอหาคนซื้อหรือหาคนเช่าก็ยังดี ผมรับปากว่าจะช่วยเธอ คงเป็นการตัดสินใจครั้งนั้นที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของผมกับเธอ

หลังจากนั้นเราคุยกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น คอนโดของเธอยังขายไม่ได้และหลังจากผ่านมาพักหนึ่งเธอก็เปลี่ยนใจเก็บเอาไว้แทน เรื่องระหว่างเธอกับผู้ชายคนนั้นก็ยังคลุมเครือ เพราะฝ่ายนั้นไม่ยอมเลิกกับเธอ และบางส่วนก็คงเป็นเพราะเธอเองไม่เด็ดขาดที่จะเลิกกับเขา

แต่สุดท้ายเธอกับผมก็ตกลงเป็นแฟนกันหลังจากที่มีเรื่องเธอหึงผมกับเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง ผมรู้ว่าเธอมีความรู้สึกให้ผมเกินเพื่อนมาไกลก็เพราะเหตุการณ์นี้ เธอลังเลอยู่บ้างที่จะคบกับผมเพราะเรื่องเธอกับผู้ชายคนนั้นยังไม่ชัดเจน ผมรู้ว่าผู้ชายคนนั้นยังมาหาเธออยู่เรื่อย ๆ และเขายังมีกุญแจห้องเธออยู่อีกด้วย ผมแสดงความไม่สบายใจเรื่องนี้อยู่บ่อย ๆ จนวันหนึ่งเธอเลิกกับเขาเด็ดขาด

แต่ความสบายใจไม่ได้อยู่กับผมนานนัก เธอบอกผมว่าพอเลิกกันถึงได้รู้ว่ารักเขามากกว่าผม ถึงเขาจะเป็นแบบนัั้น กลายเป็นผมเองที่ต้องยอมให้เธอคบเขาไปด้วยพร้อมกันกับที่คบกับผมเพราะไม่อยากต้องเลิกรากับเธอ

หลังจากนั้นไม่กี่เดือน เธอกับผมเลิกรากันเพราะเราต่างทนสถานะแบบนี้ไม่ไหวอีกต่อไป
เธอทนไม่ได้ที่ต้องแบกรับความกังวลของผู้ชายสองคนไว้ที่ตัวเองคนเดียว เธอเลือกไปจากผม
ผมหมดความพยายามที่จะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งรักผมมากกว่าผู้ชายอีกคน ผมยอมแพ้ที่จะรั้ง
“เราเลิกกันเถอะ” เธอบอกมาในวันนั้น
“ไม่เลิกได้ไหม” เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายของผม
“เรารับไม่ไหวแล้ว” เป็นคำยืนยันของเธอ

“เหรอ……..” “อืม”

เราต่างมาพบกันด้วยความบังเอิญ
แต่เลิกราจากกันด้วยความตั้งใจ
SHARE

Comments