MY SELF.
เราให้กำลังใจตัวเองโคตรเก่งเลย

สองปีที่แล้วเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุด เหมือนคนดวงตก ช่วงมืดมนของชีวิตก็ว่าได้ ยังไม่มีใครสักคนที่กล้าจะเล่าปัญหาของเราให้ฟังอย่างสะดวกใจ เหมือนปัญหาร้อยแปดที่ประเดประดังเข้ามา มีแค่เราที่ต้องฝ่าไปแบบลำพัง ร้องไห้เหมือนคนบ้า อยู่คนเดียวอย่างแท้จริง

หลายๆเรื่องมันเข้ามาพร้อมกันในตอนนั้น และปัญหาที่เกิดขึ้นมันแก้ไม่ได้แล้ว มันเกิดขึ้นและผลของมันเลวร้ายต่อเรามากๆ สุดๆเลยคือเป็นช่วงสอบด้วย บัดซบเผื่อทั้งชีวิตไปแล้วอ่ะ

ไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนแก้ปัญหาด้วยวิธีแบบนี้จนกระทั่งมีปัญหาเข้ามาให้แก้ คืนแรกเป็นคืนที่แย่ที่สุด เราร้องไห้และเลือกจะหลับเพื่อหนีปัญหา แต่ตื่นมาแม่งไม่เห็นจะรู้สึกดีขึ้นเลย พร้อมจะร้องไห้อีกเรื่อยๆ

เราอ่านหนังสือเยอะมากๆ เป็นหนังสือที่คิดว่าจะทำให้การสอบผ่านไปได้ด้วยดี เครียดสุดๆ โทรไปร้องไห้กับพ่อ ตอนนี้มองย้อนไปรู้สึกว่างี่เง่ามากเลยว่ะ ปัญหาของเราควรเป็นเราที่แก้ ไม่น่าโทรไปให้พ่อปวดหัวไปด้วยเลย

เราโพสข้อความลงโซเชี่ยลทุกวันแบบไพรเวท หลายสิบข้อความ เป็นข้อความให้กำลังใจตัวเอง ทั้งการสอบ ทั้งปัญหาที่พบเจอ มากกว่าความเครียดคือเสียใจ ทำไมเราทำได้แค่นี้ ทำไมให้มันดีกว่านี้ไม่ได้ สิ่งที่ทำไปแม่งโคตรแย่

สุดท้ายเราปลง ปัญหาแม่งหนักเกินกว่าจะแบกไว้นานๆ ปล่อยเบลอทุกอย่าง จดจำเป็นบทเรียน และช่างมัน 

เอาจริง การช่างมันแบบนี้โคตรดูเห็นแก่ตัว แต่ในเมื่อมันแก้ไม่ได้แล้วจริงๆอ่ะ ก็ขอทำเพื่อตัวดีกว่า

และมันผ่านมาจนได้ ปัญหาในอดีตสร้างความเสียหายไว้เยอะมาก แต่ในปัจจุบัน ในตอนนี้เราได้ซ่อมแซมและทดแทนส่วนนั้นแล้ว มันดีกว่าเดิมมากๆ และเราโคตรพอใจ 

มันทำให้คิดได้ว่าเรื่องราวหนึ่งจะนำพาไปสู้อีกเรื่องราวหนึ่งเสมอและเราต้องมีสติมากพอ ถ้ายังทำอะไรโง่ๆที่เป็นการส่งผลเสียต่อตัวเองต่อไป คงไม่มีวันดีๆแบบตอนนี้

ย้อนกลับไปเรายังคงรู้สึกนะ จำได้หมดว่าร้องไห้มากขนาดไหน รู้สึกอะไรบ้าง เวลาที่ผ่านมามันไม่ได้ทำให้เราลืม และเราเองนี่แหละเลือกที่จะไม่ลืม จดจำบุคคล สถานการณ์ เหตุการณ์ การกระทำต่างๆไว้อย่างแม่นยำ

เพื่อเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตต่อไป 

เหมือนเคยหลงทางหนึ่งครั้ง แค่ครั้งเดียวที่เดินเข้าไปบนทางที่ค่อนข้างแย่ ถ้าไม่มีเหตุการณ์นั่นก็คงไม่ได้ย้อนกลับมาบนเส้นทางที่ถูกต้องเหมือนทุกวันนี้

วันที่ข้อความต่างๆแจ้งเตือนอีกครั้ง บอกว่าปีที่แล้วเราได้ระบายอะไรออกไปบ้าง เราพบเจอกับอะไร และเราผ่านมันมาได้อย่างไร เราโล่งใจที่ผ่านมันมาอย่างดีและเติบโตจนเป็นเราในทุกวันนี้ เป็นเราที่ดีขึ้นหน่อยนึง

จากกำลังใจของตัวเองนี่แหละ

ตอนนี้ก็พร้อมจะส่งต่อมันให้กับคนอื่น อยากอยู่ข้างๆเวลาใครเจอปัญหาหนักๆ 

มันแย่  ใช่แล้ว

ถ้าคุณไปเล่าปัญหาของตัวเองให้คนอื่นฟัง เขาก็จะจดจำแค่ว่าคุณมีปัญหา ไม่ได้รับรู้ความรู้สึกของคุณตอนนั้นไปด้วย ตัวคุณจะมีจุดด่างพร้อยทุกครั้งที่เขามองมา อาจจะเป็นความเห็นใจ สงสาร หรือสมเพส หนักๆหน่อยก็สมน้ำหน้า

บางคนไม่มีใครสักคนเลย

ปัญหาใหญ่สำหรับเรามันไม่ได้ใหญ่สำหรับคนอื่น เขาอาจจะรับฟัง แต่เขาไม่สามารถพูดคำปลอบประโลมที่โดนใจคุณที่สุดออกมาได้ ยากมากที่จะเจอกับคนที่พูดได้ตรงกับสิ่งที่เราอยากฟัง

เพราะฉะนั้น จงพูดประโยคที่ต้องการกับตัวเองซะ แม้จะไม่มีใครรับฟัง ก็บอกตัวเองไปเถอะ ให้กำลังใจตัวเองบ่อยๆ คุณอาจจะรู้สึกว่าไม่มีใครอยู่ข้างคุณในตอนนั้น คุณอาจจะพูดไปด้วยร้องไห้ไปด้วย สงสารตัวเองจนไม่กล้ามองกระจก 

แต่เมื่อผ่านมันมาได้คุณจะรู้สึกอยากขอบคุณตัวเองเหมือนที่เรากำลังเป็น คุณจะภูมิใจในตัวเองมากๆ และปัญหาต่อไปที่เข้ามา ไม่ว่าจะใหญ่กว่านี้สักแค่ไหน คุณจะมีประสบการณ์ในการผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวเอง และยิ้มออกมาโดยที่คนใกล้ตัวไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าคุณพบเจออะไรมาบ้าง

จริงๆนะ รู้สึกขอบคุณตัวเองมากๆ เก่งชิบหายเลยที่ผ่านมันมาได้ มันเลวร้ายจริงๆ ที่สุดในชีวิตแล้ว แม้ตอนนี้ผลของมันยังหลงเหลืออยู่บ้างแต่นั่นก็เป็นส่วนน้อย ถ้าเทียบกับบทเรียนและชีวิตที่ดีขึ้นในตอนนี้

เก่งมากๆเลยตัวกู เก่งชิบหาย สู้ๆนะ ที่ผ่านมาทำดีแล้ว 
:)

ปล.การร้องไห้ตอนที่มีใครสักคนอยู่ด้วย จริงๆมันก็ไม่แย่นะ ก็แค่ต้องเลือกคนคนนั้นให้ดี คนที่หวังดีกับคุณจริงๆน่ะ และมันยาก เรารู้...





SHARE
Writer
00AM
เด็กเลี้ยงแกะ
ไม่ได้พูดแต่เรื่องโกหก

Comments