คุณเคยใจดีกับตัวเองบ้างไหม...

ตึ้ง!
เสียงลูกบาสกระทบกับพื้นสนามอีกครั้ง โดยที่มันไม่แม้แต่เฉียดห่วงบนแป้นที่อยู่สูง 
เด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนที่ปล่อยชายไร้ระเบียบหยิบลูกบาสนั่นมาชู้ตอีกครั้ง
แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างจากเดิม

เธอชู้ตมันครั้งแล้วครั้งเล่า
ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองอยู่

แม่ของเด็กหญิงมองตามลูกบาสที่ลอยอยู่บนอากาศก่อนจะตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก
มันยังไม่เคยเข้าใกล้ 'เป้าหมาย' ของมันเลยสักครั้ง
"ตั้งใจหน่อย แค่นี้เอง ทำไมถึงทำไม่ได้"
แม่ของเด็กหญิงกล่าว

และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เด็กหญิงจับลูกบาส...
เธอกลับไปวาดรูปเหมือนเช่นเคย
โดยไม่มีสายตาของใครมองอยู่

"ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างคะ"
คำถามเริ่มต้นบทสนทนาเหมือนทุกครั้ง
หญิงสาวละสายตาจากห้องสี่เหลี่ยมที่ผนังแซมสีส้มเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย
เธอกลับมามองคุณหมอสาวที่ส่งยิ้มบางๆ มาให้เธอ

"ก็...ไม่ค่อยดีเท่าไหร่"
หญิงสาวตอบ
"ไม่ค่อยดีนี่คือยังไงคะ"
คุณหมอถาม
"มันมีช่วงที่...ดาวน์ๆ ลงไป"
หญิงสาวตอบ
"มันดาวน์ เพราะว่าอะไรคะ"
คุณหมอถามอีกครั้ง
"เหมือนรู้สึกว่าเราพยายามเท่าไหร่ มันก็ยังทำไม่ดีพอสักที"

เด็กหญิงมองใบคะแนนวิชาชีววิทยาในมือ 
คะแนนรวมแสดงชัดเจนว่าเกรดวิชานี้ของเธอคือ 2.5 
เธอจึงนั่งร้องไห้เพราะมัน

"ก็พยายามแล้วนะ ทำไมได้แค่ 2.5 อะ"
เธออดบ่นกับเพื่อนที่นั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ เพราะชะตากรรมเดียวกันไม่ได้
"แกยังดี เทอมที่แล้วได้เกรด 4.00 
เราสิ เทอมที่แล้วก็ไม่ได้ เทอมนี้มีได้เกรด 2.5 อีกต้องโดนแม่ว่าแน่ๆ"
เพื่อนตอบกลับมาว่าอย่างนั้น
เด็กหญิงจึงเงียบไป
แม้เสียงในใจจะค้านอย่างชัดเจนว่ามันไม่ใช่

ใบเกรดเทอมนี้ของเด็กหญิงเรียงยาวด้วยเลข 4
เว้นแต่มีเลข 2.5 และ 3.5 สองตัวมาคั่นไว้
ทำให้มันไม่ได้เป็นเลข 4 ทั้งหมด

"อะไรที่บ่งบอกว่าคุณทำไม่ดีพอ เจ้านายของคุณว่าเหรอคะ"
คุณหมอถาม
"ไม่ค่ะ เจ้านายไม่ได้ว่าอะไร แต่บางครั้งก็มีคำพูดจากลูกค้าบ้างที่เหมือน...ไม่พอใจ"
หญิงสาวตอบ
"คำพูดเช่นอะไรบ้างคะ"
คุณหมอถาม
หญิงสาวตอบกลับไป

"แล้วลูกค้าที่เป็นแบบนั้นมีกี่เปอร์เซ็นต์คะ"
หญิงสาวไม่ได้ตอบในทันที
"คือในลูกค้า 100 คน จะมีคนที่ไม่พอใจ 1 คน หรือว่าใน 1,000 คน ถึงจะมีลูกค้าแบบนั้น"
คุณหมอถามโดยขยายความเพิ่ม
"...น่าจะ ใน 1,000 คน มีประมาณ 1 คน"
" ในลูกค้า 1,000 คน มี 1 คนไม่พอใจ แล้วคุณเอา 999 คนไว้ไหนคะ"

เด็กหญิงร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น
เวลาที่เหลือน้อยลง ยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับการเขียนบทละครสำหรับโปรเจ็กต์จบ
ขีดสีแดงและคำถามมากมายจากนักแสดง
ตอกย้ำความคิดที่ว่าบทของเธอมันยังใช้ไม่ได้

"มึงใจเย็นๆ ถ้าอย่างมึงเรียกไม่ดี แล้วอย่างกูไม่เหี้ยเลยเหรอ
มึงเกรด A เขียนบทนะเว้ย"
เพื่อนกล่าวปลอบใจเด็กหญิง
แต่เด็กหญิงกลับส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่มึง กูแสดงก็ไม่ได้ กำกับก็ไม่ถนัด 
ที่ทำได้มากสุดก็คือการเขียนบท
แต่ถ้าอันนี้กูยังทำได้ไม่ดี กูก็ไม่เหลืออะไรเลยนะ"

เด็กหญิงยังคงร้องไห้อีกหลายครั้งในการทำโปรเจ็กต์
ละครจบลงพร้อมคำชมที่ได้มาจากคนที่รู้จักกัน
แต่เด็กหญิงรู้ดีว่ามันยังเต็มด้วยข้อผิดพลาดมากมาย
ที่เกิดจากความอ่อนแอของเธอ


"ถ้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งทำให้คนพอใจได้ 999 คน คุณว่าเธอยังไม่เก่งอีกเหรอคะ"
คุณหมอถาม
หญิงสาวเงียบไป
"คุณว่าเธอเก่งไหมคะ"
คุณหมอถามย้ำ
หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ
"แล้วทำไมคุณถึงเอาแต่ต่อว่าเธออีกล่ะคะ"
"...เหมือนเราอยากทำให้ดีที่สุด...ไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง"

"คนอื่นหวังหรือคุณคิดว่าคนอื่นหวัง"

ในวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา 
เด็กหญิงได้รับสายโทรศัพท์จากพ่อที่ไม่ได้คุยกันนาน
บทสนทนาที่เหมือนจะรู้จักสนิทสนม แต่ก็ห่างเหินจึงเริ่มขึ้น

"สรุปได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองนะ"
"อืมๆ ก็ดีนะ"

แล้วบทสนทนาก็เหมือนจะจบลงดื้อๆ
แต่มันยังไม่จบ

"พ่ออยากให้เราไปเรียน ปวส. บัญชีเพิ่ม"
"...ทำไม"
"จะได้สมัครทำงานไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น เนี่ย เริ่มเรียนตอนนี้ ประมาณ 2 ปีจบ อายุจะได้ไม่เกินด้วย"

เด็กหญิงเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนจะตอบกลับไป

"ขอเวลา 1 ปีได้ไหม"
"แต่มันจะฉุกละหุกนะ เผื่อพลาดอะไรขึ้นมา อายุเกิน สอบใหม่ไม่ได้นะ"
"คือ พ่อ หนูก็ยังอยากอยู่ อยากวนเวียนอยู่ในสิ่งที่เรียนมานะ ขอเวลาไม่ได้เหรอ"

พ่อของเด็กหญิงเงียบไปพักหนึ่ง
"พ่อเข้าใจนะ พ่อก็เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน มีอุดมการณ์ที่อยากทำ
แต่สุดท้ายเราก็ต้องอยู่กับโลกความเป็นจริงนะ"

พ่อของเด็กหญิงวางสายไป
เหลือเพียงคำพูดที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว
เด็กหญิงเข้าใจความปรารถนาดีของพ่อ
แต่ในใจเธอรู้ดี
เธอไม่อยากทำอย่างที่พ่อบอกเลยสักนิด
แล้วเธอควรทำอย่างไร
เด็กหญิงนั่งลงกับพื้น
เธอเริ่มร้องไห้อีกครั้ง...

"...ก็อาจเป็นเราเองที่หวัง แต่ว่า...เราอยากทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด"
หญิงสาวพูดกับคุณหมอ ขณะที่สายตาเสมองไปที่พื้น

"ตอนนี้มันยังไม่ดีหรอคะ"
"มันก็ยังมีพลาด มีที่เรารู้สึกไม่ดี บางครั้งเราก็รู้สึกว่าคนอื่นยังทำได้ 
แล้วทำไมเราทำไม่ได้"

"งั้นหมอขอถามคุณอย่างนี้นะ คุณเคยใจดีกับตัวเองบ้างไหม"
หญิงสาวเงียบ
"คุณกำลังเฆี่ยนตีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามอยู่นะคะ"

"คุณไม่มีความสุข จนวันหนึ่งร่างกายมันก็ทนไม่ไหว จนคุณต้องมาเจอหมอ แต่ระหว่างทางที่คุณรักษา คุณก็ยังเฆี่ยนตีเด็กผู้หญิงคนนั้น ร่างกายมันฟ้องจนไม่รู้จะฟ้องยังไงแล้วนะ"

"งั้นหมอขอถามคุณนะ ว่าคุณเคยเจอหรือรู้จักใครที่ไม่เคยผิดพลาดไหม"
คุณหมอถามหญิงสาว เธอส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่เคยค่ะ"
"ทำไมล่ะคะ คุณอายุเท่านี้แล้ว ทำไมถึงยังไม่เคยเจอ"

"คุณไม่เจอหรือว่ามันไม่มีคะ"
"แล้วทำไมคุณถึงต้อวเฆี่ยนตีเด็กผู้หญิงคนนั้นให้เป็นสิ่งที่ไม่มีจริงด้วย"

หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร เธอได้แต่ร้องไห้
"ถ้าเราเปลี่ยนจากให้คะแนนจากผลลัพธ์อย่างเดียว 
เปลี่ยนมาเป็นให้คะแนนความพยายามด้วย
คุณคิดว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นทำได้ดีหรือยังคะ"

หญิงสาวพยักหน้าติดๆ กัน
"เราจะดูแลคนอื่นได้ก็ต่อเมื่อดูแลตัวเองนะคะ"
คุณหมอกล่าวต่อ
"หมอจะคอยเป็นกำลังใจให้เด็กผู้หญิงคนนั้นนะคะ"
หญิงสาวสบตากับคุณหมอและพยักหน้าเช่นเดิม



SHARE
Writer
m--mm-m
Lazy person
ทุกอย่างที่อยากเล่า ทุกเรื่องที่ไม่อยากพูดตรงๆ

Comments

BrokenShn
2 years ago
‘แล้วเอาคนที่เหลือไปไว้ไหน’ เหมือนคำพูดที่คุณหมอเคยถามเลยค่ะ.. เข้าใจดีเลย..
Reply
nicecii
2 years ago
"...เหมือนเราอยากทำให้ดีที่สุด...ไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง"
"คนอื่นหวังหรือคุณคิดว่าคนอื่นหวัง"

ขอบคุณนะคะ
Reply