หนังสือเรื่อง "คิดสวนทาง - ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์"
1. หลักธรรมชาติ
           หลักในการทำงานที่คิดสวนทางกับชาวบ้าน มีอยู่ 3 ข้อ ได้แก่ ข้อหนึ่งวิธีในการเลือกที่ทำงาน จงเลือกที่ที่ให้คุณมีโอกาสแสดงฝีมือและเลือกที่ทำงานที่ให้คุณมีโอกาสในการเรียนรู้จากเจ้านายที่เก่งหรือองค์กรที่มีความรู้พิเศษอย่างหนึ่งที่คนอื่นไม่มี เงินเดือนเป็นส่วนประกอบเท่านั้น สุดท้ายสิ่งที่คุณจะได้คือ Wealth of Knowledge ที่มีคุณค่ามหาศาล มันดียิ่งกว่าเงินเดือนซะอีก ข้อสองวิธีการมอบหมายงานของลูกพี่ การเป็นลูกพี่ที่มีคุณภาพคือ กำหนดเฉพาะเป้าหมายว่าต้องการอะไร แล้วให้ทีมงานมีอิสระในการทำงาน ถ้าเป้าหมายคือสินค้ายี่ห้อ X ทีมงานจะใช้วิธีเดิน ขี่จักรยาน หรือขับรถไป จะไปซื้อที่ร้าน 7-11 หรือร้านไหน ก็แล้วแต่เขา ไม่ต้องสั่งงานแบบกำหนดวิธีการทำงานลงไปด้วย เพราะคนทำงานคือลูกน้องไม่ใช่ลูกพี่ ดังนั้น มอบเป้าหมาย ให้อิสระ แล้วจึงวัดผล  นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะพัฒนาความสามารถในการทำงานของทีมงาน และข้อที่สามรูปแบบของการประเมินผลงาน ทุกคนมีจุดอ่อนและจุดแข็งไม่เหมือนกัน การกำหนดว่าคุณสมบัติของพนักงานต้องมีคุณสมบัติอย่างไรเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะหากใช้วิธีการนี้ พนักงานทุกคนจะมีคุณสมบัติเหมือนกันหมด ดังนั้นถ้าคุณได้จุดแข็งของผมไป คุณยินดีรับจุดอ่อนของผมด้วย 

2. ความเป็นผู้นำ    

           ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรธุรกิจสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองมาค้าขายบน Innovation platform ได้คือ ภาวะความเป็นผู้นำและวัฒนธรรมองค์กร ผู้นำที่จะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจแบบแกะดำได้จะต้องเป็นคนที่มีคุณลักษณะที่มีความขัดแย้งกันในตัวเอง ด้านหนึ่งเป็นคนที่ีีีมีเหตุผลในการยอมรับความจริงว่าองต์กรจะไม่สามารถเดินหน้าต่อในรูปแบบเดิมๆ ได้ อีกด้านหนึ่งเขาดูเหมือนไม่มีเหตุผล ดื้อร้นที่จะสร้างสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
          ในช่วงปี 1980 Margaret Thatcher ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำของประเทศอังกฤษ ช่วงนั้นประเทศมีความตกต่ำถึงขีดสุด แต่เธอมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการทำให้อังกฤษกลับมาเจริญรุ่งเรื่องอีกครั้ง การทำงานหัวชนฝาและความดื้อรั้นของเธอขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดจากนโยบายการค้าแบบเสรีที่ถูกนักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและพรรคการเมืองของตัวเองต่อต้าน เพื่อขอให้เธอเปลี่ยนใจด้วยการ U-turn แต่เธอกลับพูดว่า "You turn if you want to, but the lady's not for turning" นี่คือคุณลักษณะพิเศษของผู้นำที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
            ปัจจัยที่สองที่สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ วัฒนธรรม ซึ่งวัฒนธรรมที่ดีต้องออกแบบและสร้างให้มันเกิดขึ้น ในปี 1996 Steve Jobs ถูกเชิญให้กลับมาเป็น CEO ของ Apple อีกครั้งหลังจากเขาถูกขับออกจากบริษัทเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สิ่งแรกที่เขาทำคือการฟื้นฟูวัฒธรรมองค์กร เพราะ Jobs รู้ดีว่าหัวใจสู่ความสำเร็จของ Apple คือ Innovation culture ซึ่งเขามีความชัดเจนในการสื่อสารกับคนในองค์กรมี 4 เรื่องคือ Design excellence การเป็นองค์กรที่เท่าเทียม การเป็นองค์กรที่ตอบแทนพนักงานด้วยนโยบายสลากกินแบ่ง และเน้นเรื่องความจงรักภักดีกับองค์กร และภายในเวลาไม่กี่ปี Jobs ก็นำ Apple กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง 
           Leadership & Culture คือสิ่งที่ต้องพกติดตัวถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนแปลง
3. ROI
          Return on Investment เป็นศัพท์ยอดนิยมที่นักบริหารยึดหลักในการประเมินว่ากิจกรรมต่างๆ ที่บริษัททำไปมีผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการลืมตั้งคำถามต่อคือ ROI อยู่บนกรอบของเวลาสั้นหรือยาวแค่ไหน เพราะกรอบเวลาที่ต่างกันยุทศาสตร์การทำธุรกิจบนหลัก ROI มีความแตกต่างกันชิ้นเชิง
           สิ่งที่ผมเห็นทุกวันนี้คือ ผู้ประกอบการเป็นพวกใจร้อนต้องการเห็นผลอย่างรวดเร็ว เป็นผลทำให้คนทำสิ่งที่เรียกว่า Sort-term drive ในการสร้างกิจกรรมทางธุรกิจที่ฉีดสารกระตุ้นเพื่อหวังผลตอบแทนระยะสั้น
           หลักคิดของแกะดำ คือ Sacrifice short-term gain for long-term result ซึ่งเห็นได้ชัดอย่างเช่น บริษัท Amazon ซึ่งเป็น Online Retailer ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งโดย Jeff Bezos ในปี 1995 นับตั้งแต่วันแรกเขามีความฝันว่าเขาจะสร้าง Amazon ให้เป็น Online retailer ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเริ่มแรก Amazon ขายสินค้าเพียงอย่างเดียวคือหนังสือ หลังจากนั้นก็ขาย CD, DVD ด้วยการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทำให้ภายในสองปียอดขายของ Amazon มีมูลค่า 150 ล้านเหรียญ และมีลูกค้า 1.5 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา 
           ด้วยวิสัยทัศน์ที่ใหญ่เกินตัว เขานำบริษัท Amazon เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในปี 1997 เพื่อระดมทุนมาขยายกิจการ โดยมีความประสงค์ชัดเจนว่า จะไม่ทำกำไรในช่วงห้าปีข้างหน้า เพราะมีแผนจะขยายกิจการขนานใหญ่อย่างไม่หยุดยั้ง หุ้นในสิบปีแรกของ Amazon มีราคาต้อยเตี้ยต่ำมาก เพราะเขาลุงทุนอย่างบ้าคลั่งในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้วยการสร้างคลังเก็บสินค้า ลงทุนในเรื่องของ R&D การพัฒนาบุคลากร สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และควบรวมกิจการ ทำให้ทุกวันนี้ Amazon ขายสินค้าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ และกว่า Amazon จะทำกำไรก็ปาเข้าไปในปี 2003 เป็นปีที่เจ็ดที่เข้าตลาดหุ้นและมีผลกำไรเพียงน้อยนิด 
           มีคนถามเขาว่าอะไรคือปรัชญาในการทำธุรกิจของเขา เขาตอบว่ามันเกิดจากคำเพียงสามคำ คือ วิสัยทัศน์ ความหลงใหลที่จะทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้บริโภค และเป็นคนมองการณ์ไกล และเขาขยายความคำว่าวิสัยทัศน์ว่า องค์กรต้องมีความดื้อรั้นที่จะยึดติดกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อ "We are stubborn on vision. We are flexible on detail." ความฝันไม่เคยเปลี่ยนที่ต้องการเป็น Online Retailer ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ Amazon มีความยืดหยุ่นในส่วนของรายละเอียด หมายความว่า เส้นทางการเดินไปสู่เป้าหมายสามารถยืดหยุ่นได้ ต่อมาในเรื่องของ Customer obsession หรือ ความหลงไหลที่จะทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้บริโภค Amazon  ให้ความสำคัญกับเรื่องของนวัตกรรมของสินค้าและบริการ เช่น ผลิตภัณฑ์ Kindle ซึ่งเป็น E-book reader และส่วนสุดท้ายคือ Take a long-term view เขาอธิบายตรรกะของเขาไว้ดีมาก เขาบอกว่าถ้า Amazon มุ่งเป้าที่ผลประกอบการระยะสั้นเท่ากับเขาต้องแข่งขันกับคู่แข่งเป็นร้อยแห่ง แต่ถ้าเขามีนโยบายการลงทุนที่หวังผลระยะยาวนั้นเท่ากับว่าคู่แข่งเหลือเพียงแค่กระหยิบมือเดียวเท่านั้น 
ในปี 2013  ประมาณการของยอดขายมีมูลค่ากว่า 75,000 ล้านเหรียญ ราคาหุ้นของ Amazon สร้างผลตอบแทนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 12,397% เทียบกับราคา IPO เมื่อปี 1997 และ Price Earning Ratio ของหุ้น Amazon มีค่าเท่ากับ 180 เท่า บ่งบอกว่าเป็นหุ้นที่มีราคาแพงมาก เพราะทุกคนเชื่อว่าเขาสามารถทำให้ Amazon เติบโตได้อีก
             
 Take a long-term view and the interests of customers and shareholders align. Our approach remains the same, and it's still Day 1.4. เวลา
           เวลาคือทัพยากรที่มีค่ามากที่สุดที่ผู้คนลืมนึกไป คุณไม่สามารถซื้อเวลาเพียงหนึ่งวินาทีกลับมาได้เลยแม้ว่าคุณจะจ่ายเงินไปจำนวนมากเท่าไหร่ก็ตาม ทำให้เวลาเปรียบเสมือนกับของหายากอย่างหนึ่ง คนเราจึงต้องค้นหาวิธีบริหารจัดการเวลาที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้เวลาสร้างประโยชน์กับตัวเราได้มากที่สุด 
          การมี To-do list อยู่ในมือทำให้เรารู้ว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้างและทำสิ่งที่สำคัญก่อนเสมอ จดบันทึกลงในสมุดจด สมมติว่าคุณเริ่มทำสิ่งที่คุณจดไว้ตั้งแต่เก้าโมงเช้า คุณสามารถวิ่งร้อยเมตรได้ทันที ในขณะที่เก้าโมงเช้าของพวกแกะขาวนั้นยังต้องมานั่งนึกว่าสิ่งที่ตัวเองจะทำมีอะไรบ้าง การมี To-do list ทำให้คุณได้เปรียบในเรื่อง Time based competition คุณมี Head start ก่อนคู่แข่งอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะเก้าโมงเช้าของแต่ละวันคุณออกวิ่งแล้วและคุณจะวิ่งเร็วมากเพราะคุณมี To-do list อยู่ในมือ
The early bird catches the worm.
           นอกจากการบริหารจัดการเวลาต่อวันแล้ว การทำ Forward planning ทั้งวันต่อวันหรือเดือนต่อเดือน ทำให้คุณสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดจากเวลาที่มีจำกัดที่เท่ากับคนอื่นได้ ยกตัวอย่างเช่น ตารางการโทรไปคุยกับลูกค้า โดยที่จะไม่คุยเรื่องงาน แต่จะคุยเรื่องทั่วไป ถามสารทุกข์สุขดิบ ถามว่าลูกค้าค้าขายเป็นอย่างไร และตารางโทรคุยนี้จะบันทึกล่วงหน้า ทำอย่างนี้ทุกๆ สองถึงสามเดือน สิ่งนี้คือการทำ Relationship management ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ
           วิธีคิดอีกอย่างหนึ่งที่แตกต่างจากคนทั่วไป คือ การเลือกทำของน้อยอย่างเพื่อให้คุณสามารถสร้างความเป็นเลิศในสิ่งที่คุณทำ ตัวอย่างเช่น การเลือกอ่านหนังสือเพียงสามประเภท หนึ่งเรื่องวิธีคิด สองเรื่องการตลาดและโฆษณา สามเรื่องความเป็นผู้นำ วิธีคิดคือคุณมีเวลาเท่ากันกับทุกคนบนโลก การที่คุณเลือกทำของน้อยอย่างกว่า มันจะทำให้คุณเก่งกว่าคนอื่นในประเด็นที่คุณสนใจ
           ประเด็นสุดท้ายของเคล็ดลับในการบริหารจัดการเวลา คือ การตัดสินใจอย่างรวดเร็ว มันทำให้คุณสร้างความได้เปรียบคู่แข่งในแง่ของมิติเวลา 
ตัดสินใจผิดแก้ไขได้ แต่ตัดสินใจช้า เวลาเรียกกลับคืนมาไม่ได้

SHARE
Writer
Passionfruit
Music Lover
Is this really the best you can do?

Comments