ฤดูฝนที่แสงแดดไม่เคยเป็นใจ
 “1 สิงหาคม” วันนี้น่าจะเป็นวันที่เริ่มต้นได้ดี... แต่เอาเข้าจริงคำว่า “1” ก็อาจจะไม่ใช่ การเริ่มต้นที่ดีเสมอไปก็ได้....สำหรับวันทำงานธรรมดาวันนี้ เกิดสงสัยตัวเองขึ้นมาเงียบๆ กับความเป็นไปในชีวิต... เคยเชื่อเสมอมาว่า คนเราเกิดมาเพื่อ “เป็น” อะไรสักอย่างหนึ่ง, อะไรสักอย่างที่เราเกิดมาเพื่อมันจริงๆ... และตลอดชีวิตที่ผ่านมาก็เดินทางอย่างมีเป้าหมายตลอด เรียกได้ว่าไม่เคยพลาดเลยสักก้าว เพราะมีแบบแผนเป็นแนวทาง แม้ในเวลานี้ก็รับรู้อยู่แก่ใจว่ากำลังทำอะไร... จริงๆ แล้วอยากจะเป็นอย่างที่เป็นเช่นทุกวันนี้หรือไม่ ก็ยังไม่แน่ใจ เอาเข้าจริงแล้ว ก็ยังสงสัยว่าเกิดมาเพื่อ “เป็น” อะไรกันแน่???

เคยบอกกับตัวเองว่า “เกิดมาชาติหนึ่งขอเพียงได้ทำเพื่อประเทศที่เกิดและบ้านเมืองที่เติบโตสักครั้งก็ภูมิใจแล้วที่เกิดเป็นคนไทย” และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็น “ครูอาสาฯ”

เหล่าปัญญาชน นักศึกษามหาวิทยาลัยผู้ที่จะออกไปเป็นกำลังสำคัญของบ้านเมืองต่อไปในวันข้างหน้า ต่างก็มารวมกัน เสียสละเวลาและความสุขส่วนตัวในวันหยุดลองวีคเอนท์ในการเป็นครูอาสาสมัคร สอนหนังสือเด็กยากไร้ และเด็กชาวดอย....

ชายหนุ่มที่อยู่แวดล้อมของเด็กชาวเขาเผ่าลาหู่ กำลังตั้งอกตั้งใจสอนเด็กๆ ให้รู้จักพับกังหันลมจากกระดาษแข็ง... รอยยิ้มบนใบหน้านั้นติดตรึงในหัวใจ... ไม่อาจลืม...

“เอากระดาษแข็งมาตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดห้าคูณห้านิ้ว กรีดด้วยคัตเตอร์จากมุมทั้งสี่ด้านเข้ามา ให้เหลือตรงกลางด้านละเซ็น เอาไม้จิ้มฟันจิ้มปลายมุมที่ถูกตัดด้านละมุม 4 ด้าน ก็เลือกด้านละ 1 ด้ามของไม้จิ้มฟันจะเป็นตัวกันไม่ให้กระดาษหลุดออกมา จากนั้นก็เสียบด้านปลายแหลมของไม้จิ้มฟัน เข้ากับหลอดกาแฟแบบงอได้.. ลองทำดูสิครับ แล้วจะเพลิน...” จุดเริ่มต้นของมิตรภาพ จึงอยู่ตรงนั้น.... ความสนิทสนมเกิดขึ้นอย่างไม่ยากเย็นนักด้วยความที่มีอะไรมากมายที่คล้ายกัน อุดมการณ์เดียวกัน คุยกันถูกคอ... ไปดูหนัง ฟังเพลงด้วยกัน...

แต่ยิ่งเนิ่นนานวันความผูกพันที่เพิ่มขึ้นมากมายนั่นทำให้ยิ่งยากจะจากไป... ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า... ระหว่างเรานั้นมันยากเกินไปที่จะสานต่อให้เป็น “ความรัก”

“เด็ก, ยังไงก็ไม่มีวันโตสำหรับฉันหรอก ระหว่างเราจะมีระยะห่างของวัยเท่าเดิมเสมอ และตลอดไป” คนที่นั่งอยู่เคียงข้างเพียงแต่เงียบไป เป็นช่องว่างให้ได้พูดต่อจากประโยคเดิม....

“เธอคงไม่รู้หรอกว่าความแตกต่างระหว่างวัยนั้นเป็นเช่นใด เหมือนเราเดินไปบนถนนสายหนึ่ง ฉันอยู่บนกิโลเมตรที่ 26 แต่เธอเพิ่งจะเดินอยู่ที่กิโลเมตรที่ 20 ระยะห่างของเราคือ 6 กิโลเมตรที่ฉันผ่านมันมาแล้วแต่เธอยังมาไม่ถึง..และในวันนี้เธอยังเป็นเพียง...นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 2 ขณะที่ฉันเป็นรองผู้จัดการฝ่ายในบริษัทเอกชน”

“ถ้าเลือกเกิดได้ ผมคงจะไม่เลือกเกิดทีหลังคุณถึง 6 ปี” เขาพูดเสียเบา....

“ถ้าเลือกเกิดได้ ฉันก็คงไม่เลือกเกิดก่อนเธอถึง 6 ปี” เสียงของฉันต่างหากที่ดัง...

“เธอยังต้องเดินทางไปบนถนนสายชีวิตอีกยาวไกล ได้เรียนรู้อะไรอีกมากมายรอบรั้วมหาวิทยาลัย ได้พบใครต่อใครอีกมากมายหลายคน เธออาจจะได้พบคนอื่นที่เหมาะสมกับเธอในเรื่องของวัยวุฒิและคุณวุฒิ แล้วเธอจะลืมฉัน.. ไม่ช้านาน” แล้วเขาก็จากไป...จากชีวิต นับแต่นั้นเป็นต้นมา...

“อคติ” เดินนำหน้า “หัวใจ” แต่ลึกลงไปแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า “ทำไม ความรักจึงมักจะมีเงื่อนไขอยู่ร่ำไป”

- - - - -

ตอนนี้... ตอนนี้... โคมไฟไม่สว่างเท่าที่ควร อาจเพราะหลอดเสื่อมเพราะใช้งานมานานแล้ว... เลยต้องเปิดโคมอีกอันที่ได้มาตอนจับฉลากปีใหม่ มันไม่ใช่โคมไฟคุณภาพดีนัก เพราะแสงที่ตกกระทบกับแว่นตา เมื่อจ้องหน้าจอมอนิเตอร์นานๆ แล้วจะทำให้รู้สึกปวดตา...

เปิดเครื่องปรับอากาศอยู่ที่ 27 องศาซี.ค่อนข้างเย็น แต่ก็เปิดพัดลมเบอร์ 2 อีกตัวเพื่อเป่า “กังหันลม” 9 ตัวข้างฝา ที่ทำจากกระดาษแข็งหมุนไปตามแรงลมเป่า...อาจจะเคยหลอกตัวเองว่า “สักวันเราอาจจะกลับมาคบกันใหม่ก็ได้ เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเขาโตขึ้นกว่านี้” แต่นั่นเป็นการหลอกตัวเองอย่างหน้าตายที่สุด เพราะมันไม่มีวันเป็นไปได้... เช่นกับที่เขาบอกว่า “ผมเชื่อในบุเพสันนิวาส” ซึ่งมันเป็นความเชื่อที่ไม่มีวันเป็นไปได้อีกเหมือนกัน

สิ่งที่ฉันควรเชื่อมากที่สุดคือ เชื่อว่า “ไม่มีอะไรที่ฉันเชื่อแล้วมันจะเป็นไปได้” นั่นต่างหาก.....

แต่สุดท้ายแล้วฉันก็พ่ายแพ้ให้แก่ความคิดถึง... ทั้งที่ผ่านมา 3 ปีแล้ว ฉันควรจะลืม “เด็กคนนั้น” จากใจไปได้แล้ว...

- - - - -

“1 สิงหาคม” วันนี้น่าจะเป็นวันที่เริ่มต้นได้ดี... แต่เอาเข้าจริงคำว่า “1” ก็อาจจะไม่ใช่ การเริ่มต้นที่ดีเสมอไปก็ได้....สำหรับวันทำงานธรรมดาวันนี้ เกิดสงสัยตัวเองขึ้นมาเงียบๆ กับความเป็นไปในชีวิต... เคยเชื่อเสมอมาว่า คนเราเกิดมาเพื่อ “เป็น” อะไรสักอย่างหนึ่ง, อะไรสักอย่างที่เราเกิดมาเพื่อมันจริงๆ...

นั่งถามตัวเองอยู่เงียบๆ แล้วก็อดนึกถึง... ใครบางคนไม่ได้.... ใครที่เคยถูกกปฏิเสธความรักอย่างไร้เยื่อไยไปเมื่อ 3 ปีก่อนนั้น...ป่านนี้คงเรียนจบมหาวิทยาลัยและคงกลายเป็นวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล.. 3 ปีที่ผ่านมา ไร้ข่าวคราวของเขาอย่างสิ้นเชิง ความเจ็บปวดในความรักทำให้เขา “หายไป” จากทุกๆ คนที่เกี่ยวข้อง....

ความคิดถึงเป็นสิ่งแปลก ยิ่งคิดถึง ยิ่งอยากพบ...และนั่นทำให้ต้องตามหาเพื่อที่จะพบ

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่า... ใช่บ้านของนรากร หรือเปล่าคะ” ปลายทางเป็นจังหวัดบ้านเกิดของเขา

“จ้ะ, ใช่แล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ที่บ้านหรอกนะ” ผู้รับสายเป็นมารดาของผู้ถูกถามหา

“หนูชื่อ ดาริกา ค่ะ เป็นเพื่อนของนรากร เคยเป็นครูอาสาฯ ด้วยกันค่ะ ตอนนี้ติดต่อไม่ได้ เลยไม่ทราบข่าวคราวว่าเขาสบายดีอยู่หรือเปล่า” และบอกเล่าถึงจุดประสงค์ที่ติดต่อกลับมา

“เขาไปเช่าบ้านอยู่น่ะหนู บอกว่าอยู่ใกล้ที่ทำงาน แม่ให้เบอร์มือถือไปก็แล้วกัน หนูลองโทฯ ไปหาดูนะจ๊ะ”

- - - - -

ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสถานที่นัดพบ หลังจากที่เวลาผ่านไปนาน 3 ปีที่ไม่ได้พบหน้า...

“ยังชอบเดินลากขากางเกงยีนส์เหมือนเดิมเลยนะ” ประโยคทักทายที่เอ่ยขึ้นนั้น เพราะความทรงจำที่ผุดขึ้นมาในพอดี... 3 ปีก่อน เด็กหนุ่มผอมสูง สวมเสื้อยืด staff ครูอาสาฯ กางเกงยีนส์สีซีดยาวลากพื้น... เป็นชายหนุ่มที่ popular ในหมู่สาวๆ

“คุณก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ” เขาทักทายด้วยประโยคธรรมดา โดยมองจากการแต่งกาย

“อืมม์ ก็ตอนนี้ฉัน 29 แล้วนี่ เธอก็คงจะ 23” ระหว่างเรา ระยะห่างคือ 6 ปี เท่าเดิม

“ครับ เพิ่งเรียนจบ แล้วก็เพิ่งทำงานไม่นานนี้เอง” เขาพูดสุภาพ

“เป็นวิศวกร ตามที่เรียนมาเหรอ”

“ครับ” เขาพูดสั้นๆ

“ดีนะ ได้ทำในสิ่งที่ชอบและหวังไว้ แล้วเรื่องความรักเป็นยังไงบ้าง”

“ก็ดีครับ”

“แปลว่ามีแฟนแล้ว”

“ครับ”

“ดีแล้วล่ะ... ใครๆ ก็มีแฟน ทั้งนั้น ยกเว้นฉันคนเดียวละมั้ง” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เหมือนไม่ได้คิดอะไร

“เขาก็อายุ 29 เท่าคุณนั่นแหละ” นั่นเองที่ทำให้อึ้ง...ในที่สุดก็เอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา...คำพูด คำจา ที่ออกมาจากริมฝีปาก..หลุดปาก พลั้งปาก หรือแท้จริงแล้ว...เป็นคำพูดที่อยากเอ่ยมานานแล้ว....

“เราตามหาใครคนหนึ่งจนแทบพลิกแผ่นดิน แต่เมื่อได้พบ กลับเหมือนอยู่ห่างกันเพียงกระจกกั้น - มองเห็นกัน แต่จับต้องไม่ได้...เราจะยังดีใจอยู่ไหมนะ..ที่เราตามหาจนได้พบอีกครั้ง”  

แล้วน้ำตาก็รินเป็นสาย... ความเจ็บร้าวเข้าเกาะกุมหัวใจ...
น่าเสียดาย..ที่พระเจ้าเล่นเกม “ไม่สมปรารถนา” อีกแล้ว.../



SHARE
Written in this book
รักในฤดูร้อน
เรื่องสั้นธรรมดา, เรื่องราวความรักธรรมดา -- 
Writer
blue0416
etc.
"หมาขี้เหงา วิ่งไล่งับเงาในแดดบ่าย"

Comments