ไฟเย็น
1    
" โอโห ไอเก่ง ไม่เจอกันนานเลย เท่เหมือนเดิมจังวะ "
สียง
ของไอโต้งยังแหบแต่ดังมาแต่ไกล ผมและโต้งไม่ได้เจอกันนานเกือบ 10 ปี 

ผมกับทินนั่งรออยู่แล้ว โต้งมาถึงเป็นคนสุดท้าย โต้งจะมาสายเสมอ เราอยู่กัยที่ร้านโจ้กปรินท์ บางรักร้านประจำ
" โต้ง สบายดีมั้ย " ผมถาม 
" ดีบ้างไม่ดีบ้าง ไอที่ดี ก็คือหน้าที่การงานดี แต่ที่ไม่ดี คือไม่มีเวลาเท่าไหร่ คนไข้มากขึ้นทุกวันๆ บางเคสก็ยากมากๆ  โอกาสได้ใช้ชีวิตแบบคนปกติแทบไม่มี 
" ทิน เป็นไง  รับเหมา "
" ก็ดี  มีความสุขกับการลงไปดูงาน มากกว่ารับเงิน "
" ดีแล้วมึง  แล้ว ที่นัดมาวันนี้ มีอะไรเหรอ เก่ง" 
" เรื่องหมูน่ะ "
โต้งแสดงออกให้เห็นถึงความกังวลผ่านแววตา หางคิ้ว 
" หมู ตอนนี้อาการเริ่มหนักแล้ว อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน 
เลยคิดว่า อยากจะพาหมูไปเชียงใหม่  จุดไฟเย็น ตะโกณชื่อแก๊งค์เสียงดังสนั่นด้วย "
"  จะบ้าเหรอไอเก่ง  นั่นมันความคิดเด็กๆ ตอนนั้น ตอนที่แก๊งค์ หมูคะนองเดขยังเรืองรอง 
นี่มันก็จะ 10 ปีแล้ว ไอหมูคงโตพอที่จะเข้าใจความเป็นไปของชีวิต "
" ทางการแพทย์ หมูไม่มีทางรอดเลยเหรอ โต้ง " ทินถามหมูด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 
" ถ้าระยะนี้อย่างที่เก่งบอก  ทางรักษาหาย แทบไม่มีเลย "
" นี่ไง จึงอยากจะให้ ไอหมู ได้ทำสิ่งที่มันต้องการครั้งสุดท้าย "
" มึงแน่ใจเหรอว่ามันอยากจะทำ  บ้าเอ้ย นี่เราก็จะเลข 3  กันอยู่แล้ว "
" นึกถึงสมัยพวกเรายังซ่าสิ ไอโต้ง  ตอนนั้นมันสนุกขนาดไหน "
" แต่มันหมดแล้ว วัยสนุกของพวกเรา "
ทั้งสามปล่อยให้โจ้กแห้ง
"  แล้วชาติล่ะ "
" ขับ taxi ไปไม่ได้ " 
....
" อ้าวพวกลื้อเองเหรอ "
"  เจ๊หวัดดี " เจ๊ เป็นเหมือนแม่คนที่ 2 ของพวกเราไปแล้ว เจ๊แก่ขึ้น แต่ยังขายโจ๊กอยู่ 
" ไม่เจอพวกลื้อ มานานมากก  โตกันหมดแล้ว มีลูกมีเมียแล้วใช่มะ 
เอ้อ แล้วไอแว่นของพวกเอ็งไปไหนล่ะ  
เหมือนมามากินคนเดียว ก็บ่นๆ ว่าอยากไปเชียงใหม่กะพวกลื้อ  แต่ตัวเอง อยู่ได้แค่โรงพยาบาล เข้าๆ ออกๆ " 
" จริงเหรอเจ๊ " 
"  อ๊ะ  ไอพวกนี้ ว่าคนแก่โกหก งอนๆ ไปล่ะ " 
เจ๊ เดินไปเสริพโจ๊โต๊ะอื่น 
" เอาไงโต้ง  เอาด้วยมั้ย " 
" มาขนาดนี้ ก็ต้องแล้วล่ะ "
" ลองวางแผนพาตัวออกมาจากโรงพยาบาลหน่อยคุณหมอ "
"  พวกเอ็ง  ไปหยิบเสื้อกาวหลังรถเดี๋ยวนี้เลย " 


" อย่าลืมกินยาหลังอาหารนะคะ "
" ได้ครับ ขอบคุณมากคุณพายาบาล "
" หมูคะ  ออกไปพ่นไฟ!!!!! " 
" ห้ะ   คุณพยาบาล ..... "
" 55555 กูให้พี่เค้าบอกเองอ่ะ " ผมออกมาเฉลย 
" ไอ้เก่ง  โต้ง  ทิน  พวกมึงงงง "
" เห้ยๆๆ  อย่าๆ มึงป่วย เดี๋ยวน้ำเกลือกระฉูด "
" มาไงว้ะ "
" พวกกูบินมา "
พวกเราคุยกันหลายเรื่องและมากมาย ผมเห็นตาประกาย และออร่าความสุขออกมาจากตัวหมู 
ต่างจากร่างที่ผอมแห้ง ซีดเซียวอย่างสิ้นเชิง  
คุยกันซักพัก โต้งก็ยิ่งเข้าเรื่องด้วยการกระซิบ
" หมู พวกกูอยากชวนมึงไปเชียงใหม่  จุดไฟเย็น "
" ห้ะ !!! " 
" นี่ ใครพนันกะกูไว้ว่ามันจะพูดคำนี้ จ่ายมาๆ " 
"  พวกกูเอาจริงนะหมู ไปเชียงใหม่กัน "
" พวกมึงจะลำบากเปล่าๆ  มีงานมีการทำกันแล้ว เราก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ "
" พวกกูพร้อมช่วย " ทินยืนยัน 
หมู คิดสักพัก 
" มึงลืม เรื่องสนุกๆ ที่พวกเราเคยทำไปหมดแล้วเหรอ  มึงลืมแล้วเหรอ ว่าพวกเราเคยเป็นอะไร "
ผมถามหมูอีกครั้ง 
" เอ้าสิวะ กูอยากจุดไฟเย็นอีกครั้ง  แต่กูจะออกไปยังไง "
" พวกกูมีแผน " 
" พิเลนมั้ยเนี่ย "
" พวกเรา  หมูคะนองเดชนะ " 


รถไฟ กรุงเทพ เชียงใหม่ ออกมาได้สักพัก  
"  บ้าบอจริงๆ ที่ให้ไอหมู เปลี่ยนชุดเป็น รปภ . " 
" จริง  แล้วที่ตลกว่าคือ  เอาเสื้อหมอมาให้ไอทินใส่ ไม่เข้าเลย 55555 "
" พวกมึงแม่ง  เอาจนได้นะ "  หมูดูมีความสุขกับการเดินทาง ผสมพูดคุยสาระทุกข์ 
เราเลือกการขึ้นรถไฟ เพราะมันทำให้นึกถึงช่วงเวลา ที่เคยผ่าน 
" ตอนนั้น เราเคยคิดจะปล้นรถไฟใช่มั้ย "
" ใช่ แต่มึงก็บอกว่า อย่าเลย มีแต่ถ่านหิน 55555"  โต้งขำเสียงดัง 
 "  พวกมึงดูสิ เราจะเห็นป่าข้างทาง และผู้คนที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ "
" ใช่ ผู้คนเปลี่ยน เวลาเปลี่ยน แต่บางอย่าก็ไม่เปลี่ยน " 
หมูหันมาพูดกับพวกเรา 
" โดยเฉพาะพวกมึง " 

คืนนั้น หมูมีความสุข  แม้เขาจะอ่อนเพลียจากโรคที่เป็น  โต้งคอยดูอยู่ตลอด 
พวกเราไม่หลับ หากหมูจะไม่หลับ เราต่างรู้ว่า การทำอย่างนี้มันจะเสี่ยงถึงชีวิตหมู 
แต่เราก็อยากจะให้เพื่อน ได้ในสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด 
"  เราทำอย่างนี้ทำไมกันนะ " ทินถามผม 
" ไม่รู้สิ บางที เราก็แค่ทำ ในสิ่งที่อยากทำ  อยู่กับคนที่อยากอยู่ " 
ทินหันมายิ้มให้ และขอตัวงีบ  มีเพียงผม และดวงดาวต่างจังหวัด ที่อยูุ่เป็นเพื่อน ของเพื่อนอีกที 

4

เราถึงเชียงใหม่  ใช้เวลาเดินทาง 14 ชั่วโมง 
เราเข้าที่พัก และหากิจกรรมทำเช่น นวดสปา ไปดูวิถีชีวิต  ซื้อของกิน  ไปถ่ายรูปบ้าง 
ที่กรุงเทพคงวุ่นกับการหาตัวของหมูน่าดู   ผิดกับชีวิตที่สงบ ผู้คน Slow
"  ไอเก่ง แล้ว ใครเอาไฟเย็นมา "   แย่แล้ว เราต่างลืม
" จบแล้ว เชียงให่มจมีขายมั้ยเนี่ย "
" ต้องมีสิ หากัน "
 หมู นำทีมเราค้นหา แม้ว่าจะหอบบ้าง และดูเหมือนร่างกายเขาจะไม่ไหวที่จะเดินมากนัก 
พวกเราให้หมูพักที่ห้อง 
"  มึงว่า คนเราจะมีวลา กันคนลเท่าไหร่ " หมูถาม 
" ไม่เท่ากัน " ผมตอบ
" อยู่ที่ว่า  ใครจะใช้มัน คุ้มแค่้ไหนนะ "ทินบอก 
"  อยู่กับคนสำคัญ ในเวลาท่สำคัญ "  โต้งแตะที่บ่าของหมู 


หมูเป็นลูคีเมีย ขั้นสุดท้าย 

" ขอบคณะพวกมึงมาๆ  มึงก็มีภาระที่ต้องทำกัน  ยังจะมาทำให้ความฝัน ที่ใกล้ตายมันเป็นจริง "
" กูเพื่อนมึงนะเว่ย "  พวกเรากอดคอกัน นึกถึงความหลัง ตอนนั้น เรายังใส่เสื้อมัธยมปลายเตะบอลกลางฝนด้วยกัน  ไปผจญภัย จับแมลง และหลายๆอย่าง ที่ชีวิตปัจจุบัน ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้อีก  เราจะใช้ชีวิตต่อ บนความจริง แและหมู กำลัจะจากพวกเราไปอีกไม่นาน 
" ก๊อกๆ "
ผมสงสัยว่าใครเคาะ จึงไปดู 
" เนี่ย  รวมตัวกันไม่มีกู  ไอพวกเวร " 
" ชาติ!!!! "  หมู แปลกใจอย่างที่สุด 
" มาได้ไงวะ " ผมถาม  
" ขับ Taxi จากกรุงเทพมาเนี่ย  ดีนะ ไอ้โต้ง Check in กูเลยมาถูก  
เอ้า กูซื้อไฟเย็นมาให้ " 
" เห้ยย เยี่ยมเลย " 
ชาติจะเป็นคนความจำดีที่สุดในกลุ่ม  ตอนนี้ลูก 2 และยังใช้ชีวิตเป็นอัศวินรับส่งผู้โดยสารบนท้องถนน 

พวกเราจุดไฟเย็น ในห้องพักเล็กๆ ที่เชียงใหม่ 
เป็นความบ้า เพราะไม่มีใครทำกัน แต่พวกเราทำ 
ไฟค่อยๆ ใหม้ ส่งประกายสวย แสงวาบ ทำให้เราคิดถึอดีต อนาคต ปัจจุบัน 
ความสวยงามมาครั้งคราวแล้วดับไป 
เหมือนชีวิต และความสุข ที่สวย สว่างจ้า และวันหนึ่งจะดับไป เหมือนไฟเย็น 



" จุดไฟเย็นส่งหมูกัน " 
วันนี้ เรามาจุดไฟเย็น ส่งวิญญาณของหมู 
เป็นสัญลักาณ์ที่เพื่อนจะมีให้  ทุกวันนี เราไม่ได้ไปจุดไฟเย็นที่เชียงใหม่ 
แต่ราจะจุดมันที่บ้านตัวเอง เพื่อระลึกถึงเพื่อน  ที่ทำให้เราเข้าใจความหมายของการมีชีวิืตอยู่ 

เพื่อทำสิ่งที่ใจต้องการ 

ไฟเย็นมอดไหม้ ลุกโชน และดับไป 

แด่ หมู 


..
SHARE
Writer
Mighty_
Writer / Actor
Somebody kick me ass.

Comments