ไอ้หมัดหิน ดูรัน

(1)

ชื่อของ Roberto Duran แฟนมวยไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา เพราะเขาคือหนึ่งในตำนานที่ยังมีลมหายใจ และยังถูกพูดถึงมาตลอดในฐานะยอดมวยโลก ถ้าเป็นแฟนมวยขนานแท้ เขาคือ 1 ใน 4 ทหารเสือยอดมวยโลกที่ทำให้วงการมวยบูมในช่วงนั้น

จุดเด่นที่สำคัญคือ พลังกำปั้นที่หนักหน่วง บวกกับสไตล์การชกชนิดท้าตีท้าต่อยที่ได้ใจแฟนมวยไปเต็มๆ ทำให้เขากลายเป็นแชมป์โลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง

แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้จักเขามากขึ้น คือการได้ดู Hand Of Stone หนังชีวประวัติของ ดูรัน  ในปี2016 ซึ่งไม่ใช่แค่รู้จักเขามากขึ้น แต่ได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในความโหด เพราะเขาก็เหมือมนุษย์เดินดินคนหนึ่ง ที่ต้องเจออะไรหลายๆอย่าง ที่ทำให้เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตตะบันหน้าคน



(2)

การได้อ่านเรื่องราวนักมวย 99.99% มีเหตุผลที่ชกมวยเพราะต้องการช่วยครอบครัว หรือ ถีบตัวเองให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม  แต่สำหรับดูรัน เขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเองและครอบครัว แต่เขาสู้เพื่อประเทศชาติ 

ในช่วงนั้นที่ปานามากำลังมีเรื่องพิพาทกับสหรัฐฯ  กรณีถือสิทธิ์คลองปานามาที่อเมริกาเข้ามาควบคุม ซึ่งทำให้คนที่อยู่ในละแวกนั้นรับไม่ได้ จนเกิดจลาจลหลายครั้ง ส่วนดูรันก็เกิดท่ามชีวิตที่ต้องปากกัดตีนถีบ ทำทุกอย่างเพื่อปากท้องครอบครัว 

นอกจากทำงานเล็กๆน้อยๆแล้ว การชกมวยคือสิ่งที่เขาทำได้และได้เงินมากกว่า เขาชกมวยตั้งแต่เด็ก จนฟอร์มหมัดหินของเขาไปเข้าตา  Nestor "Plomo" Quinones หรือ โพลโม่ เจ้าของค่ายมวยเล็กๆ จึงให้เขามาซ้อมมวย ก่อนจะเริ่มชกสมัครเล่นจนเป็นที่รู้จักในละแวกนั้น 

ค่าตัวของเขาคือ ไอศกรีม 1 ถ้วย ตามที่ดูรันขอ 

จนในปี1967 เข้าก็เริ่มชกอาชีพอย่างเต็มตัวซึ่งเก็บสถิติชนะรวด 28 ไฟต์  ก่อนจะได้รู้จักกับ Carlos Eleta ผู้จัดการนักมวยที่ใหญ่สุด ซึ่งเป็นคนที่ทำให้ดูรันได้รู้จักกับปรมาจารย์มวยคนที่สองอย่าง Ray Arcell

ไฟต์ต่อมาที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาลเมื่อเขาเดินทางมายังอเมริกา เพื่อชิงแชมป์สมาคมมวยโลก WBA รุ่นไลต์เวท กับ เคน บูชาแนน นักชาวสกอตแลนด์ ที่นิวยอร์กซิตี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1972 ซึ่งเอาชนะไปในยกที่13 และคว้าแชมป์มาครองเป็นเส้นแรก

ชัยชนะดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ของชาติในทันที เมื่อกลับมายังปานามาเขาคือวีรบุรษ ซึ่งเขาตั้งเป้าว่าจะทำให้ประเทศปานามาเป็ฯที่ยอมรับและอาจจะช่วยให้คลองปานามากลับมาเป็นของประเทศอย่างถาวร

หลังจากป้องกันตำแหน่ง 12 ครั้ง และได้ล้มแชมป์กับ กับแชมป์โลกของสภามวยโลก (WBC) เอสเตบัน เด เฮซุส ซึ่งผลัดกันแพ้ชนะ ก่อนที่ดูรันจะได้สองเส้นไปครอง ก่อนจะสละแชมป์เพื่หาความท้าทายใหม่


(3)

ดูรันเลื่อนไปชกในรุ่นเวลเตอร์เวต หลังจกอุ่นเครื่อง 3-4 ครั้ง ก็ได้ชิงแชมป์ WBC กับซูปตาร์วงการมวยอีกคน ผู้มีดีกรีเหรียญทองโอลิมปิค เขาคือ Sugar Ray Leonard 

ในวันแถลงข่าวดูรันหมั่นไส้เลียวนาร์ด ก่อนจะสงครามจิตวิทยาด้วยการดูถูกสารพัด แถมไปดูถูกภรรยาของเลียวนาร์ดว่าเป็นโสเภณี ซึ่งวางยาระดับนี้ทำให้เลียวนาร์ดแค้นฝั่งลึกแม้ว่าเขาจะมาแบบเป็นมิตรแต่ในเมื่อดูรันต้องการแบบนี้ เขาก็จะไม่เมตตาอย่างแน่นอน

การชกของทั้งคู่เกิดขึ้น  ในวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1980 ที่มอนทรีออล ประเทศแคนาดา ซึ่งสิ่งที่แฟนมวยได้ชมวันนั้นคือความดุเดือดของทั้งคู่โดยเฉพาะเลียวนาร์ดที่เป็นมวยชั้นเชิง อยู่ดีๆกลสยเป็นมวยบู๊แลกหมัดกับดูรัน เข้าทางไอ้หมัดหินที่ต้องการแบบนั้น ก่อนจะบุกยำใหญ่จนครบ 15 ยก ทำให้เขาคว้าแชมป์เส้นที่2ได้สำเร็จ และเป็นคนแรกที่ทำให้เลียวนาร์ดแพ้ครั้งแรก

กลับมาปานามาเขาคือฮีโร่ชนิดที่ประธานธิบดีส่งเครื่องบินมารับถึงที่เลยทีเดียว 

บัดนี้ไม่มีใครหยุดเขาได้อีกแล้ว 

แต่ทว่าอีก 6-7 เดือนให้หลัง เขากลับมาอมเริกาเพื่อให้เลียวนาร์ดแก้มืออีกครั้ง แม้ว่าดูรันจะไม่เต็มใจนัก แต่ดอน คิง โปรโมเตอร์เห็นกำไรที่มากขึ้นๆ จนเกิดภาคสองที่ นิวออลีนส์ คราวนี้เหมือนหนังคนละม้วน เพราะดูรันฟิตซ้อมไม่เต็มที่ แถมเลียวนาร์ดที่ทำการบ้านมาดีใช้วิธีชกแบบมีชั้นเชิง หลอกหมัดสร้างความปวดหัวให้ดูรันจนแผนที่วางไว้รวนหมด

จนกระทั้งในยกที่ 8 จู่ๆดูรันหันหลัง ไม่ขอชกต่อ แล้วบอกว่า No Mas หรือ ไม่เอาแล้ว พูดแบบนี้ซ้ำๆ จนกรรมการยุติการชก ทำให้เข็มขัดกลับสู่เอวของเลียวนาร์ดได้สำเร็จ  

กลายเป็นศึกที่ทุกคนจำได้ดีและสงสัยว่าทำไมดูรันยอมแพ้ง่ายๆ  

หลังการชก เขาถูกคนปานามาสาปส่งและผิดหวังในตัวเขาที่ยอมแพ้ง่ายไป ทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจไปช่วงหนึ่ง แต่ก็กลับมากู้ศรัทธาด้วยการชนะ Davey Moore ในยก 8 และตั้งแต่นั้นมาเขาไม่พูดคำว่า No Mas อีกเลย

ตลอดชีวิตบนสังเวียน เขาได้เจอยอดมวยมากมาย โดยเฉพาะ  Marvelous Marvin Hagler และ Thomas Hearns ที่ได้เป็น 4 ทหารเสือวงการมวยโลก ก่อนจะได้เจอเลียวนาร์ดเป็นครั้งที่3 แต่ครั้งนี้เขาแพ้คะแนนไป 

ดูรัน ยังคงชกมวยต่อไปแม้ร่างกายจะโรยรา ก่อนจะได้ชิงแชมป์ครั้งสุดท้ายกับนักมวยรุ่นหลานอย่าง William Joppy แต่ก็แพ้ในยกที่ 3  ก่อนปิดฉากอาชีพในปี 2001

จบสถิติการชก119  ชนะ103  แพ้16 


ทุกวันนี้เขายังเป็นตนานที่ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการมวย  ความยิ่งใหญ่ของเขาได้ถูกถ่ายทอดทั้งวีดีโอเกม, หนังสือ และ ภาพยนตร์ 

ส่วนคนปานามา ก็ยังคงยกย่องเขาในฐานะวีรบุรุษกำปั้นที่ยิ่งใหญ่จนชื่อของเขากลายเป็ฯชื่อสนามกีฬาแห่งชาติมาจนทุกวันนี้.... 

หลังจากที่ไดู้เรื่อง Hands of Stone จบลง เหมือนได้รู้จักเขามากขึ้นจริงๆ 
 


SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าติดปลายนวม
รวมเรื่องราวน่าสนใจบนสังเวียนผืนผ้าใบ
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments