สิ่งมหัศจรรย์ในจักรวาล..มีความหมายที่ซ่อนอยู่ข้างใน
เขียนเรื่องนี้ สืบเนื่องจากถามน้องใน blog ที่น่ารักคนหนึ่ง 
ว่าอยากจะให้เขียนเรื่องอะไร 
น้องบอกว่า "ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับดวงจันทร์" 
เป็นเรื่องยากสำหรับเราตรงที่ไม่ค่อยมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มากนัก 
แต่เราถนัดที่จะเอามาเปรียบเทียบในการใช้ชีวิต 
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนให้สติปัญญากับเราเสมอเราก็เลยลองค้นหาข้อมูลของดวงจันทร์ดู อ่านคร่าวๆ แล้วก็รู้สึกมหัศจรรย์
กับความเป็นดวงจันทร์ มีหลายอย่างที่เราไม่รู้ บางเรื่องที่อ่านแล้วยังไม่เข้าใจ
จึงจะขอยกแต่ประเด็นที่อ่านแล้วเข้าใจ 
และคิดว่า เป็นเรื่องที่เราน่าจะนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตของเราได้

1. ทั้งโลกและดวงจันทร์ต่างก็หมุนรอบซึ่งกันและกัน
แต่เราจะเห็นดวงจันทร์ในแต่ละครั้งเพียงด้านเดียว
#สรุปความจาก วีทิต วรรณเลิศลักษณ์ และเพชรมายา

ในชีวิตของคนเราก็เช่นกัน 
เรามองเห็นตัวเราในกระจกอย่างไร เราก็มองเห็นคนอื่นอย่างนั้น
คือ เราจะเห็นทีละด้าน ซึ่งไม่สามารถตัดสินได้ว่า คนๆ นั้นดีหรือไม่ดี
เราต้องใช้เวลาเรียนรู้และทำความเข้าใจ
ตัวเราเองก็เช่นกัน เราจะรู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น 
เมื่อมีสถานการณ์ต่างๆ ผ่านเข้ามาให้เราปรับตัว
เราจะรู้ได้ว่า เราเป็นคนเข้มแข็งแค่ไหน อ่อนไหวมากเพียงใด
และสามารถพัฒนาขึ้นได้ในทุกวัน
ในเมื่อเราให้โอกาสตัวเองได้พัฒนาตน เราก็ควรให้โอกาสคนอื่นได้พัฒนาตนเช่นกัน

2. เมื่อดาวดวงหนึ่งได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงจากดาวอีกดวงหนึ่ง 
ด้านที่อยู่ใกล้จะได้ถูกดึงดูดมากกว่าด้านที่อยู่ไกล 
ความแตกต่างของแรงทั้งด้านจะทำให้เกิดความเครียดภายใน 
ถ้าเนื้อของดาวไม่แข็งแรงพอก็อาจจะทำให้ดาวแตกได้ 
ถ้าเนื้อของดาวมีความหยุ่นก็จะทำให้ดาวยืดออกเป็นทรงรี 
เราเรียกแรงภายในที่แตกต่างนี้ว่า "แรงไทดัล" (Tidal force)

เนื่องจากเปลือกโลกเป็นของแข็ง 
จึงไม่สามารถยืดหยุ่นตัวไปตามแรงไทดัลซึ่งเกิดจากแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ได้ 
แต่ทว่าพื้นผิวส่วนใหญ่ของโลกปกคลุมด้วยน้ำในมหาสมุทร 
จึงปรับตัวเป็นรูปทรงรี ตามแรงไทดัลที่เกิดขึ้น
ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "น้ำขึ้นน้ำลง" (Tides)​
#วีทิต วรรณเลิศลักษณ์

แรงโน้มถ่วงจากผู้คนก็เช่นกัน
เราได้รับอิทธิพลจากสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม สถานการณ์
และคนรอบข้างก็มีโอกาสได้รับอิทธิพลจากเราเช่นกัน
เมื่อเราได้รับความกดดัน หรืออยู่ในสภาวะตึงเครียด
แล้วหัวใจของเราไม่แข็งแรงพอ เราก็จะเกิดสภาวะของความทุกข์มากจนเกินไป
ทางออกที่เหมาะสมคือ เราควรยืดหยุ่นเหมือนน้ำ หมายถึงไม่ต่อต้านและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น
หัวใจเราจึงจะไม่อุดตัน และพบกับทางออกที่เหมาะสม เหมือนน้ำที่ไหลไปเจอทางระบายในที่สุด

3. ระยะเวลา 1 วันบนดวงจันทร์ จะเท่ากับ 29.5 วันบนโลก
นับจากดวงอาทิตย์ขึ้นและลับขอบฟ้า
#เรียบเรียงโดย เพชรมายา

เราคิดว่า 1 วัน = 24 ชั่วโมงบนโลกนี้ 
มันดูน้อยเกินไป ทำอะไรไม่ทัน 
แล้วถ้าหากเราย้ายตัวเองไปอยู่บนดวงจันทร์ 
แค่เวลา 1 วันที่เนิ่นนานเกือบ 30 วันบนโลกนี้

คิดว่าเราจะทำอะไรดี คงรู้สึกว่ามันเยอะมาก เราสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้
แต่คุณค่าของเวลามันไม่สำคัญที่ปริมาณ มันอยู่ที่เราเลือกใช้เวลาในแต่ละวันไปทำอะไร
หากมีเวลามาก เราก็จะยิ่งใช้ทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์น้อยกว่า เพราะเราคิดว่ามีเวลาอีกเยอะ
แต่ถ้าเรามีเวลาจำกัด เราจะโฟกัสไปทำในสิ่งที่สำคัญก่อนสิ่งที่ไม่สำคัญ
เราจึงจะรู้สึกได้อย่างแท้จริงว่า ในแต่ละวัน เราทำอะไรได้อีกเยอะ 
ดังนั้น การมีเวลาจำกัด ไม่ใช่ข้อจำกัด ในการทำในสิ่งที่เราอยากทำ

4. ดวงจันทร์ไม่เคยมีด้านมืด 
เพราะอีกด้านของดวงจันทร์ก็ถูกแสงอาทิตย์ส่งผ่านไม่ต่างกัน 
ดังนั้น เราควรเรียกด้านของดวงจันทร์ว่า ด้านใกล้ และด้านไกล
#เรียบเรียงโดย เพชรมายา

เราอาจเคยคิดว่า ตัวเราเองเคยมีด้านมืดของชีวิต 
เคยทุกข์สุดๆ จนสุดจะทน แต่แล้วก็ผ่านมันไปได้
หรืออาจจะคิดว่า คนที่เรารู้จัก หรือเห็นในข่าวไม่ดี มีด้านมืดที่เรามองไม่เห็น
แต่ในด้านมืดของชีวิต หรือด้านมืดของจิตใจ จริงๆ แล้วมีแสงสว่างซ่อนอยู่ข้างใน
หากเรามองดีๆ ใช้ปัญญา เราจะสามารถก้าวผ่านด้านมืดของชีวิตไปได้
หรือหากเรามีด้านมืดของจิตใจ เราก็สามารถพลิกกลับไปคิดให้จิตใจสว่างได้เช่นกัน

เมื่อเปรียบดั่งถ้ำ มันจึงไม่ใช่มีแต่ความมืดซะทีเดียว 
เพียงแต่เราต้องคอยหาแสงที่เล็ดลอดซึ่งอยู่ในระยะไกล 
เมื่อเดินเข้าไปใกล้เราจึงจะพบทางออกที่ต้องการ
ขอเพียงมีความหวัง...เท่านั้นเอง



จากความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้เราได้รู้จักระบบจักรวาลมากขึ้นยังมีความรู้อีกมาก ที่มนุษย์ยังไปไม่ถึง และกำลังศึกษาเพิ่มเติม
ซึ่งในอิสลาม ได้ระบุความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไว้อย่างชัดเจนว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นระบบนั้น เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของพระเจ้า
พระองค์เป็นผู้ทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรที่ไม่มีประโยชน์สำหรับมนุษย์
เราจึงควรขอบคุณพระองค์ที่ทรงให้ชีวิต 
และให้เราได้มีโอกาสสะสมความดีเพื่อรับผลตอบแทนอีกทีในโลกหน้า

1. แท้จริง..ในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน และสับเปลี่ยนกลางคืนและกลางวัน
และเรือที่วิ่งอยู่ในทะเลพร้อมด้วยสิ่งที่อำนวยประโยชน์แก่มนุษย์
และน้ำ ที่อัลลอฮ์ทรงให้หลั่งลงมาจากฟากฟ้า 
แล้วทรงให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาขึ้นด้วยน้ำนั้น
และได้ทรงให้สัตว์แต่ละชนิดแพร่สะพัดไปในแผ่นดิน
และในการให้ลมเปลี่ยนทิศทาง และให้เมฆซึ่งถูกกำหนดให้บริการ(แก่โลก)
ผันแปรไประหว่างฟากฟ้าและแผ่นดินนั้น
แน่นอน ล้วนเป็นสัญญาณนานาประการแก่กลุ่มชนที่ใช้ปัญญา
(คัมภีร์อัล-กุรอาน บทอัล-บะกอเราะฮ์ ที่ 2:164) 

ทุกส่ิงที่เกิดขึ้นบนโลก และระบบสุริยะจักรวาล 
ถูกสร้างด้วยพระองค์ทั้งสิ้น ทุกอย่างรังสรรค์เป็นระบบอย่างดี และน่าทึ่งมากๆ

เช่น ดวงอาทิตย์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยาวกว่าดวงจันทร์​ 400 เท่า แต่อยู่ห่างจากโลกมากกว่าดวงจันทร์ 400 เท่า 
เราจึงมองเห็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มีขนาดปรากฏเท่ากันพอดี 
#วีทิต วรรณเลิศลักษณ์

และทุกสิ่งทุกอย่าง มีเกิด มีดับ 
เราที่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ เมื่อจากโลกใบนี้ไป เราจะฟื้นคืนอีกครั้ง
เพื่อรับการตอบแทนในโลกหน้า โลกที่บางคนจะอยู่ในสวรรค์ตลอดกาล 
และบางคนอาจจะต้องตกอยู่ในนรกชั่วกัปชั่วกัลป์ ตามผลงานที่เราทำไว้ในแผ่นดิน
ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว สิ่งที่เราควรทำในตอนนี้คือ ทำสิ่งดีๆ ด้วยใจที่บริสุทธิ์ เพื่อพระองค์

2. และพระองค์ทรงรู้สิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน และในทะเล
และไม่มีใบไม้ใดร่วงหล่น นอกจากพระองค์จะทรงรู้มัน
และไม่มีเมล็ดพืชใดซึ่งอยู่ในบรรดาความมืดของแผ่นดิน
และไม่มีสิ่งอ่อนนุ่มใด และสิ่งที่แห้งใด นอกจากอยู่ในบันทึกอันชัดแจ้ง
(หมายถึงอยู่ในความรู้ของพระองค์ โดยปราศจากการลืมเลือน
ประหนึ่งได้บันทึกไว้ในสมุดบันทึก)
(คัมภีร์อัล-กุรอาน บทอัล-อันอาม ที่ 6:59:2) 

หากเราคิดว่า เราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนโลกนี้ที่ไม่มีคุณค่าใด
พึงรู้ไว้เถิดว่า เราโชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาใช้ชีวิต เพราะพระองค์ทรงเมตตา
และรับรู้การเคลื่อนไหวในทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างเสมอ โดยไม่มีวันลืมเลือน
ทุกความคิด ทุกการกระทำ จะถูกบันทึกไว้ รอรับการตอบแทน

3. และเรา (อัลลอฮ์) ได้ให้เมฆบดบังพวกเจ้า
(ให้เมฆบดบังแสงอาทิตย์ เพื่อให้ความร่มเย็นแก่พวกเขา
ในขณะเดินอยู่ในทะเลทราย)
(คัมภีร์อัล-กุรอาน บทอัล-บะกอเราะฮ์ ที่ 2:57:4)

พระองค์ทรงเมตตาเสมอ
ทุกครั้งที่มีร่มเงาในขณะที่เราเดินทาง ตากแดด
เรามักจะมองไปยังบนฟ้า และขอบพระคุณพระองค์เสมอที่ทรงให้ร่มเงา
ขอบคุณพระองค์ที่ทรงช่วยเหลือบ่าวทุกคนบนโลกใบนี้เสมอ
เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงช่วยเหลือที่ดีที่สุด

#takuma
====================================================================
สนใจอ่านบทความของคุณวีทิต วรรณเลิศลักษณ์ 
ได้ที่ http://www.scimath.org/lesson-physics/item/7294-moon
หรือสรุปเนื้อหาสั้นๆจากคุณเพชรมายา
ได้ที่ https://petmaya.com/19-moon-facts-you-never-learn

SHARE
Written in this book
Islam Canon
คำสอนที่ใช้ได้ทั่วไปในทุกสถานการณ์
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments