[OS] Summer to Autumn (Minkyeong x Yaebin)



ฝนตก. 


คัง เยบิน หอบจากการวิ่งหนีฝนแทบเป็นแทบตายเพื่อมาหลบใต้ชายคามินิมาร์ทแห่งหนึ่ง มือเล็กหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อมาซับใบหน้าที่เปียกชื้นขณะก้าวเข้าร้านค้าแอร์เย็นช่ำ น่าแปลกที่ในร้านเงียบราวกับกลางคืนทั้งที่เป็นช่วงบ่ายของวัน แต่ก็อาจจะเป็นเพราะฝนที่กระหน่ำอยู่ภายนอกนั่นล่ะ

เธอพึ่งเคยเข้ามาในมินิมาร์ทนี้ครั้งแรก มันพึ่งมาเปิดระหว่างทางกลับหอของเธอเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง ก่อนจะไปหยิบเสื้อกันฝนคนตัวเล็กก็แอบสังเกตพนักงานเพียงคนเดียวในร้านที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หล่อนเป็นผู้หญิง ตัวสูงมาก ผมยาวสีดำ จมูกโด่ง และสายตาดุดันที่กำลังเหม่อลอย โดยรวมแล้วหล่อนสวย แบบที่ไม่น่ามาเป็นพนักงานคิดเงินในมินิมาร์ทเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในกรุงโซลเช่นนี้

พนักงานสาวเหมือนรู้ตัวว่าถูกจ้องจึงหันมาสบตากับเยบิน คนตัวเล็กสะดุ้ง รีบหลบหนีอย่างไว

หยิบเสื้อกันฝนสุ่มๆมาอันหนึ่งโดยไม่ทันได้เลือกสีเลยด้วยซ้ำแล้วนำไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ เธอพึ่งเห็นตอนนี้เองว่ามันเป็นสีม่วงเพราะเผลอมองตามมือเรียวของพนักงานสาวหยิบสินค้าขึ้นมาสแกนบาร์โค้ด สายตาซุกซนไล่ไปตามแขน ปกเสื้อ ลำคอ สะดุดกับผมของหล่อนที่ไม่ใช่สีดำสนิท มันดูน้ำเงิน แต่ก็ไม่ชัดเจนขนาดนั้น

เยบินส่งเงินให้ตามราคาสินค้าพอดีแล้วหยิบอุปกรณ์กันฝนจำเป็นเดินออกมาจากมินิมาร์ท ขณะวุ่นวายกับการคลี่เสื้อกันฝนออกเธอก็พึ่งนึกได้ว่าเธอไม่ได้ยินเสียงพนักงานคนนั้นเลย ไม่มีเสียงต้อนรับตอนเธอเดินเข้าร้าน ไม่มีเสียงบอกจำนวนเงินที่ต้องชำระ ไม่มีเสียงขอบคุณเมื่อเธอกำลังจะจากไป

ช่างเป็นพนักงานที่เงียบเสียจริง





เพราะโปรเจคจบที่เคร่งเครียดทำให้เยบินต้องนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าจอคอมฯจนลืมมื้อเย็นไปเสียสนิท รู้ตัวอีกทีก็เกือบเข้าวันใหม่แล้ว และเธอก็คิดได้ว่าเวลาห้าทุ่มไม่เหมาะเท่าไหร่ที่ผู้หญิงตัวเล็กๆจะเดินไปไหนไกลโดยเฉพาะเมื่อฝนตกหนัก มินิมาร์ทไม่ไกลหอที่เคยแวะเมื่อสองอาทิตย์ก่อนจึงเป็นตัวเลือกสำหรับมื้อดึก เธอแปลกใจเล็กน้อยที่ยังเห็นพนักงานสาวคนเดิมอยู่ที่เคาน์เตอร์ในเวลานี้ หล่อนอาจจะเป็นพนักงานประจำ? ไม่รู้สินะ

พนักงานไม่ส่งเสียงต้อนรับเช่นเคย แต่สายตาของหล่อนไม่ได้เหม่อลอยอีกต่อไป หล่อนมองเธอ ตั้งแต่เข้าร้านมาจนถึงตอนนี้ มองอย่างไม่ปิดบังสักนิด เยบินทำเป็นไม่ใส่ใจแต่ก็เกร็งจนต้องหลบสายตาหล่อนโดยใช้ชั้นวางสินค้าเป็นที่กำบัง เป็นอะไรของเค้า? กลัวโดนขโมยของรึไง หรือเธอแต่งตัวประหลาด? ไม่นะ เสื้อยืดกางเกงวอร์มมันก็ไม่ได้แย่ซะหน่อย

บ่นกระปอดกระแปดไปพลางเดินทั่วร้านจนได้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำ และขนมขบเคี้ยวมา 2-3 อย่าง ใช้เวลานานพอที่คนๆหนึ่งจะเลิกมองกัน แต่สายตานั้นก็ยังไม่หลุดจากเธอไปไหน จากที่เกร็งๆตอนแรกเยบินเริ่มไม่พอใจขึ้นมาแล้ว มันไม่เกินไปหน่อยหรอ 


เมื่อต้องเผชิญหน้ากันที่เคาน์เตอร์เยบินจึงเลือกที่จะเงยหน้าประสานสายตากับพนักงานสาวเพื่อส่งคำถามว่า มองทำไม? แต่พอได้จ้องลึกเข้าไปยังนัยน์ตาสีดำสนิทเธอกลับเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีก่อน

สู้ไม่ได้…

ไม่รู้ว่าทำไม แต่นัยน์ตาสีดำนั้นดึงดูดเธอราวกับแบล็กโฮล ในตอนที่เธอไม่ได้สบตาหล่อนแล้วกลับทิ้งความหวามไหวไว้เต็มอก

หล่อนทำได้ยังไง สายตาแบบนั้น…

พนักงานเอ่ยจำนวนเงินขึ้นมาเพื่อเรียกสติเยบินที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่เชื่อเถอะว่าเสียงหวานนั่นทำเธอสติหลุดไปได้ไกลกว่านั้นอีก

แทบไม่รู้ตัวว่าเอาตัวรอดจากสถานการณ์นั้นมาได้ยังไง แต่เยบินก็หยุดยืนอยู่หน้ามินิมาร์ทด้วยอาการหายใจไม่ทั่วท้อง ตั้งสติอยู่ท่ามกลางละอองฝน

การสบตาคนๆหนึ่งมันทำให้ใจเต้นได้ขนาดนี้เลยหรอ





คังเยบินเริ่มไม่แน่ใจว่าตอนนี้เป็นฤดูร้อนจริงๆไหมเพราะฝนเริ่มโรยตัวลงมาจากฟ้าอีกแล้ว ร่มสีม่วงทำหน้าที่ของมันอย่างขันแข็งจนถึงที่หมาย มินิมาร์ทที่เธอไม่ได้แวะมาเยือนอีกเลยหลังจากผ่านเหตุการณ์น่าใจหายคราวนั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่จำเป็นเธอก็ได้ได้อยากก้าวเข้าไปนัก แต่เพราะมันจำเป็นนั่นแหละ

แม้จะผ่านไปเดือนกว่าๆแล้วนับตั้งแต่ที่เธอมาที่นี่ครั้งล่าสุด แต่พนักงานก็ยังเป็นคนเดิม คนที่ทำให้เธอเสียตัวตนของตัวเองคนนั้น… และหล่อนมองเธออีกแล้ว ให้ตายเถอะ

เยบินเดินหลบสายตาของพนักงานอีกครั้ง ในมินิมาร์ทเงียบและไม่มีลูกค้าอื่นนอกจากเธอ เวลาตีสามแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอกที่จะไม่มีคนน่ะ แต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ตลอดเลยนะ เหมือนพระเจ้ากำลังจัดฉากให้เธออยู่กับพนักงานคนสวยคนนั้นสองต่อสองตลอดอย่างนั้นแหละ…

คนตัวเล็กสะบัดหน้าหยุดความคิดไร้สาระแล้วตั้งใจหาของที่ต้องการ มันคือกระดาษ A4 สำหรับพิมพ์งานที่ดันมาทะลึ่งหมดในคืนที่เธอต้องพิมพ์ทุกอย่างให้เสร็จ เธอไม่คิดว่ามันจะมีขายในที่แบบนี้หรอก แค่มาลองดูเฉยๆ ถ้ามันมีเธอจะได้ไม่ต้องเดินไปไหนไกลในเวลาแบบนี้ แต่จนแล้วจนรอดเธอก็หาไม่เจอ

สุดท้ายเธอก็ทำใจเดินไปถามพนักงานสาวที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว เธอเลี่ยงที่จะสบตาคมกริบนั้น แต่ถึงไม่มองใจเธอก็เต้นแรงอยู่ดี

เยบินสูดหายใจเข้าลึกก่อนเปิดปากถาม

“มี A4 ขายไหมคะ”

“A4?”

ให้ตายเถอะพระเจ้า หน้านิ่งๆเจือความสงสัยนั่นสวยเป็นบ้า เสียงของหล่อนก็ยังเพราะเหมือนเดิม

“ค่ะ A4 สีขาว”

“ไม่มีขายหรอกค่ะ”

“อ่า…”

“แต่มีให้ฟรีนะคะ”

เยบินเลิกคิ้วขึ้นเมื่อพนักงานพูดแบบนั้น หล่อนเดินหายไปหลังร้านไม่บอกกล่าวอะไรเพิ่ม แต่กลับมาพร้อมกับของที่เธอต้องการ จำนวนไม่มากแต่ก็เพียงพอสำหรับงานคืนนี้

“ของฉันเองค่ะ” หล่อนพูดขณะใส่กระดาษปึกนั้นในถุงพลาสติกเพื่อกันเปียก คำพูดที่เหมือนจะให้ความกระจ่างแต่เยบินกลับงงกว่าเดิม

“ของคุณ?”

“ค่ะ ฉันจำเป็นต้องพกกระดาษพวกนี้ติดตัวอยู่แล้ว คุณโชคดีนะคะที่ฉันพึ่งไปซื้อมาเพิ่มเมื่อวานนี้เอง”

บทจะพูดหล่อนก็พูดยาวจนตั้งตัวและใจไม่ทัน ตอนนี้เธอไม่สามารถควบคุมหัวใจให้เต้นช้าลงได้เลย รวมถึงมือที่สั่นเล็กๆขณะรับของมา ในตอนนั้นเองที่เธอสังเกตว่ามีชื่อพนักงานอยู่บนป้ายชื่อเหนืออกซ้าย

คิม มินกยอง
 
“ขอบคุณค่ะ… มินกยอง”

หล่อนทำหน้าสงสัยก่อนจะอ้าปากเป็นรูปตัวโอและก้มมองป้ายชื่อของตัวเอง ที่คิดไว้ว่าหล่อนเป็นพนักงานที่เงียบและลึกลับเหลือเกินในเวลานี้หล่อนกลับดูกวนๆซะอย่างนั้น แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ทำให้เยบินไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่ดี

“เท่าไหร่หรอคะ”

“บอกแล้วไงคะว่าฟรี”

“แต่-”

“กระดาษไม่กี่แผ่นเอง ถ้าอยากจ่ายคืนก็แวะมาซื้อของที่นี่บ่อยๆละกันค่ะ”

ทั้งที่ตั้งใจว่ายังไงก็จะยื่นเงินให้แต่พอเห็นรอยยิ้มปิดท้ายประโยคของมินกยองเยบินก็เชื่อฟังในทันที คนตัวเล็กกล่าวขอบคุณอีกครั้งก่อนออกจากมินิมาร์ทมา อีกครั้งที่เธอต้องหยุดยืนตั้งสติอยู่หน้าร้าน

“มินกยอง…”

ชื่อของพนักงานสาววนเวียนในความคิด แม้จะกลับมาถึงหอ จนทำงานเสร็จแล้ว จนตื่นมาอีกครั้ง เยบินก็ไม่สามารถลืมรอยยิ้มของหล่อนได้เลย

อุตส่าห์ไม่มองตาก็ยังส่งยิ้มมาให้เพ้อแทน ใจร้ายจริงๆคิมมินกยอง





ฝนหยุดตกแล้ว

เป็นครั้งแรกที่เยบินก้าวเข้ามินิมาร์ทเล็กๆแห่งนี้ในวันที่ฝนไม่ตก ห่างจากวันที่รู้ชื่อมินกยองแค่ 3 วันเท่านั้น แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพนักงานไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป อีกอย่างที่แปลกตาคือวันนี้มีผู้คนประปรายในร้านไม่เหมือนทุกครั้งที่เธออยู่กับมินกยองแค่สองคน เยบินจึงต้องรอให้เคาน์เตอร์ว่างเพื่อที่จะไปสอบถามพนักงานคนใหม่

“พนักงานที่ชื่อมินกยองอยู่ไหมคะ?”

พนักงานส่งเสียง หือ ในลำคอ แต่ก็ตอบคำถามเธอ

“กยองไม่ได้ทำงานที่นี่แล้วล่ะ”

“ลาออกไปแล้วหรอคะ??”

“ไม่เชิง ไปทำโปรเจคจบน่ะ ถ้าเสร็จแล้วคงกลับมาทำต่อ”

เยบินอ๋ออยู่ในใจ แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมคนตัวสูงถึงทำงานพิเศษในขณะที่ทำโปรเจคแบบนี้ แล้วยังมาหยุดกลางคันอีก เหมือนหน้าของเธอจะส่งคำถามออกไปมากมายพนักงานใหม่เลยพูดต่อ

“ตอนแรกกยองตั้งใจจะทำโปรเจคไปด้วยทำงานไปด้วยนะ แต่มันคงหนักเกินไป อย่างที่เธอเห็น วันนี้วันที่ 1”

เยบินอ๋ออีกครั้งเมื่อมองตามมือของพนักงานที่ชี้ปฏิทินเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่หลังเคาน์เตอร์ หมายความว่ามินกยองคงทำทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ไหวแล้วพึ่งขอหยุดไปเมื่อวานเองสินะ คลาดกันแค่วันเดียวเอง…

“อืม… กยองบอกว่าจะมีคนตัวเล็กๆมาถามหา ไม่คิดว่าจะมีจริงๆแฮะ”

“จริงหรอคะ แล้วเค้าได้บอกอะไรไว้อีกไหม” เยบินตื่นเต้นเมื่อรู้ว่ามินกยองพูดถึงเธอด้วย ถ้าเธอมีหางมันคงสะบัดอย่างแรงอยู่

“ไม่หรอก บอกไว้แค่นั้นแหละ” แล้วหางก็ลู่ลงด้วยความผิดหวัง…

เพราะมีลูกค้ามาต่อแถวจ่ายเงินเยบินจึงต้องหยุดการสอบถามไว้เพียงเท่านั้น คนตัวเล็กเดินคอตกออกจากมินิมาร์ทมา

ใจร้ายอีกแล้วแฮะ มาทำให้เพ้อแล้วก็หนีกันไปแบบนี้ก็ได้หรอ





“เดินสิลูลู่”

เยบินกระตุกสายจูงสีม่วงเบาๆเรียกเจ้าแมวสีครีมให้เดินตามแต่มันก็ยังคงเฉย กลอกตาสองสามทีก่อนจะอุ้มแมวตัวใหญ่ขึ้นมาแนบอก

“แมวอ้วนเอ้ย”

อย่าให้เจี๋ยฉงรู้นะว่าเธอเรียกแมวของหล่อนว่าแมวอ้วน รักมากเหลือเกิน มีอย่างที่ไหนห้ามเรียกแมวตัวเองว่าแมวอ้วนเพราะกลัวแมวจะปวดใจ คงเป็นเจ้าของมากกว่าที่รู้สึกแบบนั้น

เพราะวันนี้เจี๋ยฉงเพื่อนสนิทของเธอติดธุระจึงฝากฝังลูลู่เจ้าแมวอ้วนไว้กับเธอ แถมยังกำชับด้วยว่าต้องพามาเดินเล่นที่สวนสาธารณะตอนเย็น ยังดีที่ตอนนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้วเธอเลยไม่ได้อิดออดที่จะออกมาเดินเล่นแม้จะต้องพกแมวมาด้วยตัวหนึ่งก็ตาม ว่าก็ว่าเถอะตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นใครเอาแมวมาเดินเล่นสักที คงเพราะมันไม่เดินอย่างที่เจ้าลูลู่เป็นนี่แหละ

เยบินอุ้มแมวอ้วนเดินไปตามทางอย่างไม่รีบร้อน ฤดูใบไม้ร่วงย้อมทางเดินให้กลายเป็นสีแดงเหมือนในซีรีส์โรแมนติกสักเรื่อง แต่เธอไม่มีพระเอกที่จะมากรากฎตัวตรงหน้าหรอก ร่างเล็กเดินอุ้มลูลู่สลับกับปล่อยมันลงเดินเองเมื่อเมื่อยแขน เจ้าแมวยอมเดินแค่ไม่กี่เมตรก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่ให้เธออุ้มขึ้นเหมือนเดิมอยู่ดี เป็นการพาแมวมาเดินเล่นที่เธอจะไม่ให้มันมีครั้งที่สองอีก

เดินมาไกลจนถึงมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ ช่วงเย็นแบบนี้มีผู้คนสัญจรไม่มาก ทีแรกเยบินตั้งใจจะพาลูลู่ไปเที่ยวที่คณะตัวเองแต่ก็เปลี่ยนใจเมื่อคิดถึงระยะทางที่ต้องเดินไปแล้วต้องดินกลับอีก เธอจึงหันหลังกลับ

“มินกยอง!”

แต่เสียงคนที่พึ่งเดินสวนกันไปทำให้เยบินต้องหันกลับไปทิศเดิมอีกครั้ง ไม่ได้มองคนๆนั้นหรอก เธอมองหามินกยองที่คนนั้นเรียกต่างหาก หัวใจของเยบินเต้นรัว มันน่าลุ้นไม่ใช่หรอ ในเกาหลีจะมีคนชื่อนี้สักกี่คนกันนะ

เมื่อมองไปตามทางก็เห็นคนที่น่าจะเป็นเจ้าของชื่อกำลังก้มลงเก็บของที่พื้น คงจะทำหล่นเมื่อครู่ คนที่พึ่งเดินสวนเธอก็ไปช่วยมินกยองคนนั้นเก็บเช่นกัน เยบินมองอยู่ห่างๆเพราะไม่รู้ว่าจะเป็นคนที่เธอคิดไหม เพราะมินกยองที่เธอรู้จักน่ะผมสีน้ำเงิน แต่คนๆนี้ผมสีแดง…

แต่พอเธอได้เห็นใบหน้านั้นชัดๆมันก็ใช่จริงๆ อดีตพนักงานสาวคนนั้นแหละ คนที่ทำเธอว้าวุ่นไปหลายวันคนนั้นเลย ที่แท้ก็เรียนอยู่ที่เดียวกัน อ่า... มันยุติธรรมแล้วหรอที่ไม่ว่าผมสีอะไรก็เข้ากับหน้าหล่อนไปหมด แต่สีแดงที่เหมือนกับสีใบไม้ในตอนนี้ทำเยบินใจเต้นไม้แพ้กับสีน้ำเงินแสนลึกลับเลย

เยบินมองคนทั้งสองพูดคุยกันไม่นานก่อนจะโบกมือลากัน และมินกยองก็เห็นเธอ ใบหน้าสวยของหล่อนแสดงความสงสัยและความประหลาดใจออกมา ก่อนจะยิ้ม

คนตัวสูงก้าวมาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอแล้ว เราใกล้กันยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากันหน้าเคาน์เตอร์ เราใกล้ชนิดที่ว่ามีแค่ลูลู่กับของของหล่อนคั่นกลาง ยิ่งได้เห็นชัดขนาดนี้หล่อนก็ยิ่งสวย ใบหน้าที่ไร้ที่ติราวกับประติมากรรมชั้นเลิศนั้นขยับเข้ามาใกล้เธออีกนิด…

“แมวคุณน่ารักจัง ชื่ออะไรหรอคะ”

แท้จริงแล้วหล่อนขยับเข้ามาหาลูลู่ต่างหาก เธอไม่แปลกใจเพราะระหว่างทางมีคนแวะคุยกับเธอมากมายเพื่อเล่นกับเจ้าแมวสีครีมตัวนี้ หล่อนก็คงเป็นหนึ่งในนั้น แต่ไม่ใช่แค่นั้น

“เยบิน…”

“ชื่อเยบินหรอ ดูไม่เหมือนชื่อแมวเลย”

“เปล่า ฉันชื่อเยบิน” มินกยองขำพรืดออกมาเมื่อเธอบอกแบบนั้น ผิดหรอที่อยากให้หล่อนเรียกชื่อน่ะ

“อ่า เยบิน… คุณเยบิน แมวชื่ออะไรหรอคะ”

“ลูลู่ แต่ไม่ใช่แมวฉันนะคะ เพื่อนมาฝากเลี้ยง”

“อ๋อ… น่ารักนะคะ”

“อือ ตัวหนักไปหน่อยแต่ก็น่ารักอยู่ค่ะ”

“เปล่า หมายถึงคุณน่ะค่ะ น่ารัก”

บ้าไปแล้ว

ตอนนี้ใบหน้าเธอต้องแดงไม่แพ้ใบไม้บนพื้นหรือสีผมของมินกยองแน่ๆ ไม่งั้นหล่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนั้นทำไม

เยบินไม่เคยตามความคิดมินกยองทันเลยสักครั้ง ตั้งแต่ที่เอาแต่มองเธอไม่วางตาแล้ว ไหนจะมาหยอดกันแบบนี้อีก ถ้านี่คือการจีบ? ก็คงเป็นการจีบที่พิลึกที่สุดเท่าที่เยบินเคยเจอมาเลย

“หิวจังเลยค่ะ”

“??” อยู่ๆมินกยองก็พูดขึ้นมาแบบนั้น

“ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ”

ให้ตายสิ เป็นคนแบบนี้เองหรอ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก

“เนื้อย่างนะ”





คิมมินกยองนั่งมองคนตัวเล็กพลิกเนื้ออย่างเชี่ยวชาญ เสียดายที่เจ้าของลูลู่มารับเจ้าแมวอ้วนกลับไปก่อนเธอเลยไม่ได้เล่นมันอีก แต่ก็ดีไปอย่าง ถ้าลูลู่มาด้วยเราคงเข้าร้านเนื้อย่างไม่ได้

เยบินเงยหน้าขึ้นมาเลิกคิ้วใส่ คงเพราะเธอนั่งนิ่งอยู่นาน เธอเลยช่วยคนตัวเล็กดูแลเนื้อบนตะแกรงอีกแรง

“ถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

เยบินเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อนในครั้งนี้ มินกยองพยักหน้าเพราะมีอาหารอยู่เต็มปาก

“ทำไมวันนั้น… คุณเอาแต่มองฉันล่ะ”

มินกยองกลืนเจ้าเนื้อนุ่มลงคอ “หมายถึงวันที่คุณมาซื้อของกินตอนดึกหรอ”

“อืม…”

“ก็คุณสวย”

จนถึงตอนนี้หน้าของเยบินเริ่มขึ้นสีแดงอีกแล้ว หล่อนเขินง่าย มินกยองรู้ตั้งแต่วันที่หล่อนเอาแต่หลบตาเธอแล้วล่ะ

“แล้วคุณมองทุกคนที่คุณคิดว่าสวยแบบนั้นตลอดเลยรึไง”

“ไม่นะ จริงๆเพราะสีผมคุณด้วยแหละ ผมสีม่วง… ไม่ค่อยมีใครทำกัน”

“แล้วสีน้ำเงินกับแดงนี่คนทำเยอะมากมั้ง”

มินกยองหัวเราะพลางมองผมของเยบินไปด้วย มันกลายเป็นสีดำไปแล้ว เพราะแบบนี้เธอถึงจำคนตัวเล็กไม่ได้ในทีแรก



หลังจบมื้ออาหารทั้งคู่ก็มาหยุดข้างกันอยู่หน้าร้าน เยบินพยายามยัดเงินใส่มือมินกยองที่ชิงยื่นบัตรจ่ายเงินเองเมื่อครู่

“จะมาจ่ายให้ทำไม เอาไปเลยค่ะ”

“ม่ายอาวววว บอกแล้วไงว่าเลี้ยง” มินกยองว่าพลางชูมือขึ้นจนสุดแขนทั้งสองข้าง เยบินเห็นแบบนั้นก็เลิกความคิดที่จะสู้กับคนตัวสูงทันที

“ตามใจๆ”

“อย่างอนสิคุณ ฉันก็แค่อยากเลี้ยง กับคนที่ฉันจีบฉันไม่งกนะรู้เปล่า”

“จีบฉันอยู่รึไง?”

“ใช่สิ ไม่งั้นจะชวนมากินข้าวหรอ”

“…”

เยบินเงียบใส่จนคนผมแดงเริ่มใจไม่ดี แต่ประโยคถัดมาจากยิ้มเจื่อนก็กลายเป็นยิ้มกว้างจนน่าหมั่นไส้

“งั้นก็จีบให้ติดละกัน”







- จีบสาวด้วยเนื้อย่างมันดีแบบนี้
- ฟิคพริสทินเรื่องแรกของเราค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ /)__(\





SHARE

Comments

howaboutfriday
1 year ago
ฮืออออ เป็นฟิคที่น่ารักมากค่ะ มินกยองเป็นคนสวยที่ทิ้งอ้อยเรี่ยราดให้เขาเก็บไปเพ้อ แถมยังจีบด้วยเนื้อย่าง ไม่หลงก็แย่แล้ววว /_\) 
Reply
RoAna
1 year ago
ฮือออออ เขินเป็นบ้าเป็นหลังเลยค่ะ แงงงงง น่ารักกกกกกกกก ภาษาสวยอ่านง่ายดีค่ะ ชอบ แต่งคู่นี้บ่อยๆนะคะ >///<
Reply
Parnpupu
1 year ago
โอยยยยย บ้าบอคอหอยพอกกกกก อ่านทีเดียวไม่ได้ต้องแวะกรี้ดก่อนนนน ทำไมมันน่ารักขนาดนี้ ทั้งคนจีบ ทั้งคนถูกจีบ อยากอ่านพาร์ทความรู้สึกกยองบ้าง อยากรู้ว่าแบบคิดยังไงที่มองเยบินแต่ละครั้งงง งื้อออ แต่แค่นี้ก็เขินมากแล้วค่ะ

ป.ล ฉากที่บอกว่าพาแมวไปเดินเล่น เราเข้าใจมากค่ะ เพราะไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง555555
Reply