4 สัญญาณ บ่งบอกว่าเรากำลังเล่นผิดกติกา
ในเกมกีฬา มีกติกาให้เราเล่นไปตามเกม จึงจะเล่นกีฬาได้สนุก 
และเมื่อใครแพ้-ชนะ ก็มีน้ำใจนักกีฬา และร่วมแสดงความยินดี ยอมรับความพ่ายแพ้
แต่บางเกมที่เราเห็น เขาก็มีการเล่นผิดกติกา เพียงเพื่อหวังชัยชนะ 
แต่กลับลืมวิธีการที่ใสสะอาด 

เช่น ในกีฬาฟุตบอล การเล่นผิดกติกา เช่น การใช้มือเล่นอย่างตั้งใจ
เขาให้ใช้เท้านะ มือก็แกว่งมาโดนบอลด้วยเจตนา อันนี้ก็ถือว่า 
เอามือไปเล่นวอลเลย์บอลเหอะนะ ผิดที่ผิดทางแล้ว

หรือกีฬาฟุตซอล ก็มีกติการะบุไว้ว่า การเล่นที่ผิดกติกาและเสียมารยาทคืออะไรบ้าง 
เช่น การเตะ ขัดขา ชน ทำร้ายคู่ต่อสู้ ทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องเจ็บตัว
ซึ่งคนที่ทำผิดกติกา เพียงแค่ต้องการให้คนเก่งออกจากการเล่น โดยไม่นึกถึงผลที่จะตามมา

เมื่อมีการระบุว่าอะไรผิดกติกา มีโทษกำหนดไว้ แต่ก็ยังมีผู้เล่นที่ชอบเล่นผิดกติกาแบบนี้
กลายเป็นว่า การแข่งกีฬาเป็นเรื่องที่ต้องการเอาชนะ แต่ขาดน้ำใจนักกีฬา

ในเกมการทำงานก็เช่นกัน มีคนเล่นผิดกติกาอยู่
ซึ่งอาจเป็นเราโดยไม่รู้ตัว


เพื่อให้เรารู้ตัวก่อนที่มันจะสายเกินเยียวยา
ซึ่งผลกระทบที่เกิดมีทั้งต่อตนเองและคนอื่น

ผลกระทบต่อคนอื่นคือ เป็นการทำร้ายจิตใจเขาโดยไม่รู้ตัว 
และเหมือนเรากำลังขัดขาไม่ให้เขาได้ทำหน้าที่ของเขาให้ดี

ส่วนผลกระทบต่อตัวเองนี่ร้ายแรง แต่เจ้าตัวไม่รู้ตัว คือ
เรากำลังแสดงความไม่รักตัวเอง และพยายามไปกดคนอื่น
เสียโอกาสดีๆ และเวลางามๆ ที่จะแสดงศักยภาพ แสดงความเก่ง หรือด้านดีของตัวเองออกมา
เพราะมัวเอาเวลาไปทำเรื่องที่ไม่ดี


มาลองเช็คตัวเองกัน ว่าเรากำลังทำสิ่งนี้อยู่บ้างหรือเปล่า 
เขาเรียกว่า การเล่นใต้เส้น (หรือการเล่นใต้เข็มขัด หรือเล่นผิดกติกา) นั่นเอง

1. บ่นว่า ทำไม่ทัน 
งานเยอะ งานหนัก ทำไม่ทัน ทำโอที โอฟรี ตลอดๆ
แต่ลืมทบทวนและตั้งคำถามต่อว่า "ทำอย่างไรดี ให้ทำงานทัน ให้จัดการได้"
เมื่อใช้วิธีการเดิมๆ ผลลัพธ์ก็ออกมาแบบเดิมๆ
แต่ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ทำงานง่ายขึ้น มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เราก็ต้องตั้งลำกันใหม่
เช็คตัวเองว่า มี 4 ข้อนี้มั้ย?
1. ทำเต็มที่ในเวลางานแล้วหรือยัง 
2. มีแผนงานรายปีหรือยัง  
3. เลือกทำงานที่สำคัญก่อนหรือยัง
4. ลองปรับปรุงให้งานง่ายขึ้นแล้วหรือยัง
กลับมารับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองกันใหม่ แล้วชีวิตก็จะง่ายขึ้น

2. เม้าท์ ว่าเขาไม่ดี
เคยเป็นมั้ย? บางเวลาเราเผลอจับผิดคนอื่น
ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น แล้วก็คิดว่า เขาไม่ดี
เขาไม่ดีอย่างนั้น เขาไม่ดีอย่างนี้ โดยเฉพาะการเม้าท์บอส
จริงๆ ลึกๆ บางที เราอยากให้บอสใส่ใจเรา เขาดูแลเราไม่ดีเท่าที่ควร
หรือบางครั้ง เราคาดหวังบอสมากเกินไป อยากให้เขาเก่งดั่งใจเรา

หรือเม้าท์เพื่อนร่วมงาน แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังเอามาว่าเขา
แต่ลืมกลับมามองตัวเองว่า เราว่างมากๆ หรือเปล่า เราถึงมีเวลาจับผิดคนอื่น
เราทำหน้าที่ของตัวเองดีหรือยัง เราถึงกล้าเม้าท์มอยวิจารณ์การทำงานของคนอื่นแบบนั้น
ถ้าหวังดี ก็ควรจะพูดคุยกันต่อหน้า ไม่ใช่ว่ากันลับหลัง อันนี้ก็ไม่แฟร์ เล่นผิดกติกา

เช็คตัวเองว่า เป็นบุคคลที่เป็นฝ่ายเม้าท์ หรือเป็นฝ่ายคล้อยตาม 
แล้วถ้าเราไม่ได้ทำทั้งสองอย่างล่ะ เราแค่ฟังเฉยๆ เราผิดด้วยเหรอ
มันอาจจะไม่ผิดชัดเจนนะ เพราะเราไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ
แต่เรากำลังทำผิดทางอ้อมและกลายเป็นแบบเขาโดยไม่รู้ตัว เพราะเราจะเคยชินกับการเม้าท์ 
เราปล่อยให้เขาพูดในสิ่งที่ไม่เป็นจริง หรือถ้าจริงก็ไม่หวังดีที่จะพูดคุยกันตรงๆ ดีๆ
ถ้าในทางศาสนาก็บาปใหญ่เลยล่ะ คือ การนินทา

แล้วจะทำอย่างไรหากเราตกเป็นฝ่ายฟัง แต่ก็ไม่ต้องการอยู่ร่วมวงแบบนั้น
เรามี 4 วิธี เพื่อรักษาจุดยืนของคนดี ที่ไม่ปล่อยให้ใจเรามีจุดด่างดำ
1. ถอยออกมาทันที ขอตัวไปทำงาน เข้าห้องน้ำ ดีกว่า ก็อ้างได้  
2. ถ้ามีความกล้าอีกนิด บอกความจริงเขาไปว่า คนที่คุณพูดถึง เขาไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น  
3. บอกเขาไปตรงๆ ว่า มีอะไรก็บอกเขาตรงๆ  
4. มีโอกาส ก็ยกตัวอย่างคนดีๆ ที่ไม่เม้าท์ ว่าเราชอบแบบนี้ จะได้สร้างสังคมดีๆ ในที่ทำงาน

3. โยน ให้คนอื่นเป็นความไม่ดีขั้นสูง ปรับจากการเม้าท์ ว่าเขาไม่ดี
เป็นการใส่ร้ายเขา ว่าเขาผิด 
การแก้ตัว ว่าตัวเองถูก เพื่อให้พ้นตัว แต่จริงๆ แล้ว ตัวเองผิดเต็มประตู
แสดงว่า เรากำลังแสดงความไม่จริงใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ไม่แมน
ผิดก็รับผิด มันจบแค่ตรงนั้น แค่เราต้องปรับปรุงตัวใหม่
แต่ผิดกลับโยนให้ เราก็ต้องสร้างภาพว่าตัวเองถูกร่ำไป จนเคยชิน
คราวนี้..เริ่มไม่รู้ตัวแล้ว ว่าอันไหนเราถูก อันไหนเราผิด เพราะคิดว่าตัวเองถูกตลอด
อันนี้เข้าขั้นวิกฤตแล้ว ไม่มีกรรมการมาเป่านกหวีด แจกใบเหลือง จึงควรมีเพื่อนเตือนสติโดยด่วน 

นอกจากการโยนความรับผิดให้คนอื่นแล้ว ยังหมายรวมถึงการโยนความรับผิดชอบให้คนอื่นด้วย
คือ การไม่ทำหน้าที่ของตนเอง ไม่รู้..ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร อาจจะเผลอรักสบาย
แล้วก็เลยส่งงานตัวเองให้คนอื่นทำ 
ไม่รู้ตัวซะแล้ว..ว่านั่นคือ การโยนโอกาสแสดงความสามารถของตนเอง ให้ผู้อื่นซะงั้น
แล้วก็ทำให้คนที่รับงานแทนเขารวนไปซะหมด เพราะเขาต้องทำงานเขาเหมือนกัน
ถ้าคนเรารู้จักหน้าที่..ทำตามหน้าที่..เงินเดือนที่ได้รับ..ก็คุ้มค่าแล้ว กับความขยันที่ทำลงไป
การรักสบายอาจจะเป็นอะไรที่มีความสุขในวันนี้
แต่มันคือการปิดโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานเลย 
เพราะแสดงให้เห็นว่า เราไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้อีีกแล้ว เพราะเราไม่ยอมคิดจะทำอะไรให้้้้้้้้้้้ดีหรือมากกว่าเดิม 
หรือเข้ากับสำนวนไทยที่ว่า หนักไม่เอา เบาไม่สู้ 

4. ยืนผิดที่ ผิดทางเราเคยเห็นกันมามากแล้ว กับการทุจริต
ข้าราชการบางคนทุจริต... 
จริงๆ แล้ว..เขาเก่งเรื่องทำธุรกิจ แค่เพิ่มความซื่อสัตย์ให้มากหน่อย
บางคนทำงานออฟฟิศ จอมวางแผนให้เขาแตกกัน..
แต่จริงๆ ถ้าเขาไปเป็นนักวางแผนกลยุทธ์ วิเคราะห์หุ้น 
ชีวิตเขารุ่งกว่านี้แล้ว แต่ต้องเพิ่มความจริงใจอีกเยอะๆ
หรือบางคนขายสิ่งเสพติด รวยแต่ว่า ต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ...
อันที่จริง ถ้าเขาไปเปิดกิจการขายของที่มีประโยชน์กับผู้คน เขาเป็นมหาเศรษฐีแล้ว

การอยู่ผิดที่ผิดทาง นอกจากตัวเองจะเดือดร้อนแล้ว
ยังทำให้เพื่อนร่วมงาน และองค์กรเดือดร้อนด้วย
เขาอาจไม่รู้ว่ากำลังทำให้เรือมีรอยร้าว และกำลังจมลงเรื่อยๆ
แล้วตัวเขาก็จะจมลงไปด้วยเช่นกัน

จะดีกว่าไหม..หากเราลุกขึ้นโฟกัสงานที่เราทำทำให้เต็มที่ แบบที่คิดว่า งัดสิ่งที่เรามีออกมาใช้ให้ถูกที่ถูกทาง
เอาสายตาช่างสังเกตคนอื่น มาสังเกตงานของตนว่ามีจุดไหนบกพร่อง แล้วปรับให้ดีขึ้น
เปลี่ยนจากการใส่ร้าย กลายเป็นการใส่ใจ มีน้ำใจ ช่วยเหลือกันมากขึ้น
ไม่มัวแต่คิดว่าเราทำแล้วได้อะไร คิดว่าเราจะทำให้งานและองค์กรดีได้อย่างไร
ผลลัพธ์ดีๆ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ ความสุข มันจึงจะเข้ามาในใจเราได้อย่างแท้จริง

ใครเช็คสัญญาณเหล่านี้ แล้วคิดว่าตัวเองมีเผลอตัวไปบ้าง
ยังมีโอกาสกลับตัวได้อยู่ เราเองก็เคยทำ 2 ข้อแรกมาก่อน
ซึ่งตอนนั้นไม่เห็นจะมีอะไรดีกับชีวิตเราเล้ย...ย.... (ย.ยักษ์ล้านตัว)
แถมพอสังเกตคนที่เป็นแบบนี้ พอเขาเป็นมากๆ เข้า 
ใจที่คิดร้ายก็ทำลายสุขภาพเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว 
โรครุมเร้า แต่เขายังไม่ได้สติ

ตอนนี้เรากลับตัวได้เยอะแล้ว เอาเวลาไปโฟกัสกับงาน มีแต่ดีกับดี
เราเลยอยากให้เอาเวลาที่มี มาทำสิ่งดีๆ งัดด้านดีที่มีในตัวเอง
มาทำประโยชน์ให้สังคม และสะท้อนเป็นความสุขกลับเข้าหาเราดีกว่า

มากลับตัวกันนะ..^_^
ขออภัย..หากบทความนี้ ดูจะตรงไปตรงมา ชัดเจน
แต่หากเรายอมรับได้ เราจะได้ไปต่อ..
เพราะเราสามารถพัฒนาตัวเองได้ทันที...แค่ตัดสินใจ

เล่นให้ถูกกติกา มีน้ำใจนักกีฬา
ไม่ต้องรอตอนแข่งกีฬา ทำได้ตอนนี้เลย

#takuma

SHARE
Written in this book
100 ideas
ร้อยเรียงความคิด..จากชีวิตประจำวัน
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments

mynameisme
1 year ago
บทความเป็นประโยชน์มากค่ะ ไว้เตือนสติตนเองไม่ให้ทำเเบบนี้ ขณะเดียวกันก็ให้ระมัดระวังคนประเภทนี้ด้วย *หนูกำลังเข้าสู่วัยทำงานน กำลังจะผจญภัยเลยย โฮวววววว
Reply
takumacheerup
1 year ago
สู้ๆ จ้า
ไม่ต้องกลัวนะ แค่เราทำหน้าที่ของเรา
ยังมีเรื่องดีๆ รอให้เราเจออีกเยอะจ้ะ
เมื่อเราโฟกัสด้านดี
ขอบคุณที่คอมเม้นต์น๊าา😍😍