จดหมายฉบับที่ 1 : ถึงฉันในวัย 13 ปี
คำเตือน : เนื้อหาในจดหมายค่อนข้างบั่นทอนกำลังใจและเขียนในขณะที่รู้สึกว่าตัวเองเป็น Loser ไม่เหมาะกับการอ่านในขณะที่อยู่ในห้วงอารมณ์หดหู่ ท้อเเท้
ถึง ฉันในวัย 13 ปี
  
สวัสดี คือ.. เริ่มยังไงดีล่ะ เอาเรื่องดัดฟันก่อนแล้วกัน เธอได้ดัดฟันตอนอายุ 18 เพราะรถล้ม ฟันหัก เป็นเหตุให้ต้องรักษาฟันและจัดฟันในทีเดียว ตอนนั้นแม่หาเงินตัวเป็นเกลียวมาให้เธอได้ดัดฟันเลยนะ รู้หรือเปล่า ตอนมอปลายเธอไม่ได้อยากเป็นนักบินอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอไปหาหมอฟันบ่อยมาก ๆ จนจำชื่อเครื่องมือที่หมอฟันเรียกหยิบตลอดการทำฟันได้แทบทุกชิ้น ตอนมอปลายเธอไม่ได้เลือกวิศวะ เพราะเธอเกลียดแคลคูลัสมาก เธอเลือกทันตะ กับวิทยาศาสตร์ แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าคณะแรกคะแนนสูงลิ่ว เธอจึงได้คณะรองลงมา แต่พอเรียนได้ปีนึง เธอก็ยื่นคะแนนเข้าคณะใหม่ คราวนี้หลุดโค้งไปสายศิลป์เลยล่ะ ไม่น่าเชื่อว่าจากเด็กวิทย์คณิตที่ยึดติดว่าต้องไปแต่ทางวิทย์ จะเบนเข็มมาเรียนคณะทางสายศิลป์ มาได้ยังไงก็ยังไม่รู้ เพราะทั้งสี่อันดับตอนแอดมิดชั่น คณะที่เธอได้เรียนเป็นเพียงคณะเดียวที่เป็นสายศิลป์ นอกนั้นเธอเลือกวิทย์หมดเลย ฮ่า

ตอนเธอเรียนเธอก็มีความสุขดีนะ เจอเพื่อนที่ดี อาจารย์ที่ดี แต่ค่าเทอมโหดไปหน่อยว่ะ เธอแม่งต้องเหนื่อยทำเรื่องกู้ กยศ และปีสุดท้ายเธอต้องหาค่าเทอมเองทั้งหมด ระหว่างที่เรียน คณะกับหอพักก็อยู่ไกลกันมาก มันมีรถไฟฟ้ารับส่ง แต่ตอนนั้นเขายังไม่ได้ปรับปรุงระบบ ทำให้ล่าช้า บางทีเธอก็ต้องวิ่งไปเรียน เดินไปเรียน เข้าเรียนสาย แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนขี้เกรงใจ เลยไม่ค่อยชอบรบกวนเพื่อนเท่าไร ยอมลำบากเองจะดีกว่า นิสัยนี้แก้ไม่เคยหายเลยนะ (แต่พอเธอจบแล้ว เขาปรับปรุงทุกอย่างเลย เนินที่เธอต้องวิ่งขึ้นทุกเช้ากลายเป็นทางลาด มีรถผ่านตลอด ไวด้วย…แม่ง ความรู้สึกคงเหมือนตอนที่เธอกลับไปโรงเรียนเก่าแล้วโรงเรียนดูดีขึ้นเยอะน่ะ )

เธอตั้งใจเรียนในระดับหนึ่งและวาดหวังว่าจบมาจะได้ทำงานที่เสริมทักษะและคุณภาพชีวิต 
เธอรู้ไหม พอจบใหม่ ๆ เธอตกงานไป 9 เดือน แถมช่วงนั้นยังอกหักแบบรุนแรงชนิดที่ว่าเธอแทบไปไม่เป็นอยู่พักใหญ่เชียวล่ะ เธอจะโตขึ้น กลายเป็นคนเด็ดขาดและเข้มแข็งขึ้นมากกับเหตุการณ์นี้

เธอเคยวาดฝันว่าวันรับปริญญาของเธอจะสวยงามใช่ไหม มันก็ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด 
ส้มเสียชีวิตในคืนวันซ้อมใหญ่ของเธอ เป็นอะไรที่สะเทือนใจมาจนวันนี้ ความตายนี่มันไม่เลือกเวลา ไม่เลือกคน ไม่ได้ร่ำลาอะไรทั้งนั้น จะไปก็ไปเลย ไม่ได้เตรียมใจ มันเป็นวันที่ยิ้มก็ยิ้มได้ไม่สุด ถ้าเราล่วงรู้อนาคตก่อนก็คงไปเตือนไม่ให้ส้มออกจากบ้านในคืนนั้นอะนะ

จากนั้นเธอก็ได้ทำงานที่แรก ทำได้ 9 เดือนเธอก็ถูกเลิกจ้าง เพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี อดีตเจ้านายเลยตัดสินใจยุติการดำเนินการไป เธอรู้ไหมว่าหลังจากนั้น เธอต้องไปทำเรื่องนั่นนี่วุ่นวายไปหมด เธอแม่งโคตรอดทนเลยกับระบบการเงินผี ๆ ที่เขาลืมกรอกลงในเว็บไซต์และการเดินทางในกรุงเทพที่ทำให้ปวดหัวปวดตับ แต่ก็นะ ชีวิตมันก็ต้องอดทนนี่นา 

เธอกลับมาอยู่บ้าน และตอนนี้เธอมีแมวในความดูแลทั้งหมด 12 ชีวิต
แล้วหลังจากนั้นเธอไปสมัครงานที่ไหนก็เงียบหมด บางที่สัมภาษณ์ก็ไม่ได้ แม้ว่าเธอจะปรับปรุงทั้งการแต่งกาย เรซูเม่ และการตอบคำถามแล้วก็ตาม

เธอเคยเข้าใจว่าการตั้งใจเรียนจะทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตใช่ไหม ?
สิ่งที่เธอเคยเชื่อมาตลอดว่าการตั้งใจเรียนจะนำพาเราไปเจอชีวิตดี ๆ ใช่ไหม ?

เราว่าก็ใช่นะ ส่วนหนึ่ง 
แต่อีกส่วนหนึ่งเรามองว่ามันมีองค์ประกอบอีกหลาย ๆ อย่างที่จะพาเราไปถึงฝันว่ะ ไม่ใช่แค่ตั้งใจเรียนแล้วทุกอย่างจะออกมาเวิร์ค  

พอย้อนนึกถึงความฝัน ความหวัง ของเด็กอายุ 13 ที่มาจากครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะ ค่อนไปทางจนด้วยซ้ำ ที่อยากได้บ้านหลังใหม่ อยากมีห้องส่วนตัว อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี อยากพัฒนาตัวเองให้เก่งและเติบโตในหน้าที่การงาน อยากหาเงินได้เยอะ ๆ ให้ครอบครัว 
เราแม่งโคตรรู้สึกผิดเลยว่ะที่พาเธอมาได้ไกลแค่นี้ เราอยากพาเธอไปให้ไกลกว่านี้มากเลยนะ 
เรานึกขอโทษเธอซ้ำไปซ้ำมาอยู่เสมอที่ทำความฝันพังทลายไม่เป็นท่า
 
เธอตั้งใจเรียนมาตลอด เป็นผลให้มีเกียรตินิยมอยู่ในมือ แต่กลับไร้ความหมายเมื่อเจอกับตลาดแรงงาน เราไม่ได้มีอีโก้กับเรื่องนี้เลย ออกแนว self-esteem ต่ำเสียด้วยซ้ำ เนื่องมาจากความสับสนและนิสัยชอบโทษตัวเอง ที่คิดว่าการเลือกซิ่วมาในสายที่มีแต่คนเก่ง ๆ มาในคณะที่คนเรียนจบกันมาเยอะแล้วยังไม่โดดเด่นพอที่จะได้งาน ทำให้ตกงานและยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแบบเพื่อนรุ่นเดียวกันที่เขาเลือกคณะตามความต้องการของตลาดแรงงาน 

เห้อ...น่าจะซิ่วไปพยาบาลตามที่น้าบอก หากเรียนพยาบาลตอนนี้ก็คงมีงานทำ แต่จะได้เจอเพื่อนคนนี้ อาจารย์คนนี้ไหม จะมีความคิดแบบนี้ไหม ก็คงไม่
มีความคิดอยากย้อนเวลาอยู่ในหัว แต่มันทำไม่ได้ไง
 
เราขอโทษที่ทำให้เธอต้องมานั่งกลัดกลุ้มกับการตัดสินใจในวัย 18-19 ด้วยนะ
เราขอโทษจริง ๆ
 

การว่างงานนาน กอปรกับความผิดหวังที่ถาโถมซ้ำ ๆ ทำให้เรารู้สึกขาดความมั่นใจและถดถอย

บางครั้งเราก็ต้องยอมให้คนอื่นกดเพื่อแลกงานแลกเงิน 
บางครั้งเราก็ต้องยอมทำสิ่งที่ไม่ได้อยากทำ 
บางครั้งเราก็ต้องยอมกลายเป็นคนตัวเล็กจิ๋ว โดนกด โดนดูถูกถากถางซ้ำ ๆ ไม่มีการตอบโต้ใด ๆ
เหตุเพราะ..เพื่อเงิน (ปากท้อง และใช้หนี้สิน) และความสงบที่ไม่อยากต่อกรกับใคร

เราเหนื่อยมากเลย เหนื่อยกับหลาย ๆ เรื่องที่เราไม่คิดว่าจะเจอ 
จริงที่ตอนเราฝันมักวาดแต่สิ่งสวยงาม โดยหลงลืมไปว่าความจริงอาจไม่ได้สวยงามขนาดนั้น

ถ้าถามว่าตอนนี้ชีวิตดำเนินไปใกล้เคียงกับสิ่งที่คิดไหม … ตอบได้ว่าไม่ ไม่เลย ไม่แม้แต่นิดเดียว

สิ่งที่เราอยากบอกเด็กหญิงในวัย 13 คนนั้น …
เราขอโทษ ขอโทษจริง ๆ 
 
ขอโทษที่พาเธอมาได้ไกลแค่นี้ ขอโทษที่ทำให้ความตั้งใจเรียน ความตั้งใจ ความพยายาม ความมุ่งมั่น ทะเยอทะยานในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมานั้นสูญเปล่า

ปล. ตอนนี้เรายังไปไหนไม่ได้ เพราะต้องทำหน้าที่บางอย่างตรงนี้ให้ดีที่สุด แต่เมื่อวันใดที่หน้าที่สิ้นสุดลง และความพยายามอีกครั้งของเรายังไม่เป็นผล … ได้โปรดเคารพการตัดสินใจของเราด้วย 

จาก ฉันในวัย 25 ปี 
SHARE
Writer
Kimhunt
นักฝึกเขียน
passion ในชีวิตตอนนี้หลงเหลือแค่ passion fruit เท่านั้น

Comments

now02am
11 months ago
ผมขอเป็นกำลังใจให้นะครับ
Reply
Kimhunt
11 months ago
ขอบคุณนะคะ 
now02am
11 months ago
ครับ เอาใจช่วยให้ถึงตอนที่เจอกับความลงตัวและมีความสุข อย่ายอมแพ้นะ ผมรออ่านเรื่องราวตอนนั้นอยู่นะครับ สู้ๆครับ
Kimhunt
11 months ago
อาจจะยาวนานหน่อยนะคะ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ :)