ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง
ทำไมถึงทำแบบนี้

ประโยคนี้ได้ยินได้วันเดียวกันวนไปวนมาตลอด

'ทำแบบนี้พ่อแม่ใจสลายนะรู้มั้ย...'

ไม่ใช่ไม่รู้ แต่ตัวเราเองก็แหลกสลายไม่ต่างกัน 

เราก็แค่อยากปล่อย

อยากเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดซะเอง

ยานอนหลับ 34 เม็ด คำนวณปริมาณแล้วมันก็ 17 มก. เราไม่รู้หรอกว่ามันมากพอจะทำให้ไม่ตื่นอีกมั้ย

เราเขียนโน้ตไว้ในสมุดเล่มนึงข้างหัวเตียง
แล้วก็หาโทรหาคนสองสามคนเพื่อบอกลากลายๆ เพราะก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ไปจริงๆอย่างที่หวังมั้ย

เผื่อว่าเราไม่ตื่นขึ้นมา

เผื่อว่าเราได้หลับอยากที่เราอยากหลับจริงๆ

มันเป็นความคิดที่ดูโง่ใช่มั้ย...

แต่ ณ ตอนนี้เราก็ยังรู้สึกว่าถ้าย้อนกลับไปอีก ก็คงเป็นแบบเดิม เราห้ามความรู้สึกเราตอนนั้นไม่ได้จริงๆ 
.
.
.

เรารู้สึกตัวอีกทีในเย็นอีกวัน

แต่ก็นั่นล่ะเราจำอะไรแทบไม่ได้

เราลงมาอาบน้ำ กินข้าว แล้วกลับขึ้นไปนอนที่ห้องนอนเราอีกครั้ง ครั้งนี้มันเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น แย่เหมือนกัน

เวลาเลยไปสองทุ่มเศษ ก็ยังนอนอยู่บนเตียง ตอนนั้นในหัวคิดแค่ว่า ถ้าได้หลับอีกจะไม่ตื่นแล้วใช่มั้ย

เพราะยานอนหลับที่หมอจ่ายมาให้ มันหมดแล้ว เรากินเพิ่มเข้าไปไม่ได้เเล้ว

แต่อยู่ๆพี่ชาย พ่อ แม่เราเปิดประตูห้องนอนเราเข้ามา 

เขาถามเราว่าเป็นอะไร เพราะเพื่อนที่เราโทรหาโทรไปหาพี่ชายเรา 

แต่เพราะพี่ไปทำงานต่างจังหวัด เลยเพิ่งกลับมาเห็นเราในสภาพนั้น 

พวกเขาพาเราขึ้นรถไปรพ. ตอนนั้นก็มีสติครึ่งไม่มีสติครึ่ง

เราจำได้ว่าพี่ชายบ่นตลอดทางว่าทำไมพ่อแม่ไม่ขึ้นไปดูเรา แม่บอกว่าแม่ขึ้นไปดูเราแล้ว แต่แม่คิดว่าเรากินยานอนหลับตามหมอสั่งปกติ

พี่ชายตบหน้าเราไปทีนึง แต่มันไม่แรงหรอก

เราไม่มีสติมากพอจะเถียงอะไรเลย 

รู้ตัวอีกทีก็อยู่รพ.นั่นล่ะ ให้เราขึ้นเตียงเข็น แล้วก็เจาะเลือดตรวจ มีหมอแผนกจิตเวชเข้ามาคุยด้วยสักพัก 

เหมือนเราจะมีอาการเหมอ ตากระตุก และเหมือนจะหลับตลอดเวลา


เรานอนรอผลตรวจเลือดทั้งคืน เพราะหมอกลัวว่ายาจะค้างในกระแสเลือดหรืออะไรสักอย่าง

มันทรมานตรงนี้ล่ะ เราค่อยๆมีสติมากขึ้นท่ามกลางผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่เข้ามารพ.ตอนดึกเหมือนเรา เรานอนไม่หลับ แล้วก็เบลอๆบ้าง

แม่บอกว่าเราพูดไม่หยุด แบบที่ไม่เคยเป็น แม่ไม่เคยเห็นเราพูดเรื่องความรู้สึกขนาดนี้

แม่อยากให้เราเริ่มต้นกันใหม่

แต่เราก็ลังเล เราไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้มั้ย

เพราะพอได้ลองวิธีนี้แล้ว ก็กลับคิดว่า ถ้ายามากกว่านี้ก็คงจะไม่ตื่นสินะ หรือถ้ากินตอนที่ไม่มีคนอยู่บ้าน ก็คงได้พักผ่อนยาวๆแล้วสินะ

เราไม่ได้ตั้งใจจะคิด แต่ลบมันออกจากหัวไม่ได้เลย

เราก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ เราเหนื่อยที่ต้องพยายามฮีลตัวเองตลอดเวลา เราเหนื่อยกับการแสดงออกกับคนอื่นว่ายังไหว

แต่สุดท้ายเราก็ได้ลืมตาขึ้นมาแล้ว...

ก็ได้แต่หวังว่าการลืมตาครั้งนี้จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นได้บ้าง

ปล.สำหรับใครที่รู้สึกแย่มากๆ การไปพบจิตแพทย์ก็ไม่ใช่เรื่องแย่นะคะ แต่สภาพแวดล้อมก็สำคัญเหมือนกัน เราก็ไม่รู้จะบอกอะไร หรือให้กำลังใจคนที่กำลังเผชิญอะไรคล้ายๆกันว่ายังไง เพราะเราก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนกัน แต่สำหรับใครที่กำลังพยายามดึงตัวเองจากความรู้สึกแย่ๆพวกนั้น ก็อยากให้พยายามไปด้วยกันนะคะ ขอให้คุณผ่านมันไปให้ได้นะคะ
SHARE
Written in this book
Mind
ก็แค่บทหนึ่งของความรู้สึก เพียงเศษเสี้ยวที่ทิ่มแทงกัน
Writer
ck_JS
Loser, Prisoner XXIII
ความเจ็บปวดของเราเกิดจากตัวเราเอง... ทำได้แค่ปล่อยให้มันกัดกินจนเราดำดิ่งสู่หุบเหวความเจ็บปวดนั่นล่ะ

Comments

sameEnding
10 months ago
คุณไรท์คะ
เค้าดีใจนะคะถ้าstorylogนี้ สามารถเป็นที่ๆให้คุณไรท์ได้ระบายทุกอย่าง
แต่เค้าไม่อยากให้การแจ้งเตือน storyจากคุณครั้งล่าสุดนี้ 
เป็นการอัพ story ครั้งสุดท้ายของคุณไรท์นะคะ
ที่คุณบอกว่าจะพยายามดึงตัวเองจากความรู้สึกแย่ๆนี้ เค้ามั่นใจว่าคุณจะผ่านมันไปได้
ถึงจะไม่ได้ผ่านไปด้วยดี ถึงจะใช้เวลาไปบ้าง แต่เราเชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ

เราจะรอติดตามผลงานคุณต่อไปนะคะ <3
Reply
ck_JS
10 months ago
อื้อ คุณดฌยังมัเราเหมือนกันค่ะ ^^ ถึงเราจะเป็นผู้พูดที่ห่วย แต่เราเป็นผู้ฟังที่ดีนะคะ
sameEnding
10 months ago
งื้อออ เค้าขอบคุณที่คุณคอยสร้างสรรค์ผลงานให้เค้าติดตามนะคะ และเค้าก็ยังอยากติดตามมันต่อไปอีกเรื่อยๆนะคะ จะช้าจะเร็วเค้ารอคุณได้ค่ะ <3
ck_JS
10 months ago
ขอบคุณนะคะ ^^
julmoonchild
10 months ago
ในฐานะคนที่เคยมีช่วงแย่ ๆแบบนั้น และเคยมีความคิดแบบเดียวกัน ต่างกันตรงที่ไม่มีความกล้าพอ คิดว่าคงพูดอะไรไม่ได้มากนัก แต่แม้จะไม่มากนัก เราก็พยายามหาความสุขเล็ก ๆในหนึ่งวัน เราแค่ไม่อยากยอมแพ้ให้กับอะไรก็ตามที่เป็นอยู่ เราหวังว่าคุณจะหามันเจอเหมือนกัน มีหลายคนที่กำลังพยายามไม่ต่างจากคุณกับเรา อย่าเพิ่งเลิกล้มความพยายามนั้นเลยนะคะ ต้องมีวันดี ๆอยู่ข้างหน้าแน่ เราไม่รู้อนาคตหรอก แต่เราว่าถ้าเราเชื่อว่ามันจะมี นั่นก็เป็นกำลังใจอย่างนึงให้เราได้พบกับความสุขในวันนั้นค่ะ สุดท้ายแล้ว คุณจะผ่านช่วงเวลาร้าย ๆไปได้นะ
Reply
ck_JS
10 months ago
ก็เป็นการพยายามที่ยากอยู่เหมือนกันนะคะ แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะ เราก็หวังว่าคุณจะเจอเรื่องดีๆด้วยเหมือนกันนะคะ
Pha-Pair
10 months ago
อยากบอกว่าเราเสียใจนะคะ และเราขอโทษด้วย เสียใจที่ไม่รู้ว่า the end ของคุณครั้งที่แล้วมันหมายความว่าแบบนั้น ขอโทษที่ถึงแม้เข้ามาคุยกับคุณแต่มันก็ไม่ทำให้คุณดีขึ้นเลย....
งั้นเราขอเล่าเรื่องเราให้ฟังบ้างนะคะ เราก็เป็นคนๆนึงที่ก็มีความคิดที่ไม่อยากอยู่ ต้องบอกว่าเราคิดโดยตลอดดีกว่า ด้วยความที่ฐานะทางบ้านเราไม่ค่อยจะดีทำให้เราต้องรับผิดชอบหลายอย่างตั้งแต่เด็ก รับผิดชอบหนี้ของครอบครัว รับผิดชอบชีวิตตัวเองให้มีชีวิตต่อไป ทำให้เรามีกรอบในชีวิตมาก บางทีมันเหนื่อยจนอยากหลับไปด้วยซ้ำ สมัยเรียนเราเป็นนักกีฬา เป็นนักวิ่งจังหวัด เราชอบเล่นกีฬาเกือบทุกอย่าง เราชอบวิ่งเรานึกภาพตัวเองไม่วิ่ง ไม่กระโดดไม่ออก แล้วเราก็ชอบธรรมชาติ เราอยากเดินป่า เราอยากปีนเขา ความฝันของเราคือไปหิมาลัย เมื่อวันหนึ่งโตขึ้น รับผิดชอบได้มากขึ้น เราก็ยังคงมีกรอบให้กับตัวเอง เราคิดว่าคนมีหนี้ไม่สมควรทำอะไรทั้งนั้น เราก็ยังไม่เคยไปไหน ไม่เคยซื้อของที่ชอบ เพราะว่ามันไม่สมควร มันก็เลยทำให้เราคิดว่าถึงแม้จะชอบภูเขา ชอบป่ามากแค่ไหน แต่เราก็ไม่เคยคิดจะไป จนวันที่เราเริ่มไม่ไหวกับตัวเอง เราเครียดเกินไปแล้ว เราไม่สามารถทนอะไรแบบนี้ได้อีกแล้ว เราก็เลยลองวิ่งทะลุกรอบนั้นออกมา เรากำลังได้ทำในสิ่งที่ชอบ กำลังก้าวข้ามความกดดันในชีวิตของตัวเอง กล้าออกมาจากกรอบที่ตัวเองขีดไว้ แล้วทุกอย่างก็พังครืด ถล่มทลายลงไปแค่เสี้ยวนาที ตอนนั้นเราจำได้แค่เรานอนจมกองเลือด พร้อมกับขาที่เกือบขาดออกจากกัน และปากเราที่แยกออกจากกัน พี่เรากรี๊ดลั่น กรี๊ดจนสติแตก สิ่งที่เราคิดตอนนั้นคือ สงสารพี่จับใจที่ต้องมาเห็นภาพอะไรแบบนี้ เมื่อเวลาผ่านไป เรามีกำลังใจตลอดว่าเราต้องดีขึ้น เราพยายาม พยายามในทุกวัน แต่สุดท้ายมันไม่ดีเลย เราสามารถกลับไปทำสิ่งที่ชอบได้อีก เราเดินป่าไม่ได้ เราวิ่งไม่ได้ แม้แต่ก้าวขาก็ยังทำแทบไม่ได้ หน้าเราไม่เหมือนเดิม จากที่เรามีกำลังใจ มันก็ห่อ ห่อ ลงไปทุกวัน คนอื่นเอาแต่ถามเราว่าทำไมเราถึงโดน บางคนก็ว่าเราโง่ ยิ่งเราห่อเหี่ยว ใจเราก็ไป เราอยากนอนหลับแล้วไม่ต้องตื่นไปซะดีกว่า พอเราคิดมาก เราก็เริ่มอารมณ์แปรปวน เราโทษตัวเอง โทษคนอื่น โทษทุกอย่างไปหมด ยิ่งมาโทษตัวเองเราก็ยิ่งไม่อยากอยู่ ทางบ้านเราก็เอาแต่พูดว่าเรื่องแค่นี้เอง โชคดีแค่ไหนที่ไม่ตาย เราก็ได้แต่คิดว่า มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้ มันเรื่องใหญ่สำหรับจิตใจเรามาก บ้างก็ว่าให้เรามองดูคนที่แย่กว่า เราก็แบบมองทำไมคนที่แย่กว่า ให้มองทำไม บางทีคนพวกนั้นเราอาจจะทุกข์ทรมาณจิตใจเหมือนกันก็ได้ ณ ตอนนี้ เราทำใจได้หรือยัง ตอบเลยว่ายัง เราเคยคิดอยากไปหาหมอหลายครั้ง พี่เราก็อยากให้ไป แต่เราก็คิดว่าอย่าเลย เรายังจัดการตัวเองได้ จริงๆมันแพงด้วยแหละ ทุกวันนี้ ไม่มีวินาทีไหนที่เราไม่นึกถึง ในหัวยังวนเวียน แม้หลับตาภาพมันก็ซ้อน เรายังร้องไห้ในทุกๆวัน แต่เราก็คิดว่าเรายังจัดการตัวเองได้นะ

เราหวังว่าสักวันคุณจะจัดการกับความคิดภายในจิตใจได้เช่นเรานะคะ คุณไม่ต้องรีบที่จะทำมัน บ้างทีมันจะอยู่ในจิตใจคุณไปชั่วชีวิตด้วยซ้ำ ขอแค่สักวันนึงก็พอค่ะแม้คุณต้องกอดความเจ็บปวดไว้แต่ก็อยากให้คุณก้ามต่อไปเช่นกัน เราไม่รู้มันจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง แค่อยากบอกไว้ ว่าคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวค่ะ อย่างน้อยคุณก็มี storylog แห่งนี้ เป็นเพื่อนคุณนะ
Reply
ck_JS
10 months ago
ความคิดชั่ววูบมันน่ากลัวค่ะ แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับการคิดถึงความตายตลอดเวลา เราเจ็บปวด ทรมาน และหดหู่อยู่ทุกวันเพราะมัน เราเก็บมันมาได้ตลอดจนช่วงนี้ที่มันถาโถมเข้ามาเหลือเกิน บางทีช่วงที่อยากจากไปที่สุด ก็อาจเป็นช่วงที่สุขที่สุดมากกว่าทุกข์ที่สุดค่ะ บางทีเราก็ไม่อยากทิ้งภาระอะไรไว้ให้คนที่ยังอยู่ แต่มันก็ช่างยากเหลือเกินที่จะเดินต่อ เมื่อเราไม่ห่วงอะไรแล้ว มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่า การปลดห่วงของเรา อาจไม่ใช่เพราะเราเก่ง แต่เป็นเพราะการพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะได้ปลดปล่อยตัวเอง เราใส่หน้ากากตลอดเวลาไม่ได้ เพราะงั้นเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองเท่านั้น จึงเป็นช่วงที่เราทั้งได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองและจมกับความทุกข์ของมันไปพร้อมๆกัน ตอนแรกก็คิดว่ามันเป็นเพราะตัวเราคนเดียว เราจะพยายามอยู่คนเดียวมันไม่แปลกหรอกค่ะ แต่ ณ ตอนนี้ เราเห็นแล้วว่าเราพยายามคนเดียวไม่ได้ คนรอบข้างสำคัญเสมอ การที่เขารับรู้ไม่ได้หมายความว่าเขาจะพยายามไปกับเราด้วย มันยากที่เขาจะเข้าใจและเข้าถึงเรา แม้ว่าเขาจะเป็นครอบครัวของเราก็ตาม เขาแสดงให้เห็นว่าเขาใจสลายกับสิ่งที่เราทำ แต่เราไม่เคยได้แสดงออกว่าเราแหลกสลายและก่อตัวขึ้นใหม่ด้วยตัวคนเดียวไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง คิดแล้วมันก็เจ็บปวดเหลือเกินค่ะ มีคนรอบข้างมากมาย แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาถึงจุดที่ช่วยเราได้
เพราะงั้นคุณเองก็พยายามใช้ชีวิตบ้าๆนี่ต่อไปด้วยกันนะคะ มันยากค่ะ มันยากมากๆ แต่เราก็คงต้องอยู่กับมันให้ได้ ขอบคุณนะคะ สำหรับเรื่องราวของคุณ ขอให้เรื่องราวดีๆผ่านเข้ามามากกว่าเรื่องแย่ๆนะคะ