ฝนเม็ดแรก

"เห้อ ร้อนจังเลยครับพ่อ"
ผมหันไปมองเจ้าลูกชายตััวน้อย ที่กำลังนั่งเท้าคางถอนหายใจ สองตาจับจ้องไปยังท้องนา

" ไม่เห็นร้อนเลย "
เป็นไปตามคาด หน้าเจ้าลูกชายฉายแววสงสัยให้กับคำตอบของผม

ลูกชายไม่ได้พูดผิดแต่อย่างใด ยามบ่ายวันนี้ช่างร้อนระอุจริงๆ
ที่ผิดคงจะเป็นคำตอบที่ขัดกับความเป็นจริงของผม


ว่าแต่ ทำไมผมถึงตอบไปแบบนั้นกัันนะ?


เม็ดเหงื่อสองสามหยด หยาดลงบนใบหน้า
แสงแดดจ้า สาดกระทบรวงข้าวจนกลายเป็นสีทอง
คำพูดของพ่อดังแว่วมาตามลม
.
.
.
ความทรงจำทำให้ผมยิ้ม
.
.

ใช่
ไม่เห็นร้อนเลย


ยามบ่ายเหมือนกันนี้ หากแต่เมื่อ30ปีที่แล้ว
ผมยังคงเป็นแค่เด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ตื่นนอนแต่เช้า ตกเย็นกลับบ้านมาแล้วก็หลับ
ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา
มองผิวเผินก็คงเหมือนเด็กธรรมดาทั่วๆไป

แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่
ผมแตกต่างจากเด็กคนอื่นอย่างสิ้นเชิง

ผมฝันอยากจะนอนตื่นสาย ไม่ต้องลุกตามพ่อออกไปท้องทุ่ง
ผมฝันอยากจะมีเงินทอง จะได้ไม่ต้องทนเห็นแม่ลำบาก
ผมฝันอยากจะเรียบจบป.6 ในขณะที่ตัวเองยังไม่มีหนังสือกับปากกา
ผมนึกฝันถึงท้องนา ที่มีเม็ดฝนจากท้องนภามาอาบชโลม
ผมยังฝันถึงสิ่งที่เรียกว่า 'ต้นข้าว' มันรูปร่างหน้าตาแบบไหน
ในใจวาดหวังถึงมันตลอด รู้แค่ว่าถ้าผมได้มันมา ทั้งบ้านคงยินดี
ผมฝันอยากจะมีชีวิตที่เย็นสบาย ท่ามกลางดินแดนซึ่งถูกขนานนาม 'ทุ่งกุลาร้องไห้'

เพราะการมีความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง 
จึงทำให้เด็กจากทุ่งกุลาร้องไห้เช่นผม แตกต่างจากคนอื่น

ยามบ่ายวันหนึ่ง ที่ความร้อนจับตัวกันเป็นม่านขยับคล้ายระรอกคลื่น
สองชีวิตย้ำผ่านผืนดินแตกระแหง มือหนึ่งกำเม็ดข้าว อีกมือนึงจับกันและกันไว้

ท่ามกลางอุณภูมิที่ร้อนกว่าปกติ 
จู่ๆ ขาของผมก็หมดหมดเรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ 
ทุกย่างก้าวที่ยัดเดิน ให้ความรู้สึกราวกับจะแตกแหลกสลาย
ผมมองขาตัวเองสลับกับผิวดิน
.
.
ด้วยความกลัว ผมจึงหยุดเดิน
นั่นทำให้พ่อต้องหยุดด้วย



" เป็นอะไร เหนื่อยเหรอ? "
 พ่อถามผม ทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ

" แล้วพ่อไม่เหนื่อยเหรอ? "

"........... "
ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา เพราะคำตอบของพ่อมักจะเป็นรอยยิ้ม
พ่อไม่เคยหลุดปากพูดว่า "เหนื่อย" เลยสักครั้ง
แต่หยาดเหงื่อที่ไหลลงมามันฟ้องว่า พ่อนั้นแสนจะทุกข์ทน

" เราออกมาอีกทำไม? "
ผมถามพ่อกลับ ทั้งๆที่ก็รู้คำตอบอยู่แก่ใจ

" เผื่อจะเจอดินดีๆไง "
พ่อตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความหวังเจืออยู่ด้วยอีกเช่นเคย
ผมภาวนา ไม่ให้สักวันความหวังของพ่อจะไหลหายไปกับเม็ดเหงื่อ

" ร้อน "
ผมโพล่งออกมาเพราะทนไม่ไหวกับความร้อนของวันนี้จริงๆ


" ไม่เห็นร้อนเลย "


" ห้ะ "
คำตอบของพ่อทำให้ผมร้อนขึ้นกว่าเดิม


" ลูกเคยฝันถึงฝนไหม? "


ผมนิ่งไปสักพัก
"...........เคยครับ "

" แล้วรู้ไหม ว่าฝนกำลังจะตก? "

ผมมองเหม่อไปยังพื้นที่รกร้าง
ทั้งแสงแดด ทั้งม่านความร้อน ทั้งดินอันแสนจะหยาบกร้าน ขัดกับคำพูดพ่อทั้งนั้น
บางทีพ่ออาจจะโกหก เพื่อให้ผมลืมว่าตอนนี้มันร้อนแค่ไหน 
บางทีพ่ออาจจะอยากคั้นเวลาให้อาทิตย์เลื่อนคล้อยตกฝากไป
หรือเพราะบางที ความร้อนทำให้พ่อเปลี่ยนไป
เสี้ยววินาทีผมเกิดโมโหขึ้นมา จึงดุด่าว่าพ่อที่คิดว่าเสียสติไปแล้ว

" พ่อบ้าไปแล้วเหรอ ร้อนจะตายอยู่แล้ว มันจะไปตกได้ยังไง 
  พ่ออย่าพูดไปเรื่อย ฝนมันไม่ตกหรอก !!! "

" ............. "
คราวนี้ไม่มีทั้งคำตอบและรอยยิ้มใดๆจากพ่อ

" ............."
ผมเงียบปาก คำพูดที่ไวกว่าความคิดคงทำพ่อเจ็บปวด


"........ แต่พ่อเชื่อว่ามีเทวดาทำให้ฝนตกได้ "
ท่ามกลางแสงแดดจ้า พูดตอบมาพร้อมรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม

               สิ้นเสียงพ่อปาฏิหาริย์พลันบังเกิด     ก่อกำเนิดวินาทีความชุ่มฉ่ำ
       เเหงนมองดูท้องฟ้าเริงระบำ                    เป็นภาพจำติดจิตมิเสื่อมคลาย
       สายลมพัดเศษดินเกลื่อนปลิวว่อน             ชวนให้ย้อนความหลังมิเลือนหาย
       ที่แห้งแล้งหากตอนนี้กลับเปลี่ยนกลาย       ผืนดินทรายหลอมรวมกันหมดปฐพี
               มองเห็นพ่อคุกเข่ายกมือไหว้            ความโศกเศร้ามลายหายพร้อมเม็ดฝน
       ไม่รอช้าผมยกมือขึ้นพนม                        ก้มกราบเทวดาผู้บันดลหยาดนที
       ฝนเม็ดแรกสรรพสิ่งได้เริ่มใหม่                 ชีวาลัยสำราญใจคือเม็ดสอง
       ความชื่นฉ่ำสุดสบายสมใจปอง                 ฝนประคองความสุขสืบต่อไป


บ่ายวันนั้น
ไม่ได้มีเพียงน้ำที่ตกลงจากฟ้าเท่านั้น
หากยังมีน้ำที่เอ่อหล่นจากสองตาด้วยความปิติยินดี

สายลมร้อนพัดรวงข้าวให้สั่นเป็นระรอก เรียกให้ผมกลับออกมาจากความทรงจำ
ภาพตรงหน้าคือทุ่งกุลาร้องไห้ที่ถูกแทนที่ไปด้วยท้องนาอันอุดมสมบรูณ์
ทำให้ผมคิดถึง วันที่ผมและพ่อเฝ้าดูยอดอ่อนของต้นข้าว ค่อยๆงอกขึ้นมาจากดินที่เคยแตกระแหงเป็นครั้งแรก  - นับเป็นความทรงจำที่มีค่ายิ่ง

ก่อนที่ต้นข้าวจะปลิวไสว ก่อนที่ผืนดินจะสมานกลมเกลียว
ก่อนที่จะมีหยดน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตอันเเห้งเหี่ยว
หมดชีวาคงชดใช้ให้ฝนเม็ดแรกไม่พอ

ต้นข้าว ต้นไม้ ทุกสรรพชีวิต ล้วนมีฝนช่วยให้เจริญเติบโต
ผมหันกลับไปมองภาพข้างฝา ภาพที่มีเทวดายืนอยู่ข้างๆเครื่องบิน
หากไม่มีฝนเม็ดแรก เมล็ดพันธ์ุเช่นผมคงไม่มีวันงอกงาม
.
.
.
.
.


" เห้อออออ ร้อน "
เจ้าลูกชายยังคงถอนหายใจเบื่อหน่ายกับอากาศร้อนไม่เลิก
ผมมองด้วยความเอ็นดูก่อนจะหันไปลูบหัวและพูด
" รู้ไหม ว่าฝนกำลังจะตก? "



13 ตุลา 2561
น้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอด 70 ปี
ความชุ่มฉ่ำจากฝนเม็ดแรก จะยังคงชุ่มฉ่ำในใจลูกตลอดไป



SHARE
Writer
darkshadowz
Shadowzzz
หลงรักในการอ่าน การเขียน และไอเดียเรื่องราวของแต่ละคน เชื่อว่า พลังของถ้อยคำที่ต้องการสื่อสารออกมา ไม่ว่าจะรูปแบบไหน บทกวีหรือเสียงเพลง ล้วนมีอยู่จริง และผู้เสพสามารถสัมผัสได้ทั้งสิ้น ส่วนตัวคิดว่า คนเราเจ๋งนะ สามารถสร้างสุดยอดความสวยงามจากการเขียนได้ไม่น้อยไปกว่าการวาดรูปชิ้นเอกของแวนโก๊ะซะอีก :)

Comments