บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต
"ติ๊ง"
"ติ๊ง...ติ๊ง"
ตีสองของคืนนึง เสียงแจ้งเตือนเมสเสจดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่ออดีตเพื่อนร่วมงานสายฮาที่ตอนนี้กำลังไปได้สวยกับงานใหม่ในเคแอล กำลังคิดในใจว่ามีธุระด่วนอะไรป่านนี้ นี่ไม่หลับไม่นอนหรือไงนะ แต่มาเลเซียเพิ่งจะตีหนึ่งและเธอคงเพิ่งออกเวรรอบเที่ยงคืนน่ะ ส่วนที่นี่ตีสองและไม่ได้ทำงานทำการแต่อย่างใด ฮา 

"แก...ชั้นมีอะไรจะบอก"
"อือ...ว่าไง"
"แกรู้จักซันไหม"
"ซันไหน มีสองซัน คนหนึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ส่วนอีกคนรุ่นน้อง"
"เดี๋ยวส่งรูปให้ดู" 

นี่ก็ยังไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆเพื่อนมาถาม เวลามีคนมาถามงี้ ส่วนใหญ่จะมาแนวเดียวกันคือถ้าไม่บังเอิญไปถูกใจเขา ก็คงจะถูกเขากำลังหยอดๆหยอกๆอยู่แน่ๆ แต่ในใจมีความเอนเอียงว่าจะเป็นหนุ่มรุ่นน้องมากกว่า เนื่องจากน้องเขาก็ทำงานอยู่ปุตราฯด้วย อาจจะบังเอิญเจอกันหรืออะไรทำนองนั้น เราเลยส่งรูปรุ่นน้องไปให้เพื่อนดูด้วย เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอก็ส่งรูปมา และบังเอิญว่าเราส่งรูปเดียวกันไปให้ ช่างใจตรงกันยิ่งกว่าอะไรเสียนี่ และใช่จริงๆเป็นซันรุ่นน้องนั่นแหละ
"ทำไมอะ มีไร" หลังจากส่งรูปกันแล้วเราก็ถามกลับไป
"ป่าว เขามาเป็นเทรนเนอร์ให้ คุยไปคุยมาเขาถามว่ารู้จักแกไหม เพราะเขาบอกว่ารู้จักแกด้วย"
"อ่อ ก็เป็นรุ่นน้องโรงเรียนและน้องมหาลัยด้วย ก็สนิทกันระดับนึง แกมีไรป่าว?"
"ป่าว คือชั้นว่าชั้นไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรู้จักแกเนาะ ตลกโลกกลมมาก"
"ไม่หรอก เผอิญชั้นป๊อบอ่ะ คนรู้จักเลยเยอะหน่อย ฮา" แล้วเราก็หัวเราะกันบ้าบอหลังจบบทสนทนานั้น

จะว่าไป จริงๆจะเรียกโลกกลมที่แสนคับแคบมากๆก็เป็นได้ ตั้งแต่รู้จักกับเธอมีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์ๆตลอด เราสองคนเจอและรู้จักกันในที่ทำงานประมาณสองปีก่อน เป็นเพื่อนร่วมงานที่ว่างเมื่อไหร่จะเต้นเพลงเกาหลี วันนึงเธอเล่าให้ฟังถึงกิจกรรมในมหาลัยที่ทำอะไรฮาๆและมีคนแข่งกันแต่งตัวสวยๆพร้อมเปิดยูทูปให้ดูวิดีโอภาพบรรยากาศวันนั้น พลันสายตาเราก็ไปสะดุดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมร่วมกับเธอ 
"นั่นใช่นันรึป่าว" เราถามพร้อมชี้เด็กผูเชายในภาพ 
"ใช่ๆ รุ่นน้องในสาขาชั้น เราสนิทกันมาก แกรู้จักด้วยหรอ?"
"รู้จักดิ รู้จักดีด้วย กระทั่งพ่อแม่พี่น้องมันชั้นก็รู้จัก เป็นน้องโรงเรียนอีก นี่แกจบจากม.xxxหรอ"
"ใช่ๆ ฮ่าา ตลกจัง งั้นแกก็ต้องรู้จักสุวิทย์ด้วยดิ น้องก็มาจากโรงเรียนนั้นเหมือนกัน"
นี่เป็นจุดเริ่มต้นแรกที่เราต่างเจอคนรู้จักในชีวิตของกันและกัน เพียงแค่เจอคนละช่วงเวลา จากนั้นเราก็คิดว่าโลกคงไม่กลมถึงกับเหวี่ยงใครที่เรารู้จัก หรือเธอรู้จักเข้ามาในชีวิตของเราสองคนอีกแล้ว เพราะเราต่างเกิดและเติบโตคนละที่ เรียนคนละแห่ง มหาลัยก็ห่าง เธอเรียนม.เอกชนมีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ในขณะที่เราเรียนม.ของรัฐทางใต้ จนอีกวันที่เราลงรูปคู่เพื่อนซึ่งรายนี้ไม่เจอกัน4-5ปีเห็นจะได้ เธอเลยได้เม้นถามว่า "ใช่อันอันรึป่าว" อ่าวนี่ยังรู้จักอีก
และใช่ ยังไม่หมด ปลายปีก่อนเดินทางไปมาเลเซีย เธอมาค้างที่ห้องพักในหาดใหญ่ เพื่อรอต่อเครื่องไปในวันพรุ่งนี้ คืนนั้นเราก็เลยไปเที่ยว ไปนั่งชิล ไปเดินเล่นกันตามประสาและปรับทุกข์ความกังวลของเธอไปด้วย ปรับกันอย่างไรไม่ทราบได้ และเธอก็บอกว่า
"พอดีมีคนแถวบ้าน เขาเคยเรียนม.กรุงเทพ ตอนนี้ก็ทำงานอยู่เคแอลเหมือนกัน"
"อย่าบอกนะว่าไลลา?" เราเอ่ยนามถามออกไป
"เห๊ย แกรู้จัก?" และใช่ จากปรับทุกข์กลายเป็นเม้ามอยที่มาที่ไป ลำดับความสำคัญคนรู้จักกันต่อไป

ยังไม่จบเรื่องความแคบของโลกไม่นี้ เมื่อประมาณปลายปีเพิ่งจะมักจี่กับรุ่นพี่คนนึง ซึ่งจริงๆก็แหย่เล่น ทักทาย พูดคุยกันมาสักระยะ แต่ไม่เคยมีภาพด้วย หนำซ้ำยังไม่เป็นเพื่อนกันในเฟสอีก ด้วยเหตุที่บังเอิญเจอกันบ่อยมาก ทุกครั้ง ครั้งนั้นเลยเซลฟี่ด้วยกันไปสองสามแชะ และคนที่มาเห็นคือ รุ่นพี่อีกคนในที่ทำงาน เพราะเขาสองคนดันเป็นเพื่อนสนิทแก๊งเดียวกันตั้งแต่มัธยมซะนี่ 

เหตุการณ์ล่าสุดเพิ่งจะเกิดขึ้นวันนี้ วันที่เพื่อนสมัยประถมมาเม้นเฟสบุ๊ค เป็นเพื่อนสมัยประถมจริงๆ ที่ไม่เคยรับรู้ข่าวราวหรือติดต่อกันเลยตลอดระยะเวลาสิบปี เหตุเพราะสมัยประถมทางเดียวที่ดีที่สุดที่จะติดต่อกันคือจดหมาย ใช่ จดหมาย ส่วนโทรศัพท์หรอ? บางคนมี บางคนไม่มี คนที่มีก็เป็นเบอร์ของผู้ปกครองหรือเบอร์บ้านนะ นั่นแหละในสมุดเฟรนด์ชิปเรามีข้อมูลแค่นั้น และเป็นคนที่ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำต่างจังหวัดอีก ไกลบ้าน ไกลการติดต่อสื่อสารทุกสิ่งอย่าง มีเพียงตู้หยอดเหรียญสาธารณะที่วางเรียงเกลื่อนแต่คิวแต่ละตู้ก็ยาวมากๆเช่นกัน เมื่อเริ่มมีมือถือเป็นของตัวเองจะไล่โทรหาเพื่อนบางคนก็ไม่ติด หรือไปติดที่ไหนซะแล้วไม่รู้ เพราะงั้นที่ผ่านมาเราจึงไม่มีเพื่อนสมัยประถมหลงเหลืออยู่ในชีวิตจริงๆเลย เหมือนคนที่หายสาบสูญไปเสียดื้อ โลกของhi5คือเพื่อนมัธยมปลาย msnก็เป็นเพื่อนมัธยมปลาย ลามมาเฟสบุ๊คก็เริ่มจากเพื่อนมัธยมปลายแบบปลายแล้ว ปลายแก่ๆแล้วจริงๆส่วนการได้เจอเพื่อนคนนี้ไม่ใช่เพราะเฟสบุ๊คแต่อย่างใด เป็นเพราะเอ็ม เพื่อนต่างคณะคนหนึ่งตอนเป็นเฟรชชี่ต่างหาก รู้จักผ่านการแนะนำของเพื่อนอีกทีและเราก็มักจะไปนั่งชิล ปาร์ตี้สนุกๆกันเป็นครั้งคราว ช่วงแรกจำได้ว่าคุยกันถูกคอหลายเรื่อง อนึ่งเพราะเหมือนเราเป็นเด็กต่างถิ่นที่มาจากบ้านเดียวกัน และบ้านเราก็อยู่ไม่ไกลกันมากประมาณ 20 กิโลกกว่าๆเห็นจะได้ ที่สำคัญมันทำให้เราคิดถึงเพื่อนสมัยประถมคนนึงซึ่งจำได้ว่าอยู่หมู่บ้านนั้นเหมือนกัน เลยแอบถามไปว่าพอจะรู้จักไหม? เมื่อได้ความว่ายิ่งกว่ารู้จักตอนนั้นคือดีใจมาก ทั้งสองบ้านใกล้แบบใกล้กันมากอีก เอ็มเลยอัพเดตเรื่องราวชีวิตของเพื่อนคนนั้นให้ฟังว่าไม่นานก็กำลังจะแต่งงานแล้ว และเราได้เฟสเธอมาแอดเฟรนด์ไปในตอนนั้นนั่นแหละ 
ยังมีตั้งอีกหลายคนแน่ะ ที่ทำให้งงๆว่าเอ๊ะ! นี่โลกมันกลมและแคบถึงขนาดนี้เลยหรือ? โดยเฉพาะเพื่อนสาวคนสนิทคนปัจจุบันที่อาจไม่ได้เอ่ยถึงเพราะชีวิตเรากับเธอทับซ้อนกันยุ่งเหยิงยิ่งกว่าปมใดๆ ไหนจะเพื่อนเมทตอนมอปลายที่ก่อนจบแวบไปเที่ยวบ้านของกันและกันแม้คนละจังหวัด คนนึงอยู่บก คนนึงอยู่กลางทะเล แล้วจู่ๆวันที่พ่อเธอไม่สบาย เพิ่งจะรู้ว่าแท้จริงเราเป็นญาติห่างๆกันอยู่ด้วยนะ 

ทั้งๆที่เมื่อก่อนคิดว่าการจะพบ จะเจอ หรือรู้จักใครสักคนนั้นยากมากๆ ไม่ใช่ว่าจะหาเจอกันง่ายๆ แต่ทำไมยิ่งโตยิ่งรู้สึกว่าโลกเหวี่ยงเรามาให้วนๆเวียนๆอยู่แค่นี้ เดี๋ยวคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทคนนี้ คนนี้เป็นแฟนเก่าคนนั้น คนนั้นเป็นพี่รหัสคนโน้น ส่วนคนโน้นมาเป็นน้องฝึกงานคนนี้อีกที วนๆเวียนๆเล็กๆกลมๆทับซ้อนและคับแคบเหลือเกิน หรืออีกเหตุผลหนึ่งซึ่งอาจไม่ได้เกี่ยวว่าโลกกลม พรหมลิขิตหรืออะไร แต่เป็นเพราะชีวิตอันยุ่งเหยิง ระหกระเหินเรรวนของเราต่างหาก เอาง่ายๆว่าเรามีชีวิตอยู่ทั่วไป ช่วงประถมก็อาศัยในจังหวัดตัวเองอยู่ มอต้นก็ฉีกไปอีกโลกนึงซึ่งเปลี่ยนชีวิตมากๆแม้กระทั่งภาษาที่ใช้ มอปลายก็ระหกระเห็จไปอีกฝั่งน่านน้ำอ่าวไทย พอเข้ามหาลัยก็ไปอีกโลกหนึ่ง แต่ทุกโลกกลับเชื่อมถึงกันหมด โดยเฉพาะตอนทำงานที่ประจักษ์แจ้งว่าทุกคนคอนเน็คถึงกันหมด วนเวียน ปะปนกันอยู่ในโลกใบนี้ ความคับแคบนี้มีอยู่จริง และมันกลมมากกว่าอะไรทั้งหมด ไม่ว่าจะเริ่มเดินจุดไหน สุดท้ายก็จะเดินเป็นวงกลมมาบรรจบครบรอบที่เดิม กับคนเดิมๆ เพราะงั้นจงระวังให้ดี อย่าได้สร้างศัตรู ไม่ว่าที่ใด บางทีอาจจะได้กลับมาเจอกันอีกในรูปของเพื่อนร่วมงาน แจ็คพอตหน่อยก็ดันเป็นหัวหน้า-ลูกน้องกันนี่แหละฮับ 

สุดท้ายแล้ว สาระอะไรจากเรื่องนี้คือไม่มี เป็นการมาเขียนเพราะคิดถึงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆก็เท่านั้น และเพื่อการปล่อยวางจากความรู้สึกหนักๆอึนๆในช่วงนี้เท่านั้น 

SHARE
Writer
ItimZ
Smile Maker :)
A chubby girl who live in Wonderland! ;) It's always TEA time.

Comments