หล่นหายในทะเล
I don't like you. You feel too much.

แรกหลงก็สนุกดี

มันเป็นอะไรที่ทำให้หัวใจได้สูบฉีด เขิน หน้าแดง- เหมือนเวลาเดินผ่านหน้าห้องของรุ่นพี่ที่แอบชอบ เหมือนเวลาที่เราไปเจอใครที่มีเสน่ห์มากๆ-แล้วก็เพ้อถึงเขาไปอีกหลายวัน
แต่แค่พออายุมากขึ้น เรื่องราวต่อจากนั้นก็จะไม่ค่อย 'ใส' เท่าไหร่

ฉันชอบเขานะ
หน้าตาหล่อปานกลาง-แต่ดูแบดดี เวลาคุยกันแล้วก็รู้ว่าเขาไม่เคยแคร์ใครเลยนอกจากตัวเอง เป็นคนประเภทที่ไม่เคยคิดย้อนเสียใจกับอดีต ไม่เคยเครียดกับอนาคต-เป็นคนที่เอาแต่สนุกกับปัจจุบันอย่างแท้จริง
หลายคนบอกว่าเขาเหลวแหลก- แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันจำเป็นต้องสนใจ เพราะเราไม่ได้คิดจะสร้างครอบครัวร่วมกันอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องการก็คือสนุกร่วมกันในระยะสั้นๆเท่านั้น


"รู้มั้ยว่ามีคนทำจูบหล่นหายไปในทะเลตั้งเท่าไหร่?"

ฉันถามระหว่างที่เราเดินทอดน่องไปตามชายหาดด้วยกัน ด้านหลังข้างเราเป็นผับกลางแจ้งที่เปิดเพลง EDM ต่อเนื่องทั้งคืน-เสียงเพลงดังจนเขาก็โน้มลงมาใกล้เพื่อให้ได้ยินชัดขึ้น

"ไหนเพ้อเจ้ออะไรอีก? พูดใหม่สิ?"

ฉันยิ้มบางๆกับคำถามนั้น






เราไม่ได้เจอกันมากี่ปีแล้ว ฉันจำไม่ได้

รู้แต่ว่าตอนนี้ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ เข้าแถวรอรดน้ำศพ
'เขาคนเดิม'ที่เคยเดินเคียงฉันไปบนหาดทราย ตอนนี้นอนอย่างสงบอยู่ตรงนั้น ตัวแข็งทื่อ ให้คนที่มางานรดน้ำลงที่มือ โอบกอด และร้องไห้

"หลับให้สบายนะ" ฉันบอกเขาเบาๆเมื่อรดน้ำลงที่มือซีดๆนั้นจนหมดขัน พอเดินออกจากแถว ก็เห็นผู้หญิงคนนึงยืนตาแดงกล่ำจ้องมองฉันอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
ผู้หญิงคนนี้-คือภริยาของเขา


ฉันหลีกเลี่ยงการพบเจอสามีภริยาคู่นี้มาหลายปี- เพราะแม้แต่ 'เขาที่ฉันเคยชอบ' ก็กลายเป็นคนที่ฉันไม่อยากเข้าใกล้ 
เมื่อพบกับหญิงในฝัน- เขาพร่ำเพ้อถึงแต่เธอ เธอก็เอาแต่คิดมากถึงเขา พวกเขาใช้ความรู้สึกมากเกินไปที่ฉันจะรับไหว -แม้ฉันจะพยายามบอกถึงเหตุผลที่ควรจะเป็นตามหลักธรรมชาติ ก็ไม่มีใครสนใจฟังฉันสักคน
เพราะเรื่องที่ฉันพูดไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาอยากฟัง ไม่มีใครต้องการจะยอมรับคำพูดประมาณว่า 
"ในวันหนึ่ง แม้แต่คู่ชีวิตก็ไม่สามารถอยู่ข้างเราตลอดไปได้ เราทุกคนต้องเดินทางต่อไปคนเดียว ดังนั้นเราไม่ควรจะยึดติดกับใครมากขนาดนั้น"

พวกเขาใช้ความรู้สึกมากเกินไปในการครุ่นคิดและตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิต
และฉันไม่ค่อยชอบคนประเภทนี้  


แต่ในเมื่อวันนี้เป็นวันที่เธอเสียใจที่สุด ฉันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคุยกับเธอ

"เราไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง" เธอบอก หน้าดูซีดและแดงไปพร้อมกัน เหมือนคนที่พร้อมจะเป็นลมตลอดเวลา "อยู่ๆเขามาจากไปแบบนี้ ลูกเราก็ยังไม่เกิดเลย..."

ฉันมองที่ท้องของอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าควรจะสรรหาคำอะไรมาพูดดีในเวลาแบบนี้ - ทั้งคู่แต่งงานกันค่อนข้างเร็ว เธอดีใจมากกับการเป็นคุณแม่มือใหม่ แต่แล้วสามีที่แข็งแรงดีทุกอย่างกลับมาเสียชีวิตกะทันหันเพราะอุบัติเหตุ-เป็นใครก็คงทำใจรับยาก

"เราจะช่วยเท่าที่ทำได้นะ" ในที่สุดก็เอื้อมมือไปจับมือของเธอเบาๆ "...ทำใจให้สบายไว้"

ร่างเล็กๆของเธอโผเข้ากอดฉันในทันทีนั้นเอง แล้วปล่อยสะอื้นน่าสงสาร ฉันได้แต่กอดเธอกลับอย่างเก้ๆกังๆ รอจนเธอร้องไห้น้อยลง จนเหลือเพียงแค่เสียงสูดจมูก
 
จากนั้นเธอก็ถามคำถามที่ฉันไม่คาดคิด  "เธอก็เสียใจเหมือนกันใช่มั้ย...เพราะเธอก็เคยรักเขานี่...ใช่มั้ย?"

ฉันอึ้งไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ จนได้สติ จึงพยักหน้าไปแกนๆ แล้วตอบว่า "อืม...เสียใจสิ"


ฉันคิดว่าการตอบแบบนั้นน่าจะมีมารยาทมากกว่า
ทั้งที่ในความจริงแล้ว ฉันไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรกับการจากไปของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว






ตอนนั้นเราพูดอะไรกันตั้งมากมาย แต่ฉันจำอะไรไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว
จำได้แค่เราเดินคู่กันไป แล้วเขาก็ถามว่าฉันพูดเพ้อเจ้ออะไร

"คนเมาบนเกาะนี้น่ะ ชอบมากอดจูบกันในทะเล" ฉันอธิบายให้ชัดเจนขึ้น "เรากลัวว่าพวกเขาจะจมน้ำตาย"

"แล้วเธอถามว่าอะไรนะเมื่อกี้" เขาถามซ้ำอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ 

ฉันลอบยิ้มกับตัวเอง แต่คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเห็น-เพราะบางสิ่งบางอย่างมันปิดซ่อนยากจริงๆ "เราถามว่า...เธอคิดว่ามีคนทำจูบหล่นหายไปในทะเลสักเท่าไหร่?"

"ไม่รู้สิ" คนข้างกายตอบด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนไว้ไม่มิดเช่นกัน "...แต่ว่าถ้าลองทำหล่นอีกสักครั้งสองครั้ง ก็น่าจะดีนะ"

จากนั้นเราก็พากันวิ่งลงไปในทะเล-ท่าทางไม่ต่างกับหนุ่มสาวที่เมาเหล้า ทั้งที่เราไม่ได้แตะต้องแอลกอฮอล์เลยแม้แต่หยดเดียว ฉันหัวเราะอย่างอดไม่อยู่ ลมแรงที่ตีเข้าหน้าของเราทั้งคู่ให้ความรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่าง ยิ่งพาตัวมาอยู่ในความเย็นของทะเลแล้ว ยิ่งทำให้หนาวเข้าไปใหญ่- แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังรู้สึกสนุกอยู่ดี 
ฉันอยากหยุดเวลานี้ให้นานเท่านาน ต่อให้มันจะหนาวเย็นจนปากสั่น-ดูแล้วน่าสงสารก็เถอะ
 
ฉันไม่รู้ว่าเขารู้สึกแบบเดียวกันรึเปล่า รู้แค่ว่าตอนนั้นเขาดึงฉันเข้าไปกอดแน่นมาก และจูบของเขาก็ถึงพริกถึงขิงจนฉันรู้สึกเหมือนคนจมน้ำ
เราจูบกันเนิ่นนานจนแทบไม่ได้หายใจ 

จนกระทั่งเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก ดวงตาของเราจึงสบประสานกันในระยะที่ใกล้ที่สุด- ฉันไม่เคยสบตาใครในระยะใกล้ชิดถึงเพียงนี้ และเพิ่งรู้ว่า 'ยิ้มจากดวงตา' ที่เขาว่ากัน มันเป็นเช่นไร

ด้านหลังของเขามีพระจันทร์ดวงกลมโตเหมือนผลส้มส่องสว่างอาบไล้ผืนน้ำ และยังไล้ที่เสี้ยวผมและเสี้ยวหน้าด้านซ้ายของเขา ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน- แต่นี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่ฉันจำได้ดี


เราไม่เคยรักกัน จากวันนั้นจนกระทั่งถึงวันที่เขานอนอยู่ในโลง- ก็ไม่เคยมีความรักเกิดขึ้นระหว่างเราทั้งคู่
มันเป็นแค่ความหลงใหล เป็นแค่สิ่งตกค้างของวันคืน


แต่ไม่รู้ทำไม- ในความไม่เคยจดจำอะไรเลยของฉัน กลับยังคงจำพระจันทร์เต็มดวงในวันนั้น และดวงตาของเขาที่มองตรงมาได้เสมอ

และแค่ความรู้สึกนี้ที่ฉันมั่นใจว่าต่อจะผ่านไปนานแค่ไหน
ก็คงลืมไม่ลง










SHARE
Written in this book
 Into the Past
in love, we're all drunk

Comments