เหตุการณ์จะเกิดซ้ำๆ จนกว่าคุณจะเรียนรู้
1
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมโกรธอยู่บ่อยครั้ง
เวลาเจอรถบรรทุกวิ่งเลนขวาผมก็โกรธ เวลาเจอเพื่อนร่วมงานโยนงานมาให้ผมก็โกรธ ตอนดูเกมออฟโทรลแล้วเรื่องไม่เดินหน้าผมก็โกรธ เวลามีประชุมโดยไม่แจ้งล่วงหน้าผมก็โกรธ

ผมพยายามกดทับความโกรธนี้ไว้ โดยบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร และไม่แสดงมันออกมา แต่ยิ่งกดทับความโกรธไว้มากเท่าไหร่ เรื่องน่าโมโหก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ราวกับว่าทฤษฎีแรงดึงดูดนั้นมีอยู่จริง

เมื่อเจอปัญหานี้เข้าไป ผมก็ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง มีคนเคยบอกไว้ว่า "เหตุการณ์จะเกิดซ้ำๆ จนกว่าคุณจะเรียนรู้" นั่นหมายความว่าสาเหตุที่เรื่องนี้ยังเกิดซ้ำๆ เพราะผมยังไม่เรียนรู้ และก้าวผ่านปัญหานี้ไม่ได้นั่นเอง

2
ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงโทษคนอื่นและสถาณการณ์ภายนอก ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้โกรธ แต่ตอนนี้ผมไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว เพราะการโทษหรือโยนความผิดไปให้คนอื่นมากเท่าไหร่ หมายความว่า เราโยนพลังและอำนาจที่จะแก้ไขเรื่องที่เกิดทิ้งไปด้วย

ต่างจากการยอมรับว่า นี่เป็นปัญหาของเรา เป็นเรื่องความรู้สึกของผมคนเดียวเท่านั้น เพราะคนอื่นที่เจอเหตุการณ์เดียวกันเขาก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะเอาเข้าจริงทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกนั้นมีค่าเป็นกลาง(Fact) แต่เป็นเราเองที่ไปใส่สีสัน อารมณ์ และความรู้สึกให้มันเพิ่มขึ้น จากทัศนคติและอคติของเราเอง

แต่ถึงรู้เช่นนั้น ผมก็ยังไม่รอด ปัญหานี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ผมโกรธแทบทุกวัน
เพราะว่า "เหตุการณ์จะเกิดซ้ำๆ จนกว่าคุณจะเรียนรู้" เรื่องที่เรายังก้าวไม่ผ่าน มันจะย้อนกลับมาเสมอ แบบเดียวกับคนเกลียดคนเจ้าชู้ มักได้แฟนเจ้าชู้เหมือนคนเก่าที่เพิ่งเลิกราไป

3
เวลามีปัญหาคุณทำอย่างไรครับ?
ส่วนผมจะใช้วิธีตามหาอาจารย์เพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์ อาจจะเสิร์ซกูเกิล เพื่อหาข้อมูลที่มีคนเขียนไว้มาอ่าน หรือตามหาหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ มาทำความเข้าใจ

บังเอิญมีหนังสือชื่อ "ไม่โกรธอีกต่อไป" ของพระริวโนะสุเกะ โคะอิเกะ(พระเซนชาวญี่ปุ่น) ผมจึงขอฝากตัวเป็นศิษย์ในทันทีเพื่อเรียนรู้และเพิ่มเติมทักษะ พระริวบอกว่า สาเหตุที่เราโกรธนั้น เกิดจากความต้องการของเรา ที่เราต้องการให้คนอื่นและสถาณการณ์ภายนอกเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น

เมื่อไม่เป็นอย่างที่เราต้องการ เราจึงหงุดหงิดหรือโกรธขึ้นมาน่ันเอง เช่น ถ้าใครเป็นคนที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบมากๆ หากเจอคนที่ไม่ปฎิบัติตามกฎระเบียบ เราก็จะโกรธ ที่ผ่านมาผมไม่รู้ตัวมาก่อนว่า ความโกรธของผมเกิดขึ้นจากความต้องการของตัวเองล้วนๆ

4
ทุกวันนี้เวลาเจอบรรทุกวิ่งขวา หรือเรื่องไม่น่าพอใจ ผมก็ไม่โกรธอีกแล้ว เพราะคิดว่าใครทำอะไร มันก็เพราะความต้องการของเขา หากเขามีความต้องการไม่ถูกต้อง วันหนึ่งเขาก็คงได้รับผลไม่ดีไปเอง เราไม่จำเป็นต้องไปโกรธ หรือต้องการให้เขาทำอย่างใจเรา

ที่สำคัญ เราน่าจะเปลี่ยนความต้องการให้คนอื่นทำอะไร
มาเป็นความต้องการให้ตัวเองทำอะไรดีกว่า

เมื่อเลิกคาดหวังและต้องการอะไรจากคนอื่นแล้ว
ผมพบว่าพลังและอำนาจในการจัดการเรื่องต่างๆ เปลี่ยนมาอยู่ที่ตัวเอง
ว่าเรามีพลังในการสร้างสรรค์อะไรได้อีกเยอะเลย
SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ อดีตกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการสำนักพิมพ์ springbooks (2555- 2561) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ฯลฯ

Comments

PinkPanther
9 months ago
อ่านแล้วนึกถึงคำสอนในพระพุทธศาสนา ที่สอนให้เราปล่อยวางเลยค่ะ พอทำแล้วสบายใจจริงๆ 😊
Reply
porglon
9 months ago
ปล่อยวางใครทำได้นี่เยี่ยมเลยนะครับ
แต่ส่วนใหญ่เราจะชอบยึด(ไม่วาง)นะครับ ฮ่าๆ
ocean2005
9 months ago
อ่านแล้วก็สบายใจนะ แต่ะพอเจออะไรที่ทำให้เจ็บ ให้โกรธก็เฉยไม่ได้สักที มันต้องฝึกซินะ
Reply
porglon
9 months ago
ที่เจ็บ คงเพราะเป็นเรื่องที่เราจริงจัง ให้ค่าละครับ แต่คนอื่นอาจจะไม่ให้ค่า คงต้องฝึกว่า แต่ละคนก็คิด เชื่อ ไม่เหมือนกัน ต้องไม่บังคับใครมาคิดอะไรเหมือนเรา ก็ให้อิสระเขาไปครับ