Bingsu spoons


ความรักใจดี




เสียงเพลงในร้านกาแฟและขนมหวานชวนเคลิ้ม เครื่องปรับอากาศเป็นมิตรชวนคบหามากกว่าบรรยากาศผู้คนหนาแน่นและความร้อนระอุบนถนนในตลาดสินค้าแฟชั่น


ครืด ครืด ครืด


"เบอร์ 16 บลูเบอร์รี่ชีสบิงซูไซส์เอสนะคะ" ต้นไผ่ พนักงานหน้าตาใจดีทวนออเดอร์ขณะยื่นถาดขนมหวานส่งให้ลูกค้าพร้อมกับหยิบบัตรคิวอัตโนมัติทรงกลมไปชาร์จแบต เธอมองดวงตากลมโตของลูกค้าตรงหน้า ซึ่งถ้ามีประกายความสุขเพิ่มซักเล็กน้อย ริมฝีปากหนาคงจะแต้มรอยยิ้มรูปหัวใจออกมาเป็นแน่
"เอ่อ มาคนเดียวครับ คืนนะ" คนินคืนช้อนตักน้ำแข็งเกล็ดหิมะที่เกินมาหนึ่งคันกลับไป


พนักงานสาวรับช้อนคืนแล้วหันไปมองพี่เบญ เจ้าของร้านที่เพิ่งวางมือจากการบดกาแฟระหว่างรอบาริสต้าเข้างาน วันนี้พี่แกเป็นต้นคิดคอนเส็ปต์ another chance


คนินเลือกที่นั่งมุมร้าน วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เป็นวันอาทิตย์ในฤดูร้อน และผู้คนยังคงออกจากบ้านกันแทบทุกวัน


ที่คนินเลือกช่วงเวลาร้านเปิด อาจเป็นเพราะมันช่วยลดโอกาสพบเจอผู้คนจำนวนมากที่ขวักไขว่จนตาลาย พูดง่าย ๆ ว่าเขากำลังเซ็ง ยิ่งมีคู่รักเดินมานั่งโต๊ะข้างกันก็ยิ่งเซ็ง


ถึงจะเพิ่งโสดแล้วไม่ชอบพาล ก็ขอรำคาญความรักสักวันเถอะ


"ขอโทษนะไมเคิลที่ฉันไปส่งแกไม่ได้" ฝ่ายหญิงที่นั่งโต๊ะข้างคนินเอ่ยขึ้นมาก่อน เธอหยิบตลับแป้งขึ้นมาผัดหน้า
"กลายเป็นว่าฉันมาส่งเธอไปดูหนังกับแฟนแทนสินะ" ผู้ชายคนที่มาด้วยกันตอบเป็นภาษาไทยสำเนียงต่างชาติ จริง ๆ แค่ฟังชื่อ คนินก็รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนไทยแท้ อาจจะเป็นลูกครึ่ง


และสองคนนี้ไม่ได้เป็นแฟนกัน


ทั้งคู่คุยกันเรื่องสัพเพเหระที่คนินกลายเป็นผู้รับฟังโดยไม่ได้ตั้งใจ บางครั้งถึงกับชะงักเมื่อหัวข้อการสนทนาเป็นเรื่องกระอักกระอ่วนจนสาวน้อยหันมาขอโทษกลั้วหัวเราะ เธอเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญดี คนินคิด และอดนึกไม่ได้ว่า คนที่ชื่อไมเคิลอะไรนั่นจะต้องมีอัธยาศัยดีแค่ไหน ถึงได้เป็นเพื่อนผู้ชายที่เพื่อนผู้หญิงสะดวกใจคุยด้วยทุกเรื่อง


"พี่ถึงแล้วเหรอคะ โอเค ๆ อย่าเพิ่งงอนซี่ เค้าอยู่แค่สยามร้อนเอง ข้ามถนนไปก็เจอกันแล้วเนี่ย ค่าคนดี แล้วเจอกันค่ะ ... ฉันต้องไปแล้วล่ะไมเคิล" หญิงสาววางสาย เอ่ยพลางหยิบกระเป๋ามาวางบนตัก เก็บของ แล้วสะพายเฉียงบนไหล่ขวา
"ไว้เจอกัน" ไมเคิลยืนขึ้นกอดเธอ โบกมือไล่กลาย ๆ ก่อนเลื่อนเก้าอี้เข้าใต้โต๊ะ เธอยังหันมาค้อมศีรษะให้คนินอีกคน


ในร้านเริ่มมีเสียงจอแจ คนินกวาดตามองเงียบ ๆ ขณะคนช้อนลงในน้ำแข็งรสนมที่ละลายติดก้นถ้วย


"มาบ่อยไหมครับ" ผู้ชายที่ชื่อไมเคิลเป็นฝ่ายทักก่อน คนินค่อย ๆ หันไป ส่ายหน้าเป็นคำตอบ "ตอนแรกกะว่าจะให้แบมบู เพื่อนคนเมื่อกี้ แต่คงไม่ทันแล้ว อีกแค่สองดวงก็ครบแล้วครับ" คนพูดยื่นบัตรสะสมแต้มร้าน เงื่อนไขกินครบสิบดวงได้บิงซูฟรีหนึ่งถ้วย
"คุณพูดเหมือนจะไม่ได้มาอีก" คนินรับมาแล้ววางบัตรสี่เหลี่ยมทิ้งไว้ข้างถ้วยบิงซู
"ผมกลับออสเตรเลีย มาอีกทีเดือนหน้า"
"มันหมดเขตก่อนคุณกลับมาเหรอ" ไมเคิลพยักหน้าเป็นคำตอบ คนินยังคงยกช้อนคนถ้วย ไม่ได้สนใจของตรงหน้ามากเท่าไหร่นัก หนุ่มลูกครึ่งกำลังเก็บของแล้วสะพายกระเป๋าเป้ขึ้นหลัง
"ถือว่าผมให้คุณแล้วนะ ไปละ" เขายิ้มให้ก่อนจะเดินสวนกับลูกค้าคนใหม่ออกจากร้านไป





*





เสียงกริ่งหน้าร้านดับลงเมื่อตอนที่ลูกค้าคนใหม่เข้ามายืนเกาะเคาท์เตอร์ ไอย์ยืนดูเมนูสักครู่ก็เลือกบิงซูช็อกโกแลตขนาดกลาง เธอรับบัตรคิวไฟฟ้ารูปวงกลมมาจากพนักงานหน้าตายิ้มแย้มที่จำได้ว่าชื่อพี่ต้นไผ่


ไอย์มาร้านนี้บ่อย ๆ ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย โดยเฉพาะวันศุกร์ที่มักจะเป็นวาระแห่งชาติ ต่อจากนั้นใครตกลงใจจะไปต่อคาราโอเกะ โบว์ลิ่ง ดูหนังก็ตามสะดวก มันผ่านมาสองปีแล้ว และเธอยังคงเลือกที่นั่งริมกระจกเหมือนที่เคยมากับผองเพื่อน


"ได้แล้วไอย์" พี่เบญบอก เจ้าของร้านคนคล่องแคล่วเดินออกมาจากด้านหลังเพื่อเก็บโต๊ะเอง เมื่อพี่ธี บาริสต้าประจำร้านมาถึงสักที
"ค่า" ไอย์หยิบอุปกรณ์ทรงกลมไปแลกขนมหวานที่ตั้งรออยู่บนถาด พี่ต้นไผ่หยิบช้อนสองคันมาวางไว้บนกระดาษทิชชู่ ไอย์มองมันงง ๆ สลับกับหน้าพี่ต้นไผ่ที่ยิ้มแป้นเหมือนไม่มีอะไรน่าแปลกใจ


ระหว่างที่เดินกลับไปนั่งที่ ไอย์มองเห็นว่าตรงมุมด้านในมีคน ๆ หนึ่งนั่งค้ำคางอยู่คนเดียว บิงซูในถ้วยหมดเกลี้ยงไปแล้วและข้างถ้วยมีช้อนแค่หนึ่งคัน


"คือใช้คู่กันเหมือนช้อนส้อมงี้เหรอวะ" สาวน้อยนั่งลง หยิบช้อนสองคันขึ้นมาพึมพัมคนเดียว สุดท้ายก็เลือกวางช้อนอีกคันไว้ข้างถ้วยอย่างเดิม


ลูกค้าทยอยเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง หากสังเกตจากการใช้ตามองและความรู้สึกส่วนตัว นอกจากกลุ่มสาว ๆ แล้ว ส่วนใหญ่ลูกค้าร้านนี้ก็คือคู่รัก ไอย์ยิ้มเมื่อนึกถึงคำนี้ เธอเคยมีแฟน ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ตัดสินใจเริ่มใหม่กับใคร แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง


ไอย์ยิ้มอีกแล้ว


เมื่อมองผ่านกระจกออกไปนอกร้าน ภาพสมัยเป็นเด็กนักเรียนก็ฉายขึ้นราวกับไม่เคยเป็นแค่ความทรงจำ พวกผู้ชายจะสะกิดกันเวลาเจอสาวสวยต่างโรงเรียน ถ้าไม่ปอด โชคดีหน่อยจะได้เฟสบุค อย่างแย่อาจจะโดนมองแรงแล้วถูกตะเพิดกลับมา แต่กับพวกเพื่อนผู้หญิงไม่เป็นอย่างนั้น ไอ้พวกนี้น่ากลัวที่สุด เจอเป้าหมายถูกใจเข้าหน่อย ไม่รู้มันรับจ็อบเสริมเป็นหน่วยสืบราชการลับรึเปล่า เผลอแป๊บเดียวก็ได้ไลน์หนุ่ม ๆ เฉยเลย


กึ่ก ๆ ๆ


"แฮ่ก ๆ"
"เฮ้ย มึงมาได้ไง"


ไอย์ตกใจที่จู่ ๆ ไอ้แดนก็พรวดพราดทะเล่อทะล่าเข้ามา


"ขี่สกู๊ตเตอร์มา" มันตอบพลางหอบหายใจพร้อมกับลากเก้าอี้มานั่ง
"กูไม่ได้หมายถึงแบบนั้น เออ ๆ ช่างเถอะ" ไอย์ตักขนมหวานเข้าปากแล้วเสมองออกไปนอกร้านอีกครั้ง ตอนนี้เสียงหัวใจของเธอดังขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ


ก็แดนมันบอกชอบเมื่อตอนวันเกิด...อือฮึ ใช่ ชอบไอย์นี่แหละ


ผู้ชายคนที่นั่งอยู่มุมร้านลุกออกจากโต๊ะ ในมือมีกระดาษสี่เหลี่ยมใบเล็ก ๆ เหมือนการ์ดอะไรสักอย่าง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นบัตรสะสมแต้มของร้าน คน ๆ นั้นชนกับลูกค้าที่เข้ามาใหม่ และก่อนที่จะเดินสวนกัน ผู้ชายคนนั้นยื่นบัตรสะสมแต้มให้คนผมสีน้ำตาลที่เขาเดินชน


"กูไปส่งของให้แม่แล้วหนีมาหามึงเลย" เสียงของแดนเรียกให้ไอย์กลับมาสนใจกัน ที่บ้านแดนเปิดร้านอาหารเกาหลีและมีบริการเดลิเวอรี่
"รีบเหรอ ไหนตอนแรกมึงบอกจะมาเย็น ๆ"


วันนี้พวกเขานัดกันไปดูหมวกคอลเลคชั่นใหม่ที่ร้านพี่ชายที่สนิทกัน และพักหลังมานี้ แดนชอบใส่หมวกบัคเก็ตแบบเดียวกันกับไอย์


"เออ กูรีบ อยากเดทกับมึงจะแย่แล้วเนี่ย" พูดจบก็หยิบช้อนอีกคันที่ไอย์วางทิ้งไว้ขึ้นมาตักบิงซูกินฟรีหน้าตาเฉย


หลังจากที่มันบอกชอบ มันก็ติ๊ต่างเอาเองทุกครั้งที่เจอกันว่าเป็นการเดท


หน้าตาเฉย





*





ครืด ครืด ครืด


เจ้าเครื่องส่งสัญญาณใต้ฝ่ามือสั่นจนพิชสะดุ้งเพราะมัวแต่นั่งฮัมเพลงจังหวะสบาย ๆ ที่ร้านเปิดจนเพลิน คิวของเขาคือเลข 28 บิงซูสตรอว์เบอร์รี่ไซส์เล็กในถ้วยเซรามิกวางเด่นอยู่บนถาดพร้อมช้อนเงินสองคัน


"มาคนเดียว ขอบคุณนะต้นไผ่" เขาส่งช้อนคืนให้พนักงานอารมณ์ดี ร้านของพี่เบญอยู่คู่วัยรุ่นย่านนี้มานานจนแทบเป็นครอบครัวเดียวกัน


พิชเริ่มต้นวันหยุดสุดท้ายของสัปดาห์นี้ที่อากาศเริ่มร้อนขึ้นด้วยการเดินจากบ้านที่สามย่านมาเรื่อย ๆ จนถึงสยาม ตั้งแต่เรียนจบจนทำงาน เขามาที่นี่นับครั้งได้ อาจจะเพราะเขาใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นได้คุ้มมาก ๆ


ในตอนนี้จึงเป็นช่วงทุ่มเทให้กับหน้าที่การงาน หากพอมีเวลาพักผ่อนก็เลือกที่จะอยู่บ้าน ดูแลความสะอาด ตัดแต่งต้นไม้ที่จัดไว้เป็นสวนเล็ก ๆ ตรงระเบียง หรือไม่ก็...


อยู่ใกล้ ๆ ภีม


พิชก้มมองบัตรสะสมแต้มที่เพิ่งประทับรูปดอกไม้เพิ่มอีกหนึ่งดวง ตอนแรกยอมรับว่าตกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ คนตาโตคนนั้นดึงแขนเขาไว้จนเผลอคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดไปและกำลังจะไหว้ขอโทษยกใหญ่


"เร็ว ๆ นี้ผมคงมาที่นี่อีกไม่ถึงสองครั้งหรอก"


คนนั้นยัดบัตรใส่มือพิชแล้วจากไปโดยไม่สนใจคำขอบคุณที่ตามหลังในห้าวินาทีถัดมา


"ครั้งหน้าค่อยชวนภีมมากินแล้วกัน" พูดจบก็ตักเกล็ดน้ำแข็งรสนมและชิ้นสตรอว์เบอร์รี่ฝานใส่ปากพร้อมกัน แก้มพองออกเป็นลูกทั้งสองฝั่งดูน่ารัก และน่ารักมากขึ้นไปอีกเมื่อคนที่ยืนมองมาสักพักเลือกเดินเข้าไปมองใกล้ ๆ
"คิดถูกแล้วที่เดินตามมา"
"ภีม!"


จริง ๆ ก่อนจะเดินมาถึงที่นี่ พิชแอบไปส่องดูร้านอาหารที่ภีมเป็นผู้จัดการอยู่แว้บหนึ่งแต่ไม่ได้เข้าไปทักเพราะเห็นว่ากำลังยุ่ง จึงเพิ่งได้ส่งข้อความไปชวนเดินเที่ยวหอศิลป์หลังภีมเลิกงานแทน


"ทำไมถึงพูดว่าตัวเองคิดถูกล่ะ" คนถามตักขนมเข้าปากอีกคำ ภีมยิ้ม
"โทษที พูดผิด จะบอกว่าคิดถึงต่างหาก"


คนฟังย่นจมูกบุ้ยปากไม่ยอมสบตา ภีมไม่รู้ว่าพิชไปที่ร้าน แต่โชคดีที่ลูกน้องตาไวสะกิดให้ตามไปดูตอนที่คนรักของเขาเดินไปไกลแล้ว เห็นแต่หลังไวไว


พิชเป็นคนน่ารักกับการใช้ชีวิตของภีมตลอดมา


ภีมดูแลร้านอาหาร ส่วนพิชทำงานธนาคาร พวกเขาไม่ค่อยมีวันหยุดตรงกันบ่อยนัก และมักจะเลิกงานดึกทั้งคู่ มันเป็นปัญหาสำหรับภีมมาก ๆ ทุกครั้งที่คิดได้ว่าพิชต้องกลับบ้านเองหรือกำลังอยู่คนเดียว แต่เจ้าตัวเล็กตรงหน้านี้ทำให้ชีวิตรักของพวกเขาลงตัวด้วยรอยยิ้มและอ้อมกอดที่ไม่ว่าได้รับเมื่อไหร่ก็สบายใจเสมอ


และบางครั้ง พิชที่รักการนอนกอดกันเฉย ๆ ที่บ้านจะเป็นคนจัดแจงลากภีมออกไปทำกิจกรรมที่คนตัวโตชอบ ซึ่งปีนี้ก็เพิ่งไปสอนกันเล่นเซิร์ฟมา


"ซื้อถ้วยเล็กจัง อิ่มเหรอ" ภีมชี้ไปที่เกล็ดน้ำแข็งในถ้วยเซรามิกขนาดเล็ก
"ไอ้บ้า เราเหมือนคนมูมมามหรือไง!" พิชตวาดจนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง ภีมหัวเราะร่ายกนิ้วเคาะหลังมือแฟนเล่น
"เปล่า เดี๋ยวกินด้วยดีกว่า" พอภีมทำท่ารอต่อช้อน พิชก็รีบส่งของตัวเองให้แล้วลุกขึ้นยืน
"เดี๋ยวเราไปขอช้อนเพิ่ม"


ภีมมองตามร่างเล็ก ๆ นั่นไม่ละสายตา เขาพยักหน้าทักทายพี่เบญ เจ้าของร้านที่รู้จักกันดี ตรงเคาท์เตอร์ ตรงนั้น เหมือนต้นไผ่จะบอกพิชว่าไม่น่าคืนช้อนตั้งแต่ทีแรก



.
.
.



"ความคิดเจ๊นี่เข้าท่า" บาริสต้าธีพูดกับเบญหลังส่งกาแฟดริปให้ต้นไผ่ไปวางบนถาด เจ้าของร้านคลายแขนที่กอดอกแล้วหยิบผ้าเช็ดโต๊ะเมื่อเห็นลูกค้าโต๊ะริมกระจกทั้งสองคนเดินพ้นประตูร้านออกไป เธอหัวเราะใส่ภีมกับพิชที่กำลังแย่งสตรอว์เบอร์รี่ฝานชิ้นสุดท้ายกันอยู่





เพราะในวันหนึ่งสำหรับคนหนึ่ง อาจไม่มีความสุขไหนที่ชื่นใจไปมากกว่าบิงซูหนึ่งถ้วยพร้อมช้อนสองคัน





HAVE A GOOD ONE.



🥀


แรงบันดาลใจจากอมเรศน้องรัก
แปลงมาจากผลงานต้นฉบับของตัวเอง
SHARE

Comments