Koi Suru Fortune Cookie – เด็กผู้หญิงธรรมดาอย่างฉัน
Koi Suru Fortune Cookie 

จริงๆ อยากเขียนเรื่องนี้มาซักพักใหญ่มาก ตั้งแต่ตอนที่ BNK48 ออกซิงเกิ้ลนี้เมื่อปีที่แล้ว แต่ด้วยอะไรหลายอย่างทำให้ไม่ได้เขียนแล้วก็ทิ้งไปเลย จนกระทั่งหนังสารคดีของ BNK เรื่อง ‘Girl Don’t Cry’ กำลังเข้ามา ทำให้ความรู้สึกตอนนั้นกลับมาอีกรอบ ก็คงคิดว่าถึงเวลาปัดฝุ่นมาเขียนเรื่องนี้ซักที

แต่ก่อนที่จะพูดถึงเพลง Koi Suru Fortune Cookie ก็คงต้องพูดถึงอีกสองเรื่องซะก่อน ก็คือ HKT48 และซาชิฮาระ ริโนะ ว่าแต่จะพูดถึงเรื่องไหนก่อนดีนะ, เอาเป็นที่ซัซชี่ก่อนก็แล้วกัน

ซาชิฮาระ ริโนะ หรือถ้าคนทิ่ติดตาม AKB48 จะรู้จักเธอในชื่อของ ‘ซัซชี่’ เธอเริ่มเข้ามาเป็นเคงคิวเซย์เป็นรุ่นที่ 5 ช่วงซักประมาณปี 2007 แล้วเริ่มเดบิวเข้าทีม B ตอนปี 2008, อาจจะพูดได้ว่าเธอเริ่มเข้ามาสู่ AKB ช่วงเริ่มเปลี่ยนถ่ายจากวงไอดอลที่กำลังตั้งไข่ (ที่ออกแนวกระเสือกกระสนอยู่ไม่น้อย) มาเป็นช่วงที่กำลังเงยหัวขึ้นมาพอจะลืมตาอ้าปากได้อยู่บ้าง หรือก็คือ สมาชิกในวง AKB48 กำลังเปลี่ยนจากการต่อสู้หลัก จากสังคมภายนอกและการอยู่รอดในวงการดนตรี มาเป็นการต่อสู้กันเองมากขึ้น เพื่อแย่งชิงพื้นที่ของแสงไฟสปอร์ตไลท์ที่จะส่องลงมาที่ตัวเอง

นั่นทำให้ชีวิตของซาชิฮาระ ช่วงนั้นยากลำบากอยู่ไม่น้อย เพราะจริงๆ แล้ว, ทุกคนแม้แต่แฟนๆ ของเธอเองก็ยังยอมรับอย่างไม่มีข้อแก้ตัวว่า เธอนั้นไม่ใช่คนสวยแบบสะดุดตาอะไรเลย (หลายคนบอกว่าต้องดูหน้าเธอซักพักถึงจะรู้สึกว่า เธอก็น่ารักดีเหมือนกันนะ, ซึ่งก็ไม่ใช่ข้อดีซักเท่าไหร่) ยิ่งพอมาอยู่ในหมู่ไอดอลด้วยกันเองเป็นสิบๆ คนก็ยิ่งแล้วใหญ่ แถมเธอยังไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรมากมายขนาดนั้น เอาจริงๆ ไอ้เจ้าความสามารถส่วนใหญ่ที่เธอมีเนี่ยนับว่าต่ำกว่ามาตรฐาน จนเธอมีอีกฉายานึงว่า ‘ยัยกาก’ กันเลยทีเดียว

แต่คำว่ายัยกากของเธอเป็นคำในทางบวกนะ ด้วยความพยายามของเธอเองที่เปลี่ยนจากข้อด้อยของตัวเองมาเป็นจุดเด่นได้ ทำให้มีแฟนๆ มองเห็น และเมื่อเริ่มมองเห็นก็ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเธอเองความสามารถซ่อนอยู่ในการเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์เหมือนกัน จนคนเริ่มติดตามมากขึ้น ความนิยมของเธอค่อยๆ ไต่ขึ้นมาทีละน้อย จนกระทั่งในปี 2012 ชื่อของซาชิฮาระ ได้คะแนนโหวตเป็นอันดับ 4, อันดับ 4 ในช่วงการต่อสู้กันระหว่างตำนานของ AKB48 สองคนอย่างอัตจังและยูโกะเลยนั่นล่ะ

หลายๆ คนบอกว่าความสามารถของเธอไม่ได้ถูกมองข้ามเลย จริงๆ แล้วมันไปสะดุดตาอากิพี, producer ของ AKB48 จนมีข่าวว่าเธอกำลังถูกผลักดันอย่างเงียบๆ เพื่อให้เป็นเอซของวงรุ่นต่อไปจากอย่างอัตจังและยูโกะเลยทีเดียว

หากแต่มันเกิดเหตุการณ์พลิกผันขึ้น

หลังจากผลการเลือกตั้งนั้นออกแค่สองวัน ภาพหลุดของซาชิฮาระและแฟนหนุ่มก็ถูกเผยแพร่ออกมาจากนิตยสาร บุนชุน มันเป็นภาพฉาวที่เรียกได้ว่าเป็นภาพตอนที่กำลังมีอะไรกันเลยทีเดียว แม้ว่าจะมีการออกมาแถลงว่าเป็นภาพก่อนที่เธอจะเดบิวเข้าวงการก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรแล้ว ชื่อเสียงของเธอที่สั่งสมมากำลังถูกทำลายอย่างย่อยยับ ความเป็นจริงแล้วไอดอลญี่ปุ่นที่ถูกแฉเรื่องพวกนี้ออกมา แทบจะปักธงให้ได้เลยว่าหมดอนาคตในวงการนี้ไปเรียบร้อย

ตอนนั้นเธออายุแค่ 19 เท่านั้นเอง

มองย้อนกลับไปตามอายุเท่ากัน ถ้าเราเจอมรสุมชีวิตแบบเดียวกัน นอกจากเราจะยอมตัดใจจากวงการนี้ไปแล้ว เราอาจจะไม่เข้มแข็งพอที่จะอยู่ในสังคมเลยก็ได้ ความจริงแล้วเธอเองก็คิดแบบเดียวกัน ภายหลังเธอยังออกมาให้สัมภาษณ์ว่าถ้าเธอยังอยู่ใน AKB48 ต่อไป เธอคงต้องลาออกจากวงไปจริงๆ หากแต่สิ่งที่ซาชิฮาระนั้นได้รับกลับเป็นอย่างอื่นที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก

เธอได้รับโอกาสที่สอง

เราไม่รู้หรอกว่าทำไมการตัดสินใจถึงเป็นแบบนั้น อาจจะเป็นเพราะอากิพีเสียดายความสามารถและศักยภาพของเธอ หรือไม่ก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องก่อนที่เธอจะเข้าวงการก็ได้ ไม่นานนักหลังจากเหตุการณ์ภาพฉาว ทาง AKB รวมถึงอากิพี ได้ทำการประกาศว่าซาชิฮาระจะไม่ได้อยู่ใน AKB48 แต่จะถูกย้ายไปสังกัดกับ HKT48 หรือฮากาตะชิบะ ซึ่งเป็นวงสาขาทางคิวชูของ AKB48 เอง หลายๆ คนบอกว่ามันเป็นการ'ลดชั้น'ของเธอ แต่อากิพีเองย้ำว่ามันไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการ ‘เริ่มต้นใหม่’ มากกว่า

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นอีกบทในชีวิตของซาชิฮาระ ริโนะแต่ก่อนจะต่อไปยังบทใหม่นี้ เราอาจจะต้องย้อนเวลากลับไปอีกสักนิดก่อน นั่นคือจุดเริ่มต้น จนถึงสถานการณ์ของ HKT48 ในตอนนั้น

หลังจาก AKB48 เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น แน่นอนว่าเมือง อื่นๆ นอกจากโตเกียวกับย่านอากิบาฮาระ ก็อยากจะมีเธียร์เตอร์ เพลงของตัวเอง หรืองานอีเวนต์อื่นๆ บ้างเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการเริ่มแตกสาขาของ AKB group, วงน้องสาวหรือ Sister Group ค่อยๆ เกิดขึ้นตามหัวเมืองใหญ่ เริ่มจากย่านคันโตอย่าง SKE48 ที่ซาคาเอะ จังหวัดไอจิ, แถบคันไซก็จะเป็น NMB48 ที่นัมบะ โอซาก้า และแน่นอนว่าที่เกาะคิวชูก็เช่นกัน, HKT48 ที่ฮากาตะ ฟุกุโอกะ เริ่มต้นเมื่อปี 2011 ก่อนหน้าเหตุการณ์อื้อฉาวของซาชิฮาระเพียงแค่ปีเดียว

แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่นไปเสียหมด โดยเฉพาะปีแรกของ HKT48

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงเรื่องวัฒนธรรมไอดอลของญี่ปุ่น ถนนทุกสายก็คงจ้องมุ่งหน้าสู่โตเกียว ซึ่งก็ทำให้แถบคันโตเองก็ได้รับวัฒนธรรมนี้ไปด้วย (ดูได้จากการตั้ง SKE48 ก่อนเป็นที่แรกก็พอได้) ส่วนแถบคันไซเลยลงมานั้น, เอาจริงๆ แล้วเราแทบนึกวงกรุ๊ปต่างๆ ที่มาจากคันไซไม่ออกเลย (ที่นึกออกได้ไวๆ ตอนนี้ก็มีแค่ Kanjani8 เท่านั้นเอง) แต่ก็ด้วยความอยากชนะกันระหว่างโอซาก้าและโตเกียวนั้น ทำให้ NMB48 แข็งแรงอยู่ในระดับนึง

มองกลับมาที่ HKT48, ด้วยความที่ฟุกุโอกะนั้นไม่ได้เป็นเมืองที่ใหญ่เท่าไหร่ ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ แถมวัฒนธรรมไอดอลจากโตเกียวเองก็ไม่มีมากเท่ากับที่อื่นๆ ทำให้ฐานแฟนของฮากาตะน้อยกว่าที่อื่นๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แถมยังเป็นวงน้องสาวที่เล็กที่สุดในตอนนั้น ที่มีพี่ใหญ่อยู่แล้วถึงสามคน แฟนๆ ของ AKB เองก็ยังถึงกับเปรยขึ้นมาว่า “มีอีกวงแบบนี้มันจะดีเหรอ” หรือไม่ก็ “ไม่น่าจะไปรอดละมั้ง ที่ฮากาตะน่ะ”

เอาจริงๆ แล้วสิ่งที่แฟนๆ คิดเอาไว้ก็ไม่ได้แตกต่างจากความเป็นจริงเท่าไหร่นัก

นอกจากจะเป็นวงน้องเล็กสุดแล้ว จำนวนและอายุเฉลี่ยของวงยังน้อยกว่าเพื่อนอีกด้วย ประสบการณ์ของสมาชิกวงแต่ละคนนั้นแทบจะไม่มี เคยมีเรื่องเล่าว่า ในวันแรกของการซ้อมนั้น ทุกคนลองไปซ้อมท่าเต้นที่ได้รับกันมาหมด แต่กลับไม่มีใครที่ท่องเนื้อเพลงมาเลย ซึ่งมันอาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่ให้อภัยได้สำหรับเด็กๆ ในวงที่ไร้เดียงสา แต่มันเป็นสิ่งที่รับไม่ได้เลย ถ้าคุณคิดว่าคู่แข่งในลีคของคุณคือวงที่พลิกโฉมวงการเพลงญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้ง

ทำให้สิ่งที่ HKT48 ต้องต่อสู้ด้วยนั้น แทบไม่ต่างกับการตั้งวงของ AKB48 ในช่วงแรกๆ เลยทีเดียว

เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ถูกจับมารวมกันและต้องแบกรับความกดดันมหาศาลไว้บนหลังนั่นก็เป็นเรื่องหนึ่งแล้ว แต่นอกจากนั้นพวกเธอต้องเสียสละในชีวิตส่วนตัว ชีวิตวัยรุ่น และแน่นอนรวมไปถึงความรักด้วย เพื่อไล่ตามความฝันที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ แถมความฝันนั้นยังมีที่นั่งจำกัด การต่อสู้กันเองจึงดูเหมือนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย

สิ่งที่พวกเธอมีไม่ใช่ประสบการณ์ มีแต่ความพยายามเท่านั้น ที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เพียงพอ การแสดงก็ยังทำไม่ได้ดี สมาชิกในวงก็ยังมีช่องว่างระหว่างกัน เธียร์เตอร์ที่ฮากาตะเองก็คนดูน้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งที่นั่งที่มีเพียง 300 ที่นั่งก็ยังว่าง สถานการณ์นั้นเรียกว่าไม่ดีเอาซะเลยสำหรับ HKT48

แน่นอนหลังจากนั้นเหตุการณ์ของซาชิฮาระ ริโนะ ก็เกิดขึ้น แต่ตอนนั้นสมาชิกแต่ละคนใน HKT48 ไม่มีใครคิดซักนิดว่านี่เป็นโอกาสที่จะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น ทุกคนกลับมองว่าเธอเป็นอีกคนที่กำลังจะมาแย่งเก้าอี้ความฝันที่มีอยู่น้อยนิด หรือไม่ก็ HKT48 เป็นแค่ที่ที่รับเอาคนตกชั้นเข้ามาอย่างนั้นเหรอ

นั่นเป็นกำแพงที่ซาชิฮาระ ริโนะ จะต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้

แม้ว่าความเศร้าเสียใจและบาดแผลของเด็กสาวจะยังไม่หายไป การกล้ำกลืนทำงานต่อไปขนาดนั้น  ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ แต่เธอยังคงมีคำพูดของอากิพีที่ก้องอยู่ในหัวก่อนที่เธอจะจากโตเกียวมานั่นคือ "จงไปเปลี่ยนแปลง HKT48" คอยผลักดันเธอไปข้างหน้า ด้วยความที่เธอเองเป็นคนที่ไม่ถือตัว และรู้ว่าความยากลำบากของคนที่เคยถูกมองข้ามเป็นอย่างไร คำพูดหนึ่งที่เธอพูดกับเหล่าสมาชิกของ HKT48 คือ "กรุณาใช้ประโยชน์จากฉันได้เต็มที่นะคะ"

ซาชิฮาระค่อยๆ เปลี่ยนบรรยากาศมึนตึงในช่วงแรก เข้าไปเป็นสมาชิกคนหนึ่งของ HKT48 ในที่สุด หากแต่ปัญหาที่ฮากาตะยังไม่ได้หายไปไหน แต่กลับมีอีกเหตุการณ์ที่กำลังจะตามเข้ามา เพราะการฝึกที่หนักและอนาคตที่ดูไม่แน่นอนนี้ ทำให้สมาชิกของวงหลายคนค่อยๆ หายไป ทางทีมงานของ HKT48 จึงตัดสินใจที่จะทำการเปิดรับสมัครรุ่นที่สองเข้ามาเพื่อกลบช่องว่างตรงนี้

แล้วจะรับสมัครเด็กผู้หญิงเรียบๆ เข้ามาอีกน่ะเหรอ รอบนี้ทางทีมงานดูเหมือนจะรับรู้ตรงนี้อยู่เหมือนกัน รุ่นที่สองที่เข้ามานั้นจึงมีเด็กผู้หญิงน่ารักเข้ามาเป็นจำนวนไม่น้อย เหล่าเด็กผู้หญิงที่มีเสน่ห์นี้ เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ยังขาดของ HKT48 และก้าวเข้ามาสู่ตำแหน่งของแสงไฟสปอร์ตไลท์แทบจะในทันที

กับรุ่นหนึ่งที่มีความพยายามแต่ขาดความดึงดูดใจ และรุ่นสองที่มีความสนุกสนานแต่ขาดความสามารถนั้น ได้แต่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและรู้สึกผิดไปในเวลาเดียวกัน ช่องว่างของวงที่มีอยู่แล้วดูจะขยายตัวออกไปอีก ถ้าหาก HKT48 ในตอนนั้นไม่มีซาชิฮาระอยู่, ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเรื่องราวจะออกมาในรูปแบบไหน แต่มันดูไม่ดีซักทาง

ซาชิฮาระบอกกับเหล่ารุ่นที่สองที่พยายามเท่าไหร่ก็ยังไม่ทำไม่ได้ซักทีว่า "เราต้องพยายามให้มากกว่านี้อีก คุณจะต้องทำเพื่อรุ่นหนึ่งที่ผลักดันคุณอยู่นะ" และบอกกับเหล่ารุ่นที่หนึ่งว่า "อย่าคิดว่าทั้งหมดนี้่ทำเพื่อตัวเอง เราต้องทำมันเพื่อให้รุ่นสองที่เป็นหน้าตาอยู่ตอนนี้ให้ดีที่สุด"

ไม่เคยเลย, ที่ใครจะบอกกับเราแบบนี้ ให้พยายามเพื่อคนอื่นอย่างนั้นเหรอ? ถ้าเราพยายามเพื่อคนอื่นแล้วเราเองก็จะก้าวหน้าขึ้นด้วยเหรอ? แต่ทุกคนก็คงมุ่งหน้าไปทางนั้น เหล่าเด็กหญิงธรรมดาพวกนี้กำลังทำทุกทางเพื่อที่จะต่อสู้อยู่ในลีคของ AKB ต่อไปได้

นอกจากนั้นแล้วเธอยังค่อยๆ ปรับเปลี่ยนการแสดงของวง การแสดงประจำปีในปีนั้นของ AKB ที่ทุกวงจะมารวมตัวกัน เธอกล้าหยิบเอาเพลงเก่าที่ไม่เคยมีใครฟังแล้วของ AKB48 เพลงของวงน้องสาวคนอื่น รวมทั้งยังเอาเพลงของวงคู่แข่งอย่าง Nogizaka46 มาเป็นลิสต์ในการแสดง จนคนเริ่มหันกลับมามอง, HKT48 กลับเข้ามาสู่สายตาของแฟนๆ อีกครั้ง สิ่งที่อากิพีบอกกับเธอว่า 'ให้เปลี่ยนแปลง HKT48' เธอทำมันได้จริงๆ ภายในระยะเวลาแค่ปีเดียว

ไม่มีใครคาดคิดว่าเหล่าเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ ผู้มีปัญหาเหล่านี้ เมื่อมารวมตัวกันจะเกิดผลลัพท์ที่เป็นเหมือนกับปาฎิหารย์แบบนี้ได้ หากแต่ปาฎิหารย์ยังไม่จบอยู่เพียงเท่านั้น เพราะเมื่อถึงฤดูกาลเลือกตั้ง และคะแนนโหวตของปีนั้นออกมา HKT48 ที่ปีที่แล้วมีคนติดโผอยู่เพียงคนเดียว กลับเข้ามายึดหัวหาดของ AKB ไปได้ไม่น้อย และที่น่าตกใจที่สุดก็คือเมื่ออันดับหนึ่งของปี 2013 ถูกประกาศออกมา ชื่อนั้นคือ

 "ซาชิฮาระ ริโนะ"

เธอกวาดคะแนนปีนั้นไปถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นคะแนน มากกว่าอันดับสองที่เป็นแชมป์เก่าอย่าง โอชิมะ ยูโกะไปหมื่นกว่าคะแนน นอกจากเธอจะไม่หมดอนาคตกับวงการนี้แล้ว เธอยังยังครองอยู่บนบัลลังค์สูงสุดของ AKB48 ทั้งหมดอีกด้วย

มันเป็นธรรมเนียมของ AKB48 ที่ผู้ชนะปีนั้นๆ จะเป็นเซนเตอร์ของซิงเกิ้ลใหม่ และอากิพีผู้เป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่จะแต่งเพลงให้กับผู้ชนะ เช่นเดียวกันกับในปี 2011 ที่ยูโกะในที่สุดก็เอาชนะอัตจังได้ อากิพีก็แต่งเพลง Heavy Rotation ออกมา

แล้วในปีนี้ล่ะในเมื่อผู้ชนะเป็นซัซชี่ เด็กสาวผู้ไม่มีได้มีหน้าตาโดดเด่น ไม่ได้มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ ไม่ได้มีความสามารถอะไรแบบนั้น อากิพีจะแต่งเพลงอะไรออกมา, เพลงนั้นเล่าเรื่องราวของเด็กผู้หญิงธรรมดา ผู้ถูกรายล้อมด้วยคนอื่นจนใครก็มองข้ามเธอไป หากแต่ถ้าเธอมีความพยายาม สักวันกระแสลมแห่งวันพรุ่งนี้จะต้องพัดผ่านมา

มันเป็นเพลงพาเราย้อนยุคไปสมัยดิสโก้ซักช่วงปี 80's กับเสียงเครื่องเป่า เบสและกลองที่มีกลิ่นอายของเพลงแบบโมทาวน์ แม้ว่าทำนองและเพลงจะสดใสเพียงใด แต่เพลงนี้ก็ยังทำให้เรารู้สึก nostalgic กับหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของเรื่องราวก่อนที่เพลงนี้จะถูกแต่งออกมา มันเป็นทั้งเพลงที่ให้กำลังใจ และบทเพลงที่ทำให้หวนคิดถึงในเวลาเดียวกัน

นั่นแหละคือเรื่องราวของซัซชี่และเพลงนี้

Koi Suru Fortune Cookie
Artist: AKB48
Release year: 2013

Credit คำแปลเพลง 
http://www.aelitaxtranslate.com/2014/03/akb48-koisuru-fortune-cookie.html

ถึงฉันจะชอบเธอแค่ไหนก็ตาม
ก็เหมือนว่าเธอนั้นไม่ได้สนใจในตัวฉันเลย
และฉันก็เตรียมใจที่อกหักมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
Yeah! Yeah! Yeah!

เพราะมีผู้หญิงน่ารักๆเยอะแยะมากมายอยู่รอบๆ ตัวฉัน
เธอก็คงไม่มาสนใจดอกไม้ธรรมดาๆ อย่างฉันหรอก
Yeah! Yeah! Yeah!

ขณะที่ฟังเพลงที่เปิดในโรงอาหารไปเรื่อยๆ
ฉันก็เริ่มเคาะเท้าตามจังหวะโดยไม่ทันรู้ตัว
และก็หยุดความรู้สึกในตอนนี้ไม่ได้เลย
มาสิ มาสิ มาสิ ที่รัก
ทำนายดวงให้ฉันที!

คุกกี้ทำนายความรัก!
อนาคตน่ะ
มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกนะ
Hey! Hey! Hey!
เธอต้องยิ้มออกมาบ้างนะ เพื่อให้ได้ดวงดีๆ

คุกกี้ทำนายรักรูปหัวใจ
มาทำให้ดวงเราดีขึ้นกันดีกว่า
Hey! Hey! Hey!
Hey! Hey! Hey!
ชีวิตมันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก
ปาฏิหาริย์อันน่าประหลาดใจจะเกิดขึ้นกับเราแบบประหลาดๆ
ฉันรู้สึกว่าเราจะได้รักกันในที่สักแห่งหน ไม่ว่ายังไงก็ตาม

ฉันอยากจะสารภาพกับเธอ
แต่ฉันก็ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย
เพราะฉันเดาปฏิกิริยาตอบโต้ของเธอไม่ออกเลย
Yeah! Yeah! Yeah!

“ผู้หญิงที่นิสัยดีๆ ก็คงจะดีนะ”
พวกผู้ชายต่างพูดกับแบบนี้
แต่จริงๆแล้วหน้าตาคือข้อได้เปรียบเสมอ
ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผู้หญิงที่น่ารักๆ
ก็ชนะการประกวดความโด่งดังเสมอ
ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรดเถอะ ที่รัก!
มองฉันเถอะนะ!

คุกกี้ทำนายความรัก
เริ่มกระเทาะเปลือกนั้นออกดูสิ
Hey! Hey! Hey!
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
แม้แต่พระเจ้าก็ยังมิอาจทราบได้

คุกกี้ทำนายรักอันแสนเศร้า
ไม่เห็นจะต้อง
คิดในแง่ลบขนาดนั้นเลย
Hey! Hey! Hey!
Hey! Hey! Hey!

โลกนี้มันเต็มไปด้วยความรักนะ
มันทำให้เธอลืมความโศกเศร้าทั้งหลายไปได้
ฉันเชื่อว่ากระแสลมแห่งวันพรุ่งนี้จะต้องพัดผ่านมาในวันรุ่งขึ้น

คุกกี้ทำนายความรัก!
อนาคตน่ะ
มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกนะ
Hey! Hey! Hey!
เธอต้องยิ้มออกมาบ้างนะ เพื่อให้ได้ดวงดีๆ

คุกกี้ทำนายรักรูปหัวใจ
มาทำให้ดวงเราดีขึ้นกันดีกว่า
Hey! Hey! Hey!
Hey! Hey! Hey!
ชีวิตมันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก
ปาฏิหาริย์อันน่าประหลาดใจจะเกิดขึ้นกับเราแบบประหลาดๆ
ฉันรู้สึกว่าเราจะได้รักกันในที่สักแห่งหน ไม่ว่ายังไงก็ตาม


SHARE

Comments