มหาลัย
มหาลัย มหาหลอก
เด็กชายบ้านนอก เด็กหญิงบ้านนา
รํ่าเรียนรู้ในวิชา
แต่จบออกมายังไม่มีงานทํา
พวกเขาทั้งสี่คนนอนเรียงกันอยู่บนเตียงขนาด 6 ฟุต ภายในห้องขนาด 25 ตารางเมตร ค่าเช่าเดือนละ 5000 ค่าไฟ 3.7 บาท/หน่วย ค่าน้ำ 17.5 บาท/หน่วย เดินไปมหาลัยใช้เวลาประมาณ 20 นาที เเต่ส่วนมากจะนั่งมอเตอร์ไซค์เอามากกว่า ค่ามอเตอร์ไซค์ไปกลับ 40-50 บาท/วัน มีร้านอาหารใต้หอ รสชาติค่อนไปทางหวาน สั่งผัดกระเพราะมักได้เเกงกระเพรา มีเฟรนช์ฟรายด์ชีสขายเเต่ใช้มายองเนสสีเหลืองราดเเทน มีฟิตเนสอยู่ชั้น 6 เเต่ไม่เคยได้เข้า มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่มักจะกินตังค์เเละยังไม่เคยได้เงิน 30 บาทคืน

หนึ่งเหม่อมองเพดาน ในขณะที่ดาวที่กำลังนอนพักสายตา บาสนั่งกอดเข่าอยู่มุมเตียง เเละกล้วยที่จ้องหน้าจอโน็ตบุ๊คนิ่งๆ บนหน้าจอกำลังเปิดโปรเเกรม Word พิมพ์คำว่า 'บทที่ 3' ค้างไว้ ทั่งสี่ถูกสต็าฟอยู่ภายใต้มนตร์เพลงคาราบาว 

เพลงมหาลัย ถูกเปิดขึ้นโดยหนึ่ง ซึ่งปรากฎการณ์มนตร์เพลงคาราบาวไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆกับพวกเขา เเละก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆกับเด็กมหาลัยในยุคสมัยนี้ เเต่หนึ่งกลับต้องยอมรับภายในใจว่า 'มันโดนใจจริงๆ' สำหรับเด็กมหาลัยปีสุดท้ายเช่นเขา เเละไม่ใช่เเค่หนึ่งเพียงเท่านั้น กล้วย ดาว เเละบาส ก็เห็นไม่ต่างกัน

"จบไปทำอะไรดีวะ?" กล้วยเอ่ยถามเปิดประเด็น

"กูไม่ชอบคำถามเเบบนี้เลยว่ะ" บาสตอบ เขาไม่เคยชอบคำถามป้าข้างบ้านเช่นนี้เลย มันทำให้ท้องไส้ของเขาเกิดอาการปั่นป่วนเเปลกๆ

"กูว่าเรียนให้จบก่อนเหอะ ชาตินี้จะเสร็จไหมวะ ธีสิส" ดาวพูดก่อนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เธอลุกขึ้นไปคว้าคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คข้างเตียงขึ้นมาพิมพ์งานต่อ

"ไม่เลือกงานไม่ยากจนหรอกมึง...มั้งนะ" หนึ่งตอบ

"เเล้วมึงอยากทำอะไรกันวะ?"

กล้วยส่งคำถามที่ยากจะตอบมาอีกครั้ง หนึ่งไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเขาจะไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เพราะหากถามตัวเขาในวัย 10 ปี เขาคงบอกว่าเขาฝันที่จะเป็นนักโบราณคดี เเต่หากถามในวัย 12 เขาคงตอบว่า อยากเป็นหมอ หากถามในวัย 14 เขาคงตอบว่า อยากเป็นนายก หากถามในวัย 15 คงตอบว่า นักสืบ หรือเเม้เเต่ในรายงานตอนอายุ 18 เขาก็ตอบไปได้อย่างง่ายดายว่าอยากเป็นผู้กำกับ เขาผู้ที่ไม่เคยเเล้งความฝัน เหตุใดจึงจุกออกเเละพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำถามเหล่านี้กันนะ? 

หนึ่งรู้ว่าเขารู้คำตอบนะ

เขาไม่ได้รู้คำตอบของคำถามที่ว่า "อยากทำอะไร?"
เเต่คือคำถามที่ว่า "ความฝันของเขาหายไปได้อย่างไร?" ต่างหาก

ซึ่งเขารู้คำตอบเหล่านั้นดีเลยเเหละ

4ปี ในรั้วมหาลัยของเขาเต็มไปด้วยความอิสระ ทั้งทางร่างกาย ความคิด เเละอารมณ์ ในปีที่1 เขาเคยเตรียมอ่านหนังสือสอบกลางภาคก่อนหนึ่งอาทิตย์ เเต่เมื่อก้าวขึ้นปีที่ 2 การเข้าเรียนด้วยอาการเเฮงค์จากการเมามายกลับกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา ปีที่ 3 ของเขาเต็มไปด้วยความวุ่นวายทั้งงานที่ถาโถมเเละความรักที่ไม่ลงตัว จนกระทั้งก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ปีที่เต็มไปด้วยความกลัว เเละการตระหนักรู้ในโลกเเห่งความเป็นจริง

"มหาลัย มหาหลอก"

เขาก้าวเข้าสู่คณะที่เปิดสอนทางนิเทศศาสตร์เมื่อประมาณ 3 ปีที่เเล้ว หนึ่งมีความฝัน ไฟเเรง เเละพร้อมจะไขว่คว้าโอกาสต่างๆที่เข้ามาในชีวิต เขาค่อนข้างทะนงตนเพราะรู้ว่ามหาวิทยาลัยของเขาเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของประเทศ เขาสอบเข้ามาด้วยคะเเนนเเอดมิดชันเกือบๆ 25,000 คะเเนน เเละเขาเชื่อว่าความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขาจะเป็นจริง เขาเชื่ออย่างนั้น

ซึ่งการเรียนมหาลัยทำให้เขาเข้าใกล้สิ่งที่ฝันไว้อย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน เวลาเพียง 3 ปีในมหาวิทยาลัยนั้นผลักเขาเข้าใกล้ความฝัน มากกว่า 19 ปี ที่เขาเคยใช้ชีวิตมาเสียอีก! 

'กูเเม่งเจ๋งสัสๆ' หนึ่งคิด

เขาเชื่อมั่นว่าเขามีศักยภาพพอๆกับทุกคนที่เขาเคยชื่นชม เเต่ความคิดนั้นไม่ได้คงอยู่กับหนึ่งนานนัก เพราะเมื่อ 1 ปีที่เเล้ว เขาทำทุกอย่างพัง เขาคิดว่า เขาทำทุกอย่างพัง หนึ่งฝังใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้น งานชิ้นเเรกที่เขายอมรับกับตัวเองว่ามันห่วยเเตก เเละนั้นคือจุดเริ่มต้นของ ปี4 ' โลกเเห่งความเป็นจริง'

"มหาลัย มหาหลอก"

หลังจากนั้นเป็นต้นมา หนึ่งได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทเเห่งหนึ่ง เริ่มเรียนปีที่สี่ เเละทำโปรเจคจบ ทั้งหมดล้วนห่วยเเตก เขาบอกกับตัวเอง เขาเชื่อว่าอย่างนั้น เเละด้วยความมั่นใจในความห่วยเเตกของตนเองพอๆกับความเจ๋ง ทำให้เขาไม่เชื่อใจใครเลย

'ใครที่มันบอกว่าดี มันตอเเหล!' เขาคิด

เเละนั่นทำให้ความฝันกับหนึ่งเริ่มห่างจากกัน ห่างจากกันไปเรื่อยๆ
จนหนึ่งไม่กล้าเรียกชื่อของความฝันอีกเลย 

เพราะเขาคิดว่าเขาไม่คู่ควร


"ความฝันมันสนุกเเค่ตอนเป็นความฝันเท่านั้นเเหละ" หนึ่งบอกเด็กชายตัวอ้วนที่เขาเคยไปสอนพิเศษให้



หนึ่งที่สูญเสียความมั่นใจ หนึ่งที่สูญเสียความฝัน เมื่อเขาสูญเสียทั้งสองอย่างไปเขาก็ไม่รู้ว่าเขาอยากทำอะไรอีก


"ไม่รู้ว่ะ" หนึ่งตอบกล้วย

"มึงไม่อยากทำกำกับเเล้วเหรอ"

"ไม่รู้ว่ะ ตอนกูทำกำกับกูไม่เห็นมีความสุขเลย ไม่เห็นเหมือนตอนปีหนึ่งปีสองเลย"

"มันจะไปเหมือนได้ยังไง ก็มันไม่ใช่ความฝันสนุกๆเหมือนที่เราเคยหวังเเล้วนี่ โลกเเห่งความเป็นจริงมันไม่สนุกหรอกมึง" กล้วยตอบ

"...."


"มหาลัย มหาหลอก"

หนึ่งซึมซับความหมายของเนื้อเพลง
'จริงว่ะ โคตรหลอกลวงเลย' หนึ่งคิด

หลังจากความเงียบของหนึ่ง กล้วยก็หันกลับไปพิมพ์งานต่อ หนึ่งเดินออกมานอกระเบียงพร้อมกับหยิบคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คออกมาด้วย เขามีเวลาจัดการเล่มธีสิสเพียงเเค่สองวันก่อนที่จะพ้นสถานะนักศึกษา เป็นสถานะคนว่างงาน ห้องขนาด 25 ตารางเมตรของเขาที่ขณะนี้จุคน 4 คนที่เต็มไปด้วย ความกังวล ความกลัว เเละความอ้างว้างเล็กไว้เต็มพื้นที่ เเต่เมื่อมองออกไปนอกระเบียงห้องของเขากลับดูเล็กลงไปถนัดตา

หนึ่งอยากให้ตัวเขาในวัย 30 ปีนั่งไทม์เเมชชีนกลับมาบอกเขาว่าเขาจะไม่ตาย บอกเขาว่าเขาจะไม่กลายเป็นคนตกงาน ว่างเปล่า ที่คนอื่นเรียกว่าขี้เเพ้ ถึงเเม้เขาเชื่อว่าเขาจะไม่เป็นเเบบนั้นเเต่มันก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี เเละเขาจะถามหนึ่งในวัย 30 ปีว่าเขามีความสุขไหม? เเละเขาก็คงหวังให้หนึ่งคนนั้นมีความสุข

เพราะนั้นอาจจะเป็นเพียงความฝันเดียวที่เขามีในตอนนี้


"มหาลัย มหาหลอก"

'เออจริง เเม่งหลอกให้กูมีความสุขมาตั้ง 4 ปี' หนึ่งคิด

'พอเจอโลกเเห่งความจริงก็ไปไม่เป็นเลยกู' หนึ่งคิด

'คนห่วยเเตกอย่างกูจะไปรอดไหมวะ' หนึ่งคิด


หนึ่งคิด



ปล.เเด่วันปั่นธีสิส เเละมนตร์เพลงคาราบาว

SHARE

Comments