อาณาจักรความสุขที่ดับสลาย
   กิจกรรมที่เบื้องบนเรียกกันว่าเป็นวัฒนธรรมสังคมของปัญญาชนกลุ่มนี้ได้ทำลายความสุขของฉันในทุกๆวัน ทีละเล็กละน้อย ฉันไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ ทุกคืนหลังกิจกรรมพวกนี้จบสิ้นฉันได้แต่ดับไฟขังตัวเองอยู่ในห้อง เปิดไว้แต่เพียงหน้าต่างบานเล็กของห้องที่สามารถเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าได้ในยามวิกาลโกลาหล ดวงดาวและความมืดทำให้ฉันสบายใจ เพราะไม่มีใครเห็นว่าฉันเจ็บปวดและทุกข์มากเพียงใด ฉันสามารถร้องไห้ออกมาได้เท่าที่ฉันจะเจ็บปวด ฉันสามารถก่นด่าใครก็ได้เท่าที่ฉันอยากทำ ฉันใช้ความมืดซ่อนตัว และใช้แสงดาวเป็นพยานรู้เห็นในสิ่งที่ฉันพอจะทำได้ และคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่า เดี๋ยวทุกอย่างก็จบไป
   ฉันเริ่มรู้ตัวว่าฉันไม่ใช่คนๆเดิมที่เคยมีความสุขก็วันที่ฉันมาสังเกตว่ามุมมองถ่ายรูปของฉันเปลี่ยนไป ฉันไม่ได้มองว่าสิ่งเล็กๆนั้นสวยงามมานานมากๆแล้ว ฉันไม่ได้มองท้องฟ้ามานานมากๆ ฉันไม่ได้พาตัวเองไปทำสิ่งที่ชอบมานานเกินไป หนังสือหลายเล่มที่ฉันยังอ่านไม่จบ ห้องสมุดที่ฉันไม่ได้ไปนานจนหนังสือเล่มที่อ่านค้างไว้นั้นหายไปแล้ว และแน่นอนความสุขของฉันนั้นหายไป
   ฉันคิดมาเสมอว่าฉันจะต้องเอาความสุขของฉันกลับมาให้ได้ ฉันจะต้องทำให้โลกของฉันเป็นเหมือนเดิม แต่ทุกๆครั้งที่ฉันเริ่มใหม่ ตัวการทำลายล้างก็ทำมันกับอาณาจักรความสุขของฉันเหมือนเดิม ทำลายเท่าที่ใจจะต้องการ ทำลายจนกว่าฉันจะชินชา ทำลายจนกว่ามันจะล่มสลาย จนกว่าฉันจะหายไป.
SHARE
Writer
PireePirai
Depressive Dreamer
เคยเป็นเด็กสาวที่มีความหลงใหล ความฝัน และมองโลกสวยงาม จนวันหนึ่งโลกของเราก็เปลี่ยนไปตลอดการ

Comments