ลองสบตากัน 5 วิไหมหละ?
ไม่รู้ว่าการเจอกันของเรามันเป็นเพราะ
"อยากเจอ"หรือว่าอยากที่จะเสพความสุขกับ
"น้ำเมา" กันแน่

แต่ฉันว่าเป็นอันหลังมากกว่า...55
ที่ทำให้เราได้เจอกันบ่อยๆ 
ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็น

อยากเจอ 30%
เสพน้ำเมา 70%


แต่วันนี้เราไม่ได้ไปกันแค่สองคน
ยังมีเพื่อ พี่ รวมกันก็ 6 คนพอดี

นั่งอยู่ที่โต๊ะสีเหลี่ยมเล็กๆของร้านดัง
อาจด้วยความคิดถึง... 
และความอยากเสพน้ำเมา...
บวกกับความอยากเสพบรรยากาศ

ทำให้เรานั่งกันที่โต๊ะเล็กๆนั้นได้6 คน
   เล็กจนเราได้นั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับคุณ
คุณบอกให้เรานั่งตักก็ได้
   แต่ด้วยน้ำหนักของเราแล้ว 
เราคิดว่านั่งข้างๆดีกว่า...55
   ถึงอย่างไรพื้นที่อึดอันแค่ไหนเราก็ยังมีความสุข

พูดคุย ทักทาย และหัวเราะกันอย่างบ้าคลั่ง
พร้อมเสียงเพลงที่ขับกล่อมอารมณ์ได้อย่างดี
ทำให้เราทิ้งความเหนื่อย
จากงานที่หนักกันมาทั้งอาทิตย์

เมื่อพี่ได้ล่ำลาและกลับไปก่อน
ทำให้เราได้นั่งเก้าอี้ของตัวเอง

เวลาก็ยังคงทำหน้าหน้าที่ของมันได้ดีเสมอ
เวลาของคำคืนนี้เริ่มน้อยลง
บวกกับความมึนเมาที่ยังไม่มากนักของฉัน

มือของคุณขยับมาจับมือฉันมันคือสัญญาณที่บอกได้เลยว่าคุณเมา (รึป่าว)

มันมักเป็นเช่นนี้เสมอ 
เมื่อคุณกับฉันรำสุราไปพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นที่ไหน

นิ้วมือของเราประสานแนบแน่น
นิ้วสลับนิ้ว...

ฉันอยากลองอะไรบางอย่าง
ว่าหากฉันจะพยายามขยับมือเหมือนจะเอาออก
คุณจะปล่อยมือไหม

ฉันลองขยับมืออย่างแผ่วเบาราวกับจะละทิ้งมือของคุณจากมือฉัน
มือของคุณตอบสนองมันได้อย่างดี
และทำให้ยิ่งจับมือฉันแน่นขึ้นไปอีกจนฉันรู้สึว่า
เหงื่อที่ฝ่ามือของเรามันไหลมารวมกัน

ความเมาเริ่มมากขึ้นของฉันและคุณ
บวกกันกลิ่นน้ำหอมของเรา

อ่อ...
ลืมบอกไปว่าฉันใช้น้ำหอมอยู่กลิ่นหนึ่ง
มันหอมนุ่มนวลและอ่อนหวาน
จนบางที ฉันก็อดที่จะหอมตัวเองไม่ได้

ครั้งเจอกันคราวก่อน ฉันฝากไว้ในกระเป๋าของเขา
เขาได้ใช้มันจนหมด และบอกฉัน
ท่าทีว่าอยากได้มันอีก ฉันเลยให้เค้าไว้ใช้เพิ่ม
จนในวันนี้เค้าใส่มันมา...
กลิ่นมันหอมฝุ้งละมุนจนฉันอดไม่ได้ที่จะเสพกลิ่นมันจากตัวของเค้า
ด้วยความเมา
เราต่างซบกันไปมา คลอเคลียถูไถ
หัวของเรากับไหล่ของอีกฝ่ายไปมา

จนฉันจะลุกไปเข้าห้องน้ำ

ฉันจึงดึงมือออกจากมือของเขา
ฉัน: "ปวดฉี่อะ ไปเข้าห้องน้ำนะ"
เขา: "ไปด้วย ปวดเหมือนกัน"
เขาก็ลุกตามฉันมาพลางจับไหล่ฉันขณะทางเดินไป

หลังจากเข้าห้องน้ำ
เรายืนสูบบุหรี่ด้วยกันข้างหน้าห้องน้ำ
หันหน้าเข้าหากัน เพื่อการพูดคุยที่สะดวก
บทสนทนาดำเนินต่อไปราวกับไม่มีวันสิ้นสุด

จนมีคนเดินมาเพื่อเข้าห้องน้ำ เช่นกัน

เขาจับไหล่และดึงตัวตัวของฉันเข้าหาตัวของเขา 
เพื่อหลีกทาง...
ตัวเราแนบชิดกัน
ฉันรู้สึกอึ้งไปพักหนึ่ง
ฉันได้ขยับตัวออกมาเล็กน้อย เพื่อให้มีพื้นที่หายใจ
 
แต่เราก็ยังคงยืนชิดกันเช่นนั้น
จนไฟของปลายมวลบุหรี่ไล่ขึ้นมาจนหมดมวล
ควันของมันค่อยๆจางลงและหายไป

เรากลับมานั่งที่เดิม

ฉันวางมือตัวเองที่ขาของฉัน

มือของเขายังคงมาดึงมือของฉันไปจับไว้ คราวนี้เขาดึงมือของฉันไปหาตัวเขาและใช้มือของเขาทั้งสองมือกุมมือของฉันไว้
ฉันจึงสะกิดให้เพื่อนของฉันดูว่าเขาทำแบบนี้
กับมือของฉัน?

อยู่ๆเค้าก้พูดขึ้นมา...
เขา: มึงรู้ปะคนเราถ้าสบตากัน 5 วิ จะตกหลุมรักได้
ฉัน: จิงอะ0.0
เขา: จิงดิ มึงลองหันมาสบตากู 5 วิดิ
ฉัน: มึงแต่ตากูสวยนะ เดี๋ยวก็ตกหลุมรักกูหรอก
เขา: เออหันมาสบตากูดิ
ฉัน: (หันไปมองหน้าเขาและหันกลับอย่างรวดเร็ว)
      ไอ้สัสมึงเลอะเทอะ ไม่เอาอะ55
เขา: 55555 (หัวเราะชอบใจ)
ฉันว่ามันอาจจะไม่มีผลอะไรหรอก หากเราสบตากันเพราะตอนนี้ฉันก็ยังคงสับสนในตัวของคุณ      ความรู้สึกของคุณ ต่อความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิดของเราเวลาร่วงเลยจนถึงนาทีสุดท้ายของคืน
แอร์ของร้านได้ดับลง
เราต่างรู้กันว่าหมดเวลาของวันนี้
เช็คบิลและลุกออกนอกร้าน

แต่เขากอดคอของฉันไว้ ฉันเลยโอบเอวเขาเพราะความสูงที่มากกว่าของเขา เรากอดคอกันเดินออกจากร้าน
เราเดินตัวติดกันเช่นนี้ตลอดทางเดินเท้า
ไม่มีท่าทีจะสามารถหลุดออกจากกันได้เลย
แม้แต่วินาทีเดียว...
เราพูดคุย หัวเราะ เสียงดังด้วยความเมาตลอดทาง

เมื่อถึงถนนใหญ่
เพื่อนของเราทั้งคู่ 
ดึงตัวของเราทั้งสองแยกออกจากกัน

เขา: มึง ถึงบ้านแล้วโทรบอกกูด้วยนะ
ฉัน: เออ มึงก้ด้วยบอกกูด้วย
(เราแยกย้ายกลับ 
ไม่มีใครโทรหาใครเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอร์...)

การกระทำของคุณทุกครั้งที่เมา มักเป็นเช่นนี้เสมอ มันทำฉันสับสนได้พอสมควร แต่ฉันรู้สึกว่าความสัมพันธ์ตอนนี้ฉันอยากให้มันเป็นเพียงเพื่อนสนิด ที่เราคุยกันได้ทุกเรื่อง เล่าเรื่องโง่ๆของกันแต่ละวัน เช่นนี้เลื่อยๆไป เพิ่มเติม
เขา: กูอะเป็นพระจันทร์
ฉัน: เอ่า แล้วกูละ
เขา: มึงก็เป็นพระอาทิตย์ไง
#ไม่เจอกันแต่เราก็ไม่เคยหลุดจากวงโคจรของกันและกันเลย
เป็นเพื่อนกันดีกว่า เพราะฉันไม่อาจจะเสียคุณไปได้29062018
#ขออภัยหากใช้ภาษาและการเขียนที่ผิดบ้าง
SHARE
Written in this book
lalin

Comments