Second hand dialogue
"ไม่รู้จะโทรหาใคร 555"
ถึงแม้จะฟังดูเศร้า ยิ่งมี555ยิ่งดูเศร้าเข้าไปอีก เพราะเหมือนจะเป็นการหัวเราะกลบเกลื่อนความเสียใจอะไรทำนองนั้น แต่มันคือเรื่องจริง เรื่องจริงที่ไม่ได้เศร้า เพราะเราไม่ชอบคุยโทรศัพท์

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเริ่มจากอะไรตรงไหนกันแน่ที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ เคยโดนแม่ด่าตอนม.ต้นเพราะเม้าธ์กับเพื่อนสาวถึงเช้า ไม่ชอบเดดแอร์ ไม่มีเงินเติมค่าโทรศัพท์ รู้สึกเสียเวลาและเหนื่อยกับการต้องพยายามหาอะไรมาพูดไปเรื่อยๆ ทั้งที่ใจภาวนาให้เพื่อนวางสายสักทีร้อนหูขี้เกียจคุยจะไปทำอย่างอื่น น่าจะทุกสิ่งประกอบกันจนทำให้เราเป็นเราในวันนี้ที่ไม่ตั้งเสียงไม่ตั้งสั่น ไม่โทรกลับถ้ามิสคอลสายเดียว ไม่รับเบอร์แปลก(แต่ก็เอาเบอร์ไปเสิร์ชหา) ถึงไม่แปลกบางทีก็ไม่รับถ้าไม่อยากคุย ตัดสายเพื่อนทิ้ง แล้วพิมพ์ทักมันไปว่ามีไรวะมึง

จากที่เล่ามาอาจจะสงสัยว่า เฮ้ย งี้มึงจะอินกะงานของเต๋อหรอวะ แม่งคืองานว่าด้วยเรื่องของบทสนทนา การพูดคุยกันผ่านเสียง น้ำเสียงที่เป็นตัวบ่งบอกได้ถึงความรู้สึกในขณะนั้นเลยนะ
อินไม่อินไม่รู้ กูแค่อยากไปเสือกบทสนทนาของชาวบ้านเค้าก็เท่านั้นแหละ 555

เราไปงานในฐานะผู้เยี่ยมชมเฉยๆ ก็คือไปนั่งเสือกแค่นั้นจริงๆ เฝ้ามองเจ้าหน้าที่สาวชุดแดงกำลังนั่งแกะบทสนทนา พอสๆเพลย์ๆพิมพ์ๆ บางอันก็ฟังรู้เรื่อง บางอันก็ฟังยากชิบ คุณพี่เจ้าหน้าที่แม่งเก่งจริงๆ เรานี่หลอนไปถึงการถอดเทปไฟล์เสียงอาจารย์เลย TT 
เนื่องจากวันที่เราไป เรามีเวลาไม่มากนักเพราะต้องไปที่อื่นต่อ ประกอบกับฝนฟ้าคะนองที่ตกๆหยุดๆทั้งวัน เลยมีเวลาสังเกตการณ์ได้ไม่นาน ที่เราเจอคือบทสนทนาว่าด้วยเรื่องทั่วๆไป การเรียน การทำงาน ไปเที่ยวไหน พี่เค้าว่าไง บลาๆ บางบทสนทนาก็คืออิหยังวะพูดวนไปวนมาประโยคเดิมๆ แต่ก็เป็นประโยคที่ดี เป็นความรู้สึกดีๆที่เค้าอยากจะส่งหาคู่สนทนาแหละ ไม่ได้เจอบทสนทนาดราม่าบอกเลิก โทรหาแฟนเก่า สารภาพรักหรืออะไรพีคๆแปลกๆ
(อ่อเราลืมบอก สำหรับคนที่เข้าร่วมงานแบบเต็มรูปแบบ ก็คือบริจาคบทสนทนาโทรหาใครก็ได้3นาที และจะได้หนังสือรวมบทสนทนาส่งไปที่บ้าน 200 มั้ง ซึ่งไอ้ที่เรานั่งอ่านกันอยู่ก็คือบทสนทนาพวกนี้นี่แหละ และจะมีการนำบทสนทนาไปแปลงให้อยู่ในรูปของสื่ออืื่นๆ การนำเสนอในรูปแบบต่างๆด้้้วย)

บางคนอาจจะบอกว่างานเต๋อรอบนี้ไม่เห็นมีอะไรเลยวะ ก็ไม่มีจริงๆ มันไม่ได้มีอะไรให้คุณดูมากมายในสเปซเท่านั้นและเวลาเท่านั้น
แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีอะไรให้ดูมากมายเหมือนกันถ้าคุณว่างพอที่จะมานั่งสังเกตการณ์อ่านบทสนทนาของผู้คนที่หลากหลาย สิ่งที่สำคัญนั้นเราว่าเต๋ออยากให้ทุกคนได้มี"ส่วนร่วม"กับงานของเค้ามากกว่าแค่มาเดินๆถ่ายรูปฮิปๆละอัพว่าวันนี้มาดูงานเต๋อนะเว้ย(แบบที่กูทำ555) ส่วนร่วมในที่นี้นอกจากจะเป็นการที่ทุกคนช่วยกันสร้างให้งานนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นแล้ว ก็คือการที่ทุกคนได้รับประสบการณ์อะไรบางอย่างจากงานนี้กลับไป การได้สนทนาอะไรบางอย่าง กับคนบางคน ไม่ว่าจะเป็นคนคุ้นเคยคุยกันอยู่ทุกวัน หรือคนที่ไม่กล้าจะกดโทรหาแต่ยังจำเบอร์ได้ขึ้นใจ หรือคนที่ห่างกันไปนานจนหน้าตาในความทรงจำเลือนลาง ไม่ต้องพูดถึงเสียงเลย นานแค่ไหนมาแล้วนะที่ไม่ได้ยิน หรือถ้ายังไม่ได้เกิดสนทนา แต่แค่เป็นส่วนนึงที่สะกิดใจให้นึกฉุกคิดอะไรสักอย่างขึ้นมาได้  ใส่ใจกับบทสนทนามากขึ้้้น น้ำเสียงทีี่ส่่่่งออกไป เสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้ เราว่าเต๋อก็น่าจะชื่นใจมากๆแล้วแหละ (แหน่ะ คิดแทนเต๋ออีกนะมึง 5555 พี่เต๋อเราขอโทษษ)
SHARE
Written in this book
life

Comments