เทคโนโลยีอวกาศสู่อุปกรณ์ช่วยชีวิต
ผ้าห่มฉุกเฉิน หรือ ผ้าห่มอวกาศ (Space Blanket) มรดกจากเทคโนโลยีด้านอวกาศที่ผู้คนส่วนใหญ่อาจคิดไม่ถึง หลายๆคนอาจจะเพิ่มมารู้จักผ้าห่มนี้จากภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีเเม่สาย ที่ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.เเม่สาย จ.เชียงราย หน้าตาของเจ้าผ้าห่มนี้อาจดูเหมือนฟอยล์ห่ออาหารไปบ้าง เเต่คุณสมบัติของผ้าห่มอวกาศมีความพิเศษกว่าผ้าห่มธรรมดาทั่วไป

ผ้าห่มอวกาศถูกพัฒนาขึ้นมาในปี พ.ศ. 2507 โดย องค์การบริหารการบินเเละอวกาศเเห่งชาติสหรัฐฯ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "นาซ่า" (NASA) ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้งานทางด้านอวกาศ ไม่ว่าจะเป็น ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการผลิตชุดนักบินอวกศ เเละ ใช้ห่อหุ้มตัวดาวเทียม รวมไปถึงยานอวกาศในภารกิจต่างๆ อย่างเช่น ยานนิวฮอไรซันส์ กับภารกิจศึกษาดาวพลูโตเเละเเถบไคเปอร์ หรือ กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ ที่จะมาทำงานเเทนกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ก็มีการนำผ้าห่มอวกาศนี้มาใช้ ด้วยคุณสมบัติพิเศษของมันคือ ควบคุมอุณหภูมิสิ่งที่ถูกห่อหุ้มให้อยู่ในภาวะปกติ ด้วยสภาพอุณหภูมิในอวกาศที่มีความเเตกต่างกันอย่างสุดขั้ว โดยด้านที่โดนเเสงอาทิตย์ส่อง จะมีอุณหภูมิสูงถึง 480 องศาเซลเซียส ส่วนด้านที่ไม่โดนเเสงอาทิตยจะต่ำจนติดลบถึง -260 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว ซึ่งสภาพในอวกศที่มีอุณหภูมิเเตกต่างกันมากเช่นนี้ อาจเป็นอันตรายต่อเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆบนตัวยานได้ จึงต้องมีการป้องกัน

ผ้าห่มอวกาศที่ใช้กับ ยาน ดาวเทียม เเละกล้องโทรทรรศน์อวกาศ นอกจากจะควบคุมอุณหภูมิตัววัตถุที่ถูกห่อหุ้มให้อยู่ในภาวะปกติเเล้ว ยังเป็นฉนวนกันความร้อนในตัวด้วย เเละการจะปล่อยอะไรขึ้นสู่อวกศนั้น ต้องเน้นเรื่องน้ำหนักเบา เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังงาน ผ้าห่มอวกาศจึงถูกออกเเบบมาให้มีน้ำหนักเบา เเต่ในขณะเดียวกันก็มีความทนทาน ซึ่งต่างจากฟอยล์ที่ใช้ห่ออาหาร นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่มีการนำผ้าห่มอวกาศมาประยุคต์ใช้ในชีวิต ไม่ว่าจะด้านการปฐมพยาบาล ด้านการกู้ภัย เช่น เหตุไฟไหม้ หรือทางด้านการกีฬา เช่น ใช้คลุมร่างกายนักกีฬาหลังการเเข่งขัน เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้เปลี่ยนอย่างฉับพลัน เเละยังเป็นประโยชน์สำหรับ ทหารเเละนักเดินป่า ด้วยความที่น้ำหนักเบา พับได้ พกพาสะดวก กันน้ำได้ดีเเละสะท้อนเเสงได้ในท่ามกลางความมืดที่มีเเสงน้อย หรือเเม้เเต่เป็นหนึ่งในการผลิตกระเป๋าเก็บความเย็น ซึ่งจะสังเกตเห็นว่า ภายในกระเป๋าเก็บความเย็นนั้น จะมีลักษณะเป็นเหมือนเเผ่นสีเงินประกบอยู่ด้านใน เเละนี่ก็คือบางส่วนของความหลากหลายที่มีการนำมาประยุคใช้ในเเบบต่างๆจากผ้าห่มอวกาศ เเต่ผ้าห่มที่ใช้ทางด้านอวกาศจะถูกออกเเบบมาให้พิเศษกว่าเเบบที่ใช้กันทั่วไป จะมีการประกบกันด้วยชั้นต่างๆอยู่หลายชั้น บางชั้นเป็นตาข่ายไฟเบอร์กลาส เพราะในอวกาศนอกจากปัญหาเรื่องอุณหภูมิที่ต่างกันมากเเล้ว ยังต้องคำนึงถึงรังสีต่างๆในอวกาศด้วย หรือเเม้เเต่เศษวัตถุชิ้นเล็กๆก็เป็นอันตรายต่อเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์บนตัวยานได้

อันที่จริงเเล้วตัวผ้าห่มอวกาศไม่ได้ทำให้อุ่น เเต่มันช่วยไม่ให้อากาศภายนอกเข้าเเละอากาศภายในไม่ถ่ายเทออกสู่ภายนอก โดยปกติร่างกายของคนเราจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 36-37 องศา หากสูงกว่านั้นทางการเเพทย์ถือว่ามีไข้ ในขณะที่สภาพเเวดล้อมภายนอกมีอากาศหนาวเย็น อย่างเช่นในถ้ำที่มีน้ำไหล อุณภูมิไม่เคยสูงกว่า 25 องศาเลย เมื่ออยู่เป็นเวลานานๆร่างกายจะสูญเสียความร้อน ทำให้รู้สึกหนาวเย็น การขยับร่างกายอาจช่วยให้รู้สึกอบอุ่นขึ้น เเต่หากร่างกายไม่ได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานในการขยับตัว การเคลื่อนไหวร่างกายมากๆโดยที่อยู่ในภาวะขาดอาหารก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ดังนั้นผ้าห่มอวกาศจึงสามารถนำมาใช้ปกคลุมร่างกาย เพื่อกักเก็บอุณภูมิในร่างกายไว้ให้อุ่นอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันตัวผ้ายังป้องกันอากาศเย็นภายนอกไม่ให้ผ่านเข้ามาด้วย นั่นจึงทำให้รู้สึกอบอุ่นตามอุณหภูมิธรมมชาติเดิมของร่างกาย

จะเห็นว่า การพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอวกาศ ไม่ได้มีผลดีต่อการศึกษาดาราศาสตร์หรือจักรวาลเพียงอย่างเดียว เเต่ยังส่งผลประโยชน์ให้กับมนุษย์ในด้านต่างๆอีกด้วย ผ้าห่มอวกาศไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เกิดจากผลผลิตทางด้านอวกาศ เเต่ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เป็นผลผลิตจากเทคโนโลยีทางด้านอวกาศมาก่อน ก่อนจะถูกนำมาประยุคต์ใช้ในวิถีชีวิตบนโลก ให้มนุษย์เกิดความสะดวกสะบายอย่างที่เป็นอยู่กัน


ขอขอบคุณ ภาพยานนิวฮอไรซันส์ จาก NASA
เเละภาพภารกิจช่วยเหลือ13ชีวิตติดถ้ำจากเพจ Thai NavySEAL
SHARE
Writer
NhooWan
Disabled
IG. nuwan_THONGWAN / FB. Thongwan Chaiwong

Comments