นับถอยหลังเพื่อก้าวผ่านความย่ำแย่ของร่างกายและความทรงจำเก่าๆ ในอดีต
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 
ฉันมีโอกาสไปสถานที่หนึ่งอย่างกะทันหันคืนก่อนไปฉันภาวนากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฉันเคารพบูชา
ขอให้ฉันพบทางหรือมีใครซักคนมาพาฉันออกจากความทรมานกาย ทรมานใจในช่วงชีวิตนี้ซะที
การอยู่โดยปราศจากความหวัง จมอยู่กับความรักและอดีตท่ามกลางสุขภาพที่ย่ำแย่ลงไปทุกวัน
มันช่างอยู่ยากลำบากเหลือเกิน

ฉันไปกับเพื่อนผู้ชายคนนึงที่มีความรู้สึกไม่ต่างกัน
และเมื่อถึงที่นั่น
ฉันใช้เวลาช่วงเย็นวันเสาร์จนกระทั่งบ่ายวันอาทิตย์
ซึมซับความขาวสะอาด บรรยากาศที่สดชื่น
ความสงบร่มเย็นของสถานที่ และผู้คนจิตใจดีมากมาย
ทุกสิ่งมันทำให้ฉันมีแรงกายและแรงใจอย่างบอกไม่ถูก

ฉันวัดดวงกับความศรัทธา ไม่เอายาไปซักเม็ดเดียว
จากที่ต้องกิน 22 เม็ด/วัน ติดไปเพียงยาพ่นคอเท่านั้น
แล้วฉันก็พบว่าที่นี่น่าอยู่ทีเดียว 
มันทำให้ฉันใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งยาเลย
ฉันจำเป็นต้องได้รับการรักษาที่นี่อย่างน้อย1เดือนจากการประเมินสุขภาพโดยพระอาจารย์
ที่ชีวิตท่านบวชมาแล้ว 30ปี อยู่ได้เพียงแค่น้ำผึ้งเท่านั้น
ไม่เคยฉันอาหาร และท่านเองก็สร้างให้ที่นี่เป็นที่พึ่ง
ที่รักษาตัวของผู้คนมากมายที่เจ็บป่วย
ไม่ว่าจะป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ 
ทุกคนที่มารักษาจะต้องถือศีล 8
มีครอสการบำบัดรักษาตัว ทั้งการใช้ยาสมุนไพร 
การปรับสมดุลร่างกายด้วยการแช่น้ำ (วารีบำบัด)
ตลอดจนการนวดคลายเส้น รวมถึงพลังจิตรักษา
ทุกสิ่งรวมกันอยู่ที่นี่ “วัดตรีวิสุทธิธรรม”

แต่ฉันยังไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ทันทีเลย ณ ตอนนั้น
ฉันมีการบ้านที่ต้องมาเจรจากับครอบครัวให้เข้าใจ
เพราะมีโอกาสที่จะต้องอยู่นานกว่านั้น
มันไม่มีอะไรแน่นอนสำหรับเวลา
ขึ้นอยู่กับสภาพกายและสภาพจิตของฉัน
ที่จะบอกได้ว่า เราจะอยู่ที่นี่นานเท่าไร
รู้เพียงว่าอย่างน้อย 1 เดือน

หลังจากกลับมาคุยกับแม่ ก็ได้รับข่าวที่ดี
ฉันให้ความมั่นใจกับท่านว่าจะกลับมา
เมื่อหายดีทั้งร่างกายและจิตใจ
(ต้องบอกก่อนว่าแม่ฉันกลัวมากว่าฉันจะอยู่ทางธรรมและไม่กลับไปทางโลก ถ้าได้อยู่นาน)

วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่
เริ่มทำสิ่งใหม่ สังคมใหม่ ที่จะทำให้ชีิวิตจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
ยอมรับว่าฉันกำลังจะเอาร่างกายไปแลกกับความศรัทธาและความหวังที่จะหายป่วยทั้งกายและใจ โดยไม่ได้สนใจว่าถ้าศรัทธาช่วยไม่ได้ สุดท้ายร่างกายจะเป็นอย่างไรตั้งแต่กลับมาฉันประคองตัวเองแค่ยา2เม็ดก่อนนอนเท่านั้น เตรียมตัวรอวันที่จะไม่ต้องกินยาอีกต่อไป
และวันนี้ฉันกำลังนับถอยหลังเวลา

พระอาจารย์ท่านหนึ่งที่นั่นบอกฉันว่า
ให้คิดเสมอว่าถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย ฉันจะทำอะไร
ฉันกับเพื่อนตอบเหมือนกันว่าจะรีบกลับไปหาแม่
และอยู่กับท่านให้นานที่สุด

ตอนนี้เหลือเวลาอีก 3 วัน ฉันกำลังคิดแบบนั้นอยู่
พร้อมๆ กับเตรียมตัวเก็บของที่จำเป็น
วันนี้ฉันได้ใช้เวลากับที่บ้าน กินข้าวกับแม่กับน้อง
เล่นกับหมาที่รักบ่อยขึ้น อ่อนโยนกับมันมากขึ้น
มานอนกับน้องชายที่ไม่เคยนอนด้วยกันเลยซักวัน
เตรียมไปหาพ่อเพื่อกอดลาเขาในวันพฤหัสที่จะถึง
หาหนทางเคลียร์งานคงค้างกับผู้มีพระคุณ
ส่วนคนที่ฉันรัก คงไม่จำเป็นอีกแล้ว ตลอดทั้งชีวิตที่ได้รู้จักกัน ฉันบอกลาเขามาหลายครั้งมาก มันมากเกินพอแล้ว เหลือเพียงทำให้ได้จริงๆ เท่านั้น

ยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่ฉันอยากทำ และต้องทำให้หมด
จะได้ไม่เสียใจในภายหลัง ถ้าเกิดอะไรขึ้น
ยอมรับว่าฉันก็แอบกลัวนะ 
เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ตลอดระยะเวลาที่ขาดยาไป
แม้ลึกๆจะเชื่อและศรัทธาอย่างเต็ม100 ว่า
ฉันจะต้องหายจากอาการป่วย ทั้งทางกายและทางใจ
เป็นคนใหม่ที่อารมณ์ดี ไม่ใช่คนอารมณ์สองขั้วอีกต่อไป
กลับมาหาแม่ พ่อ น้อง กลับมาเปิดร้านกับป้า
กลับมาเป็นเพื่อน เป็นญาติกับคนรักได้อย่างบริสุทธิ์ใจ
ใช้ชีวิตอิสระอย่างมีความสุขได้ในอนาคตทางโลกก็ตาม


SHARE
Writer
SunisaY
24.7.365
สายตาฉันไม่เคยมองเธอแค่เพื่อน หัวใจฉันไม่เคยต้องบังคับมันให้รู้สึกคิดถึงเธอทุกวัน ทุกที่ที่ฉันไป ในใจมีเธออยู่ด้วยเสมอแม้ในความฝัน ทุกอย่างเรื่องเธอ มันคือจิตใต้สำนึกที่ไม่เคยลืมลงเลย

Comments