โรคหัดแมวที่ตีตั๋วพาเธอกลับดาวแมวใน7วัน
มันเร็วมากๆจนน่าใจหายที่เธอจากไปในเวลาแสนสั้น...

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอ่ยชื่อของเธอโดยปากไม่สั่น มันเร็วเกินไปจนทำใจไม่ทัน หัวใจของฉันเจ็บปวดทุกครั้งที่ตื่นนอนแล้วพบแต่ความเงียบ ไม่มีเสียงร้องหิวข้าวตอนเช้าอีกแล้ว ใช่ เธอจากไปแล้วจริงๆ...

ปกติแล้วกุ๊ดดี้เป็นเหมียวหางกุดแต่ชื่อมันไม่เพราะเลยเรียกว่ากุ๊ดดี้ คุณเธอเป็นเหมียวซ่า ร่าเริง ชอบถูไถ ซนจนแม่ดุบ่อยแต่ก็ขี้อ้อนให้ใจอ่อนเสมอ

วันนั้นเธอซึมมากๆ ไม่มาเล่นอย่างเคย หนีขึ้นไปนอนที่แคบๆมืดๆบนบ้าน วินาทีนั้นฉันคิดไว้แล้วว่าเธอแปลกไปแต่ก็พยายามไม่คิดมากทว่าสายตายังคอยสังเกตเสมอ

เธอเริ่มอาเจียนบ่อยจนผิดปกติ ต้องคอยเก็บกวาดน้ำใสๆนั่นหลายครั้งและดูเหมือนว่าเธอก็พยายามเอามันออกมาอีก...

นี่เธอเผลอกินเชือกไปไหมนะ?

วันถัดมาตัวเธอที่ไม่เคยนั่งตัก เดินมาหาแบบหมดแรงก่อนซบตัวที่ตักฉัน เธอวางมือข้างนึงที่แขนฉัน ก่อนจะหลับตาเหมือนเหนื่อย ในตอนนี้ฉันรู้สึกได้แล้วว่าเธอต้องการความช่วยเหลือ เราพาเธอไปหาหมอทันที แล้วพบว่าเธอเป็นหัดแมว...

หมอบอกว่าโรคนี้อันตรายการตายสูงและเร็วมาก น้องจะไม่กิน ซึม ร่างกายจะทรุดอย่างรวดเร็วเนื่องจากไม่มีอะไรลงท้อง ว่าไงๆมันก็คือลำไส้อักเสบนั่นแหละ เธอได้นอนรพ.แมวเป็นครั้งแรก ทำตาโตใส่ฉัน ร้องเรียกฉัน เหมือนกำลังจะถูกทิ้ง แต่ฉันก็แวะไปหาเธอทุกวันหลังเลิกงาน ฟังคุณพยาบาลบ่นว่าเธอชอบคุย ส่งเสียงตลอด แถมขี้อ้อนมากๆ...

เราตัดสินใจพาเธอกลับบ้านไปดูแลเองหลังจากที่พัก3คืน เธอดีใจที่ได้กลับบ้าน ออกกรงได้ก็เข้ารูเดิมมืดๆแคบๆตามเดิม ที่บ้านต้องช่วยกันป้อนน้ำ ป้อนข้าว ป้อนยา แต่เธอดื้อชอบคาย...

เข้าวันที่5 ฉันตื่นด้วยเสียงร้องหน้าประตู ห้องนอน วันนั้นเธอมาปลุกล่ะ ทุกคนในบ้านดีใจมาก เธอทั้งวิ่งขึ้นลงบ้านโชว์ สดใส ร่าเริง จนเราดีใจ แต่พอตกบ่ายก็กลับมาซึมอีก

วันที่6เรากำลังจัดกระเป๋าไปต่างประเทศตามแผนที่วางไว้เกือบปีที่จะหนีร้อนไปพึ่งเย็นที่ญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์ ซึ่งพ่อผู้อาสาดูแลแมวจะเป็นคนดูแลกุ๊ดดี้ให้ วันนั้นกุ๊ดดี้โดดเข้าเป๋าเดินทางของฉันที่ยังจัดของไม่เสร็จ ทุกคนหัวเราะแล้วหยิบกล้องมาถ่ายไว้ เธอน่ะ อยากไปเที่ยวด้วยล่ะสิ...

เย็นวันนั้นเธอหนีไปซ่อนอีก ทุกคนก็ช่วยกันต้อนเธอออกมาเพื่อให้ฉันป้อยยาเธอก่อนเดินทาง ยัยกุ๊ดดี้อมยาในปากตั้งนานกว่าจะกลืนลงคอทำฉันเลอะเทอะไปหมด แถมยังข่วนแขนเราเป็นรอยยาว...

ช่วงที่อยู่ญี่ปุ่นเราถามหาเธอเป็นระยะ พ่อบอกแค่ว่าเธอสบาย จนวันที่เดินทางกลับไทยแวะกินข้าวเย็นก่อนเข้าบ้านจนรถหยุดที่หน้ารั้วบ้าน พ่อจับไหล่เราแล้วบอกว่ากุ๊ดดี้ตายแล้วนะ เธอจากไปในวันที่เราถึงญี่ปุ่น วันนั้นเธ นอนหมดแรงในกะบะทราย มองพ่อแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนนิ่งไป...

พ่อโชว์รูปในมือถือให้ดูกุ๊ดดี้นอนสบายในหลุมที่เต็มด้วยดอกไม้และตุ๊กตาตัวโปรดของเธอ


เราไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ เอาแต่โทษตัวเองที่ไม่สามารถอยู่กับเธอในช่วงเวลานั้น เธออาจมองเราหา อยากให้เรากอด ลูบหัว ในครั้งสุดท้ายแต้กว่าเราจะกลับมา กว่าเราจะรู้ มันสายไปจริงๆ ถ้าเราไม่ไป เราอยู่ที่นี่กับเธอ ในตอนนี้เธออาจจะรอดไหมนะ? เธอคงจะยังอยู่จนตอนนี้ไหมนะ? 

เรายังร้องไห้ทุกคืน มองหาเธอตามรูที่เธอชอบแอบ เปิดประตูห้องน้ำแง่มๆเผื่อเธอจะเดินตามมาอย่างชอบทำ พยายามจินตนาการเสียงเธอที่ชอบร้องตอนเช้าหน้าประตูห้องนอน มองหาก้อนกลมสีขาวที่ชอบมายืนรอรับตอนกลับถึงบ้าน...

เธอยังอยู่กับเรานั่นแหละ นอนอืดที่ไหนสักที่ในบ้าน เธอแค่งอนเราที่หนีเที่ยวนาน เธออยู่ในนี้แหละ อยู่ในใจเราตลอดไป แม้ในตอนนี้จะยังรับความจริงไม่ได้ก็ตาม...
SHARE

Comments