ค่ำคืนที่ฝนโปรยปราย
นาฬิกาตีเวลาสองทุ่มตรงบ่งบอกเวลาเลิกงาน ผมละจากกองเอกสารตรงหน้าเก็บของเตรียมกลับบ้าน ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมงานคุยกันดังหึ่งๆคล้ายเสียงผึ้งข้างๆหู


ผมไม่ค่อยสุงสิงกับใครนัก ค่อนข้างเก็บตัว เพียงแค่ทำงานเสร็จไปวันๆไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบตัวอะไร ผมรอจนเสียงเพื่อนร่วมงานรอบตัวหายไปเกือบหมดค่อยเงยหน้ามองผ่านหน้าต่างไปยังสายฝนข้างนอก


ไม่ชอบเลย...


ผมเกลียดวันฝนตก โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่ทำให้พื้นถนนเปียกเฉอะแฉะลำบากในการเดินทางกลับบ้าน


หลังจากเก็บของเสร็จ ผมเดินไปปิดไฟในห้องก่อนเดินอย่างซังกะตายลงลิฟต์มาถึงชั้นล่างสุด หยิบร่มในกระเป๋าออกมากางก่อนเดินผ่านประตูบานเลื่อนออกไปยังท้องถนนเบื้องหน้า


ฟ้าที่มืดสนิทถูกแต่งแต้มไปด้วยหลอดไฟข้างถนน ผมอาศัยแสงสีส้มเคืองตานี้เป็นสิ่งนำทางไปในสายฝนที่ตกพรำ ระหว่างทางกลับบ้านผมแทบจะมองพื้นตลอดเวลา ลึกๆรู้สึกเปล่าเปลี่ยวหัวใจ


ฉันพลันได้ยินเสียงสะอื้นไห้ดังแว่วมาแข่งกับเสียงฝน


“ฮือ ฮือ...” ผมหันไปตามเสียงนั้น ปรากฎเป็นร่างหญิงสาวกลางสายฝนบนม้านั่งไม่ไกลนัก ใบหน้านั้นปกคลุมไปด้วยเส้นผมที่เปือกปอน ร่างเล็กๆสะอื้นไห้ปริ่มจะขาดใจ


ผมเดินเข้าไปหาร่างนั้น เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมาราวกับได้ยินเสียงฝีเท้าผม ดวงตาเธอเบิกโตเล็กน้อย


สัญชาตญาณอะไรบางอย่างบอกว่าเธอกลัว ผมจึงแค่หุบร่มก่อนวางไว้บนม้านั่งข้างๆกายเธอ เธอหันมามองร่มก่อนหันมามองผมอีกครั้ง


แล้ว... ผมก็ผละจากเธอ ก่อนวิ่งออกมายังทางกลับบ้านเช่นเดิม เสี้ยววินาทีเล็กๆที่ผมหันหลังกลับไปมอง เธอคนนั้นลุกขึ้นยืนแล้ว มือเล็กๆกางร่มของผม ถ้าผมดูไม่ผิด รู้สึกว่าริมฝีปากของเธอคลี่ยิ้มน้อยๆ


เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้โลกที่ขมุกขมัวของผมงดงามขึ้น


ผมชักชอบวันที่ฝนตกซะแล้วสิ...

SHARE

Comments