บริษัทรับฝากชีวิต ( ทราย และ เมฆ )

ทรายที่ถูกหล่อหลอม
จึงกลายเป็นแก้วที่แข้งแกร่ง
แต่แก้วที่แข็งแกร่ง
ก็เปราะบางต่อสิ่งต่างๆ ที่มากระทบเสมอ

...ทราย















" พี่ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกคนหักหลังแล้ว ก็หักหลังอีก "

เสียงพี่ทรายสั่นพร้อมกับน้ำตาที่กำลังเริ่มรินไหล ซึ่งไม่ควรจะเกิดกับใบหน้าที่สวยได้รูปของคนอายุสี่สิบสามปีคนนี้แม้แต่น้อย หากแต่ในความเป็นจริงเรื่องร้ายๆ ก็ไม่ได้เลือกว่าจะไม่เกิดกับคนสวยซะหน่อย



พี่ทรายเล่าว่าตั่งแต่เด็กพี่ทรายมักโดนเอาเปรียบตลอด โดนอาที่บ้านลวนลาม โดนครูหลอกไปจะทำมิดีมิร้าย และแม่ก็ไม่เคยช่วยเหลืออะไร จนพี่ทรายคิดเสมอว่าชีวิตตนไม่มีใคร

แต่วันหนึ่งก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาคอยดูแล พี่ทรายเชื่อและทุ่มเทให้กับผู้ชายคนนี้เท่าที่จะให้ได้ และวันหนึ่งเค้าก็ชวนพี่ทรายไปเที่ยวในต่างประเทศ และทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อพี่ทรายถูกทิ้งไว้ที่นั่น


พี่ทรายถูกหลอกไปขายตัวในต่างประเทศ ต้องอดทนทำงานอย่างว่าอยู่หลายปี จนมีฝรั่งใจดีคนหนึ่งไถ่ตัวและพากลับมาในไทย แต่งงานกันแล้วมีลูกด้วยกัน พี่ทรายคิดว่าชีวิตคงหมดเคราะห์เสียที แต่นั่นไม่ใช่

พี่ทรายทะเลาะกับสามีจนแยกทางกัน แต่ตอนนั้นสามียังทิ้งเงินไว้ให้จำนวนหนึ่ง 

หลังจากเลิกกับสามีพี่ทรายได้พบผู้ชายคนใหม่ที่เข้ามาเอาใจและคอยดูแลอีกคนหนึ่ง แต่ก็ยังคงลงเอยด้วยการโดนหลอกเอาเงินที่เหลือทั้งหมดไป พร้อมกับหนี้ก้อนใหญ่จากบ้านและรถ

อีกครั้งกับการโดนชวนให้กลับไปขายตัว แต่พี่ทรายไม่อยากจะทำอีกแล้ว และเป็นแม่ที่เข้ามาดูแล และคอยให้กำลังใจกัน พี่ทรายปลดหนี้ทั้งหมดได้แล้วจึงได้ตัดสินใจมาที่นี่



เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเรื่องราวชีวิตที่ยิ่งกว่านิยายหรือละครใดๆ มันควรจะเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะรับไหว แต่พี่ทรายยังคงผ่านมันมาได้



" พี่เก่งมากเลยที่ทนมาได้ ถ้าเป็นฟ้าคงตายตั่งแต่ถูกหลอกไปขายตัวแล้วล่ะค่ะ "


ฉันพูดขึ้นพร้อมกับบีบมือของพี่ทรายแน่น และพี่เมฆก็ให้กำลังใจพี่ทรายอีกคน หลังจากปลอบใจพี่ทรายพักใหญ่ ก็เป็นพี่ทรายที่ถามถึงเรื่องของพี่เมฆบ้าง






" ผมหรอครับ ผมก็แค่เพลบอยที่อกหักคนนึงเท่านั้นเอง "

พี่เมฆพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย แต่เสียงหัวเราะนั้นกับฟังคล้ายคนที่กำลังร้องให้อยู่อย่างไงอย่างนั้น



พี่เมฆเป็นลูกเจ้าของธุรกิจขนาดกลางแห่งหนึ่ง ในชีวิตไม่เคยไม่สมหวัง อยากได้อะไรก็ได้มาโดยตลอด เงินทอง สิ่งของ เครื่องประดับ หรือแม้แต่ผู้หญิง สิ่งเดียวที่ขาดไปคงเป็นความรักจากแม่ที่เสียไปตั่งแต่ยังเด็ก และความรักจากพ่อที่สนใจงานมากกว่าจะมาคอยดูแลตน

พี่เมฆทะเลาะกับพ่อตลอดทุกครั้งที่เจอหน้า ทั้งถูกกดดันในเรื่องเรียน เรื่องงาน รวมถึงเรื่องของความรัก 

พ่อบังคับให้ต้องแต่งงานกับลูกเจ้าของธุรกิจอีกแห่งหนึ่ง ในตอนที่พี่เมฆได้เจอผู้หญิงที่ทำให้เค้าตกหลุมรักได้จริงๆ เป็นครั้งแรก พี่เมฆตัดสินใจนำเงินจำนวนหนึ่งหนีออกจากบ้านเพื่อมาใช้ชีวิตกับผู้หญิงคนนั้น

พี่เมฆที่เคยเจ้าชู้กลับยอมให้กับผู้หญิงคนหนึ่งจนหมดหัวใจ และก็โดนผู้หญิงคนเดียวกันนั้นเองที่หลอกเอาเงินไปจนหมดตัว และทำให้พี่เค้าติดยาจนต้องไปทำงานผิดกฎหมายต่างๆ โดนซ้อมบ้าง นอนตามวัด ตามสวนสาธารณะบ้าง กลายเป็นคนเร่ร่อนและโดนตำรวจจับในที่สุด

หลังจากได้รับการบำบัด และพ่อประกันตัวออกมาก็ทะเลาะกับพ่อจนหนีออกจากบ้านอีกครั้ง และตัดสินใจมาที่นี่



เป็นชีวิตที่เหมือนจะดี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนเราจะผิดพลาดกันไม่ได้ซะหน่อย ลูกคุณหนูที่เป็นแบบนี้มีให้เห็นตามละครบ่อยๆ แต่ใครจะคิดว่าจะมีตัวตนอยู่จริง หรือเป็นเราเองที่คิดไม่ถึงว่าละครเหล่านั้นอาจจะสร้างขึ้นจากชีวิตจริงก็เป็นได้

ฉันกับพี่ทรายจับมือพี่เมฆเพื่อให้กำลังใจ พี่เมฆไม่ได้ร้องให้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหัวใจจะไม่เจ็บปวด 





















ฉันตัดสินใจวางยาเม็ดสีแดงกลับลงไปในกล่อง จริงๆ ฉันเลือกที่จะมีชีวิตต่อตั่งแต่ที่ฟังเรื่องของพี่ทรายจบลงไปแล้วล่ะ

จริงอยู่ที่ภูมิคุ้มกันปัญหาของแต่ละคนต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะพัฒนาภูมิคุ้มกันตัวเองไม่ได้นี่

ฉันหยิบยาเม็ดสีเขียวและกลืนมันลงไป ฉันหันไปส่งยิ้มให้กับทุกคนบนเรือ พี่ทรายเป็นรอยยิ้มสุดท้ายที่ฉันได้เห็นก่อนภาพทุกอย่างจะดับมืดไป
และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน






















ทรายที่ถูกหล่อหลอม
จึงกลายเป็นแก้วที่แข้งแกร่ง
แต่แก้วที่แข็งแกร่ง
ก็เปราะบางต่อสิ่งต่างๆ ที่มากระทบเสมอ


ประโยคที่เขียนไว้หน้าจดหมายที่พี่เมฆส่งมาให้ฉัน พี่เมฆบอกว่าทะเลเป็นคนเขียน และฉันก็คิดว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ 

ยิ่งแข้งแกร่งขึ้นเท่าไร
ก็ยิ่งเปราะบางขึ้นเท่านั้นเสมอ
จากที่เคยยืดหยุ่นและผ่อนตาม
กลับกลายเป็นแข็งกระด้างไม่ยอมหักและงอ
แต่กลับรอเพียงวันที่แตกสลาย



" ถึงเมฆ และ ฟ้า พี่ขอโทษด้วยที่พี่คงไม่กลับไปพร้อมกับพวกเรา ความจริงแล้วตอนนี้พี่ป่วยเป็นโรคร้าย และพี่ไม่อยากให้แม่ของพี่ลำบากกับการดูแลพี่อีกแล้ว แม่พี่ลำบากมามากพอแล้ว แต่กับเราสองคนยังมีอนาคตรออยู่ พี่หวังว่าเราสองคนจะเจอกับอนาคตที่งดงามนะ

ปล.

พวกเธอเก่งที่สุดแล้วที่สู้มาได้ถึงขนาดนี้
ฝากสู้เผื่อพี่ด้วยนะ

..............................................พี่ทราย "




ฉันมองดูจดหมายในมือพร้อมกับน้ำตาที่รินไหล
พี่เมฆเดินเข้ามาตบไหล่ และฉันก็หันไปกอดกับพี่เมฆ เราสองคนต่างร้องให้ให้กับจดหมายฉบับนั้น และพี่ทราย




















" พร้อมที่จะรับชีวิตกลับคืนไปแล้วหรอครับ "

เสียงของทะเลดังขึ้นทักทาย พร้อมกับรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์

" ค่ะ "
ฉันตอบออกไป

" ยินดีด้วยนะครับ และนี่ครับ "

คลื่นเดินมาพร้อมส่งบัตรสองใบให้ฉันกับพี่เมฆ

เมฆที่ดูเหมือนเลื่อนลอยไร้ตัวตน
หากแต่ในความเป็นจริงนั้นเมฆมีตัวตนเสมอ
แค่ยังไขว้คว้าหาความจริงบางอย่างไม่เจอ
แต่ในวันนี้กลับต้องสลายกลายเป็นสายฝนไป


แต่สักวันเมฆนั้นจะกลับไปลอยสูงเด่นอยู่เช่นเดิม

...เมฆ




ฉันเห็นข้อความที่อยู่หลังบัตรของพี่เมฆ และฉันก็ยังจะได้เห็นวันที่เมฆจะกลับไปลอยสูงเด่นอยู่เช่นเดิม และหวังว่าพี่เมฆจะหาเจอสักที ความจริงบางอย่างที่ว่านั้น



" บัตรยืนยันว่าคุณได้รับชีวิตของคุณคืนไปแล้ว ส่วนจดหมายคุณสามารถฝากไว้ หรือทำลายก็ได้นะครับ แต่เราจะไม่ให้เอากลับไปถือซะว่าเป็นค่าดอกเบี้ยครับ "

คลื่นพูดพร้อมกับหัวเราะน้อยๆ

" ขอบคุณค่ะ "

" ยินดีครับ "




















เรื่องของทรายและเมฆมีบางส่วนมาจากเรื่องจริงของใครบางคน และเค้ายังคงสู้ชีวิตกันอยู่ 

SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นสั้น
เรื่องที่นึกขึ้นได้ เรื่องที่ได้พบเจอ แค่เรื่องที่อยากบอกเล่าออกไป ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

Comments

_ilikepotato
8 days ago
พิมพ์ผิดหลายคำเลยนะคะ พวกรอเรือลอลิง อยากให้เช็คสะกดใหม่อีกทีค่ะ อ่านแล้วมันขัดๆตา ขอโทษนะคะที่ทนอ่านจบไม่ได้ แต่เราอ่านเรื่องที่แล้วของคุณนะ ชอบมากๆเลย 
Reply
konimon
7 days ago
ขอบคุณครับที่ชอบ และติเตือน ลองแก้ดูแล้วนะครับ แต่อาจจะยังมีคำผิดอยู่ ถ้าเจอก็เตือนได้เลยนะครับ 🙏😁😁
Human96
7 days ago
อ่านแฃ้วชอบมากๆเลยค่ะ สู้ๆนะคะ 💛
Reply
konimon
7 days ago
ขอบคุณครับ 😀😀