Heroine
คุณไม่รู้หรอก-คนๆเดียวเปลี่ยนโลกไปทั้งใบ

เธอตกใจมากตอนที่ผมพาเธอมายังมิติกาลเวลาที่ผมอยู่-มันต่างจากที่ที่เธออยู่มาก มนุษย์ทุกคนสามารถวาร์ปไปที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ การคมนาคมไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป และที่สำคัญที่สุดคือวิธีการคิดของคนสมัยนี้ ต่างกับคนรุ่นก่อนมากมายมหาศาล
และเหตุผลที่เปลี่ยนไป-ก็เพราะเธอคนเดียว

สิ่งที่เธอไม่รู้ตัวก็คือการก่ออาชญากรรมของเธอจะเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา ด้วยภาพลักษณ์ที่ชาญฉลาด และวาทศิลป์ที่เยี่ยมยอดกว่าใคร เมื่อเธอถูกทางการจับได้ เธอก็ขอพูดบางอย่างกับปวงชน-ซึ่งคำพูดของเธอตราตรึงใจทุกคน และทำให้ทุกคนตั้งคำถามว่า 'ความเป็นมนุษย์ที่พวกเขายึดถือมาเสมอ เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาจอมปลอมและการถูกบงการโดยผู้ปกครองหรือไม่?'

ค่าความคิดของสังคมเปลี่ยนไปอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เมื่อศาลสั่งประหารชีวิตเธอในเวลาต่อมา- เธอ หญิงสาววัย 22 ปี ณ เวลานั้น ผู้ดูสุขุมเยือกเย็น เดินอย่างมั่นใจไปที่ลานประหาร และไม่วายพูดประโยคสั้นๆที่ทำให้ทุกคนฉุกคิด... ถึงความชั่วร้ายที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของตน 

จากนั้นมา โลกที่เคยเป็นมาตลอดก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อาชญากรรมกลายเป็นสิ่งที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง มนุษย์เริ่มเปิดเผยสันดานดิบของตนออกมาอย่างไม่ปิดบัง การฆ่า การเอาตัวรอด การก่อการร้าย กลายเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมในสังคม -อาชญากรมากมายได้รับเชิญไปพูดบนเวทีใหญ่ๆ- และที่ตลกร้ายก็คือ ฝ่ายที่ยึดถือคุณธรรมถูกต้อนให้ไปอยู่ในซอกหลืบ และถูกเรียกว่า "พวกนอกรีต" เสียเอง

สิ่งที่ผิดกฎหมาย กลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย

และ 'ตำรวจแห่งกาลเวลา' ก็กลายเป็นที่ต่อต้านอย่างที่สุด




1

"คุณยังใช้กุญแจมืออีกหรือ...กี่ร้อยปีผ่านไปก็คงล้าหลังเหมือนเดิมสินะ-ระบบตำรวจ" เธอยิ้มเย้ยเมื่อผมล็อคกุญแจมือเธอข้างหนึ่งไว้กับข้อมือของผม

"ทุกคนมีตรรกะที่ผิดเพี้ยนไปหมด" ผมบอกอย่างจริงจัง "ทั้งหมดมันเริ่มจากคุณนะ...เพราะคุณไปเป่าหูพวกเขา!"

"บางทีจะบอกว่าคนทั้งโลกตรรกะเพี้ยน-ก็เพราะคุณเองนั่นแหล่ะที่ตรรกะบูดเบี้ยวไม่เหมือนใคร" เธอหัวเราะทั้งที่ไม่มีอะไรน่าขำ   "แล้วคุณจะทำอย่างไรล่ะ จะฆ่าฉันอย่างนั้นหรือ?"

"ผมไม่เอาชีวิตใคร-การฆ่าคนเป็นสิ่งที่ผิด"
พอพูดจบคนตัวเล็กก็ระเบิดหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้น้ำตาเธอไหลออกมา-เหมือนกับอีกนิดเดียวคงขาดใจตาย

"ตลกสิ้นดี...ทำไมคุณถึงหัวโบราณนัก ทั้งที่โลกที่ฉันเห็นในตอนนี้..." ดวงตาสีดำกวาดมองรอบๆอย่างสำรวจ "...เป็นโลกในอุดมคติอย่างชัดเจน"

"คุณคงต้องการอยู่ในโลกแบบนี้มากสินะ...โลกที่อาชญากรรมกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย"

"ไม่เลย" คำตอบนั้นทำให้ผมแปลกใจที่สุด "ฉันไม่ชอบอุดมคติ--ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ฉันใฝ่ฝันเลยสักนิดเดียว"








2

"แล้วความใฝ่ฝันของคุณคืออะไร"
ผมถามเมื่อพาเธอวาร์ปไปนั่งคุยกันริมทะเลสาบแล้ว 
เธอเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะดูดี- ไม่ได้สวยอะไรมากมายแต่ก็น่ารักดี และดูน่าเชื่อถือทั้งที่อายุเพียง 18 ปีเท่านั้น
 
ผมมองเธอขณะที่คิดว่าจะจัดการอย่างไรกับเธอต่อไปดี- ที่ผมคิดไว้แต่แรกคือการปล่อยให้เธออยู่ที่มิติกาลเวลาในตอนนี้ต่อไป- แค่เพียงไม่มีเธอคอยเป็นแกนนำอยู่ในเส้นเวลาของอดีต โลกที่เป็นอยู่ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...ภารกิจของตำรวจกาลเวลาจะสำเร็จลงง่ายๆเพียงเท่านั้น

"ฉันไม่มีความฝัน" เธอนอนลงบนผืนดินข้างๆ ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนใจเลยแม้แต่น้อยที่ถูกพาตัวมาโลกใหม่  "ฉันไม่มีอะไรทั้งนั้น"

"คุณคิดอะไรอยู่ตอนที่ฆ่าใครสักคน?"

"ฉันไม่ได้คิดอะไร" ท่าทางสาวน้อยดูหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง "ฉันไม่ชอบคิด และไม่ชอบรู้สึกอะไรทั้งนั้น! คุณหยุดพูดอะไรน่ารำคาญเสียที!"

ผมเลยหยุด 'ทำตัวน่ารำคาญ' แค่เพียงทอดมองที่ทะเลสาบเบื้องหน้า และชวนคุยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน "คุณรู้มั้ยว่าโลกสมัยนี้ เราสามารถเรียกให้ดาวมาอยู่ในน้ำได้นะ"

"อะไรนะ!" เธอหันมามอง เม้มปากอย่างไม่อยากเชื่อ "ฉันไม่ใช่เด็กอมมือนะคุณ ดาวจริงๆน่ะขนาดใหญ่จะตาย มันจะมาอยู่ในน้ำได้ยังไงล่ะ"

"เราเรียกมันมาแบบเป็นภาพสามมิติ แล้วย่อส่วนให้เหลือเพียงแสงระยิบระยับเหมือนหิ่งห้อย" พูดจบผมก็เดินลงไปในทะเลสาบ ไม่สนใจว่าคนที่ถูกล็อคกุญแจมืออีกข้างจะยินยอมหรือไม่-เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าสุดท้ายเธอจะชอบมัน  "ดูนี่นะ!"
ดวงดาวระยิบระยับทอแสงรายล้อมรอบตัวเรา มันค่อยๆลอยจากทะเลสาบขึ้นไปบนฟากฟ้า-ดวงดาวร้อยล้านดวงสว่างไสวอยู่ใกล้ตัว จากมุมนี้ เราสามารถเห็นทางช้างเผือกค่อยๆเลื่อนลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเสียด้วยซ้ำไป

ผมมองดูดวงตาของเธอที่เป็นประกายตื่นตาตื่นใจ- แม้เธอจะไม่พูดอะไรออกมา แต่รอยยิ้มของเธอบอกทุกอย่างในใจได้เป็นอย่างดี


"ที่นี่มีสิ่งที่คุณไม่รู้จักอีกเยอะ" ผมพยายามโน้มน้าวใจ "คุณอยู่เที่ยวเล่นด้วยกันก่อนนะ"









3

เราอยู่ด้วยกันแทบทุกวันคืนต่อจากนั้น

ที่จริงแล้วแทบไม่มีความจำเป็นต้องใส่กุญแจมือ เพราะเธอไม่มีทางข้ามมิติกาลเวลากลับไป ณ จุดเดิมได้ ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผม แต่ผมก็ยังไม่ไว้ใจเธออยู่ดี-ดังนั้นเธอก็ยังต้องผูกติดกับผมไปแบบนั้น ทั้งยามหลับและยามตื่น

"คุณไม่คิดจะมีเซ็กส์กับคนรุ่นย่าแบบฉันดูหรือ น่าสนุกออกนะ"
เธอเคยพยายามชักจูงใจผมตั้งแต่ช่วงแรกๆที่เราอยู่ด้วยกัน สีหน้าของเธอดูนึกสนุก เธอจับมือของผมมาจับไว้ที่หน้าอกของเธอซึ่งน่าจะมีขนาดประมาณคัพบี พยายามเน้นย้ำและเคล้าคลึงให้เกิดอารมณ์ ริมฝีปากน้อยๆก็ประทับลงที่คอของผมจนขึ้นสีแดง แต่สุดท้ายผมก็ผลักเธอออกเบาๆ

"ผมจะมีเซ็กส์กับคนรักเท่านั้น" ผมปฏิเสธอย่างสุภาพและจริงใจ

"ว่ายังไงนะ..." เธอไม่อยากจะเชื่อ

"ผมมีคนรักคนเดียว-ในทุกๆมิติกาลเวลา ผมจะรักแค่เธอคนนั้น" ผมบอกตามความจริง หัวสมองก็นึกถึงภาพของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอ่อนหวานและมีกลิ่นหอมกว่าหญิงทุกนางในจักรวาลนี้ "ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน...ผมก็มีแค่เธอ"

สาวน้อยทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า ทำให้ผมที่ผูกติดกับเธอต้องนอนลงด้วยกัน

"ไม่อยากจะเชื่อ..." เธอหัวเราะ ดวงตายังเบิกกว้างอย่างงุนงงเป็นที่สุด "นี่คุณกำลังแสร้งทำเป็นคนดีอยู่ใช่มั้ย?"

"ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นล่ะ"

"เพราะคุณโง่มากๆเลย" เสียงหวานบอกอย่างจริงจัง "คนเราไม่ควรยึดติดกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ-ความรักก็เป็นหนึ่งในนั้น...คุณยึดมั่นในความรัก แต่ที่จริงคุณก็เป็นแค่คนเห็นแก่ตัวและโง่เขลาคนหนึ่งเท่านั้น"

"นี่..."
ผมนิ่งฟังที่อีกฝ่ายพูด แล้วก็อดคิดตามไม่ได้  "ผมว่าผมอยากรู้จักคุณให้มากขึ้นนะ...บอกผมได้ไหมว่าคุณคิดอะไรอยู่ในใจ?"








4

เธอไม่จำเป็นต้องก่ออาชญากรรมใดๆเลยก็ได้ เธอก็เป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่าง

เกิดในครอบครัวที่มีฐานะ เป็นคนหัวดี เป็นเด็กที่เพื่อนรัก พอผมถามคนที่รู้จักเธอ ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอ 'เป็นคนดี มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือ และอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจมาก'

เธอไม่พูดเรื่องตัวเองมากนักในวันแรกๆ แต่พอเข้าสู่คืนที่ 4 พอผมเริ่มเล่าเรื่องส่วนตัวที่ไม่เคยบอกกับใคร-เธอก็เริ่มเล่าเรื่องของตัวเองเช่นเดียวกัน

"ฉันเคยอธิษฐาน-แล้วมันก็...งั้นๆล่ะ" เธอพูดลอยๆขณะที่เราเดินไปตามทางเดินที่ว่างเปล่าด้วยกัน-เพราะไม่มีใครในสมัยนี้เดินตามถนนกันหรอก ในเมื่อเราสามารถวาร์ปได้  "คุณรู้มั้ยว่าเรามักจะหวังอะไรบางอย่างอยู่เสมอ แต่พอได้มันมาแล้ว มันก็แค่นั้นเอง-เหมือนว่าความจริงแล้ว สิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีความหมายขนาดนั้น- สิ่งที่เราคิดว่าเราต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ"

ผมตั้งใจฟัง เธอเห็นดังนั้นก็พูดต่อ

"จากนั้นฉันก็เลยไม่อธิษฐาน-ไม่มีอะไรที่ฉันต้องการ ไม่มีอะไรที่ฉันอยากได้-ทุกคนในโลกนี้มีอีโก้สูงจนมองหายอดไม่เจอ-แต่ถ้าคุณลองมองลึกลงไปข้างในจริงๆ แก่นแท้นั้นกลวงเปล่า" 
คนตัวเล็กทอดมองดูทางที่ยาวออกไป สายลมเย็นพัดกระทบร่างเรา ให้รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่เข้าหากัน
"ดังนั้นหากสิ่งที่ฉันขอ สามารถจะเกิดจริงได้แล้วล่ะก็-สิ่งเดียวที่ฉันต้องการ คือให้ตัวฉันหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล"

"คุณปรารถนาในความตายงั้นหรือ?" ผมไม่ค่อยเข้าใจนัก

"ไม่...ฉันไม่ได้อยากตายขนาดนั้น" เธอหัวเราะออกมาอีกครั้ง "ฉันแค่อยากหายไปในเซนส์ที่ 'ฉันไม่มีอยู่' ไม่มีความคิด ไม่มีความรู้สึก-มองโลกตามความจริงแบบที่มันเป็น โดยไม่มีความทุกข์หรือความสุขอยู่ในนั้น เช่นการที่ฉันเห็นพ่อตายต่อหน้า ฉันอยากจะมองแค่ว่านั่นเป็นการเสื่อมไปของสังขาร เพียงแค่มองศพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า และใช้ชีวิตต่อไปอย่างที่ควรจะเป็นโดยไม่ร้องไห้ฟูมฟายไร้สาระ"

ถ้อยคำเยิ่นยาวที่เธออธิบายนั้นดูซับซ้อนและเข้าใจยาก แต่ก็เหมือนว่าจะเข้าใจได้ ผมหรี่ตามองเธอ แล้วถามตามที่สงสัย  "คุณก็เลยก่ออาชญากรรมร้ายแรง โดยปราศจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลยงั้นหรือ?"

"ความผิดชอบชั่วดี เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างบรรทัดฐานขึ้นมาเอง" 
เธอยืนยันหนักแน่น-และที่น่ากลัวก็คือ ทุกครั้งที่เธอพูด มันเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างให้คล้อยตามราวถูกสะกดจิต  "คุณอาจจะมองว่าฉันเป็นอาชญากร- แต่ที่จริงแล้วฉันเป็นแค่ 'คนของปัจจุบัน' คนที่มีความสุขกับเวลา ณ ตอนนี้...ไม่ใช่คนของอดีต และไม่ใช่คนที่เอาแต่ฟุ้งซ่านถึง 'อนาคต' "

คำพูดของเธอทำให้ผมสังหรณ์ใจประหลาด "คุณ..."


รู้ตัวอีกทีภาพทุกภาพก็เลือนจาง ใบหน้าของเธอยิ้มลางๆมาจากที่ไกลๆก่อนจะหายไปในที่สุด ทิ้งผมไว้ให้อยู่กับมวลอากาศที่หนักอึ้ง 
พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยที่สุดที่ดังแว่วมากระทบโสตเป็นครั้งสุดท้าย












5

"คุณตำรวจแห่งกาลเวลา ในที่สุดพวกเราก็จับคุณได้" 

เสียงนั้นเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อผมลืมตาขึ้นมา 'อาชญากรต้นแบบ'ที่ผมจับมาได้หลายวัน หายไปแล้ว และโดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าก็ด้วยผู้หญิงตรงหน้านี่ล่ะ ที่เป็นคนปล่อยสาวน้อยนางนั้นกลับโลกของเธอไป

"คุณยังทำตัวมีคุณธรรมปลอมเปลือกแบบนี้อีก ทั้งที่พวกเราก็เตือนแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย- ครั้งนี้ฉันคงต้องมอบโทษประหารให้คุณ-อย่างช่วยไม่ได้"

"ผมไม่กลัวความตายหรอก ถ้าหากคุณเป็นคนมอบให้" ผมเอ่ยอย่างจริงใจนัก ผู้หญิงตรงหน้าเป็นหัวหน้าแก๊งค์อาชญากรโลก...เป็นผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด

"พูดดีนี่" หล่อนหัวเราะ ปิดแฟ้มประวัติ 'ผู้ผดุงความยุติธรรม' ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างที่ถูกมัดมือมัดเท้าของผม ท่าทางของหล่อนดูสนุกสนานและเปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการ   "งั้นก่อนจะมอบความตายให้ เรามาสนุกด้วยกันจนถึงเช้าแล้วกันนะคุณตำรวจ"



และถึงเธอจะไม่ร้องขอ สิ่งนั้นก็เป็นโทษที่ผมพร้อมจะยอมรับแต่โดยดี











SHARE
Written in this book
No moral
some fucking random thoughts-put together into short story

Comments

TeePJ
2 months ago
ชอบมากครับ
Reply
Girlwearsblue
2 months ago
จีบได้ค่ะ (ล้อเล่น55)

ขอบคุณมากนะคะ :)
Wahala
2 months ago
ลึกดีเนาะ ต้องใช้บันไดหรือไม่ก็เชือกในการอ่านให้เข้าใจ ชอบครับ
Reply
Girlwearsblue
2 months ago
ลึกขนาดนั้นเลยเหรอคะ555
Bluebaby
2 months ago
ดีเหมือนเดิม 💙
Reply
Girlwearsblue
2 months ago
น่ารักเหมือนเดิม ❤
rattanaporn0611
2 months ago
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆนะคะ💕🐳
Reply
Girlwearsblue
2 months ago
วาฬส่งความรักมาให้ด้วยเหรอคะ ❤
rattanaporn0611
2 months ago
คุณวาฬจะส่งความรักให้กับทุกสิ่งบนโลกเลยค่ะ มีความรักวนอยู่รอบๆเต็มไปหมดเลย🐳❤
Girlwearsblue
2 months ago
จริงเหรอคะ เหมือนคุณเลยนะ 🙂
deux
2 months ago
ตกลง คนเดียวกันไหม
Reply
Girlwearsblue
2 months ago
คนละคนค่าคุณพี่ 
deux
2 months ago
นึกว่ายังค้างจากตอนโดนล่ามติดกัน ^_^